April 2009 Archives

ไม่กี่วันก่อนมีข่าวมาว่า Bob Drebin อดีตหัวหน้าทีมผลิตภัณฑ์กราฟฟิกของ ATI (ซึ่งถูก AMD ซื้อกิจการไป) มาร่วมงานกับ Apple เมื่อวานที่ผ่านมา The Inquirer รายงานเพิ่มเติมอีกว่า Raja Koduri ก็กำลังจะย้ายมาทำงานกับ Apple ด้วยอีกราย Koduri นั้นเริ่มงานด้านนี้กับ S3 ทำงานอยู่ 4 ปี จากนั้นก็มาร่วมงานกับ ATI ในปี 2001 นอกจากนั้นจากข้อมูลใน Linkedln ยังพบว่าวิศวกรด้านการออกแบบชิปอีกหลายคน ที่เคยทำงานกับ Samsung , Intel และบริษัทฮาร์ดแวร์อื่นๆ ตอนนี้ก็ย้ายมาทำงานร่วมกับ Apple แล้วเช่นเดียวกัน

iPhone และ iPod touch รวมถึงอุปกรณ์ใหม่ที่อาจจะเกิดขึ้น ไม่เพียงแต่จะเป็นโทรศัพท์มือถือ หรือ iPod เท่านั้นแล้ว แต่ได้กลายเป็น Gaming platform ขึ้นมาอย่างเต็มรูปแบบแล้ว ไม่เพียงเท่านั้น การพัฒนา OpenCL ใน Mac OS X 10.6 Snow Leopard เพื่อที่จะนำเอาพลังงานจากชิปประมวลผลกราฟฟิก มาใช้งานประมวลผลของระบบ ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นก้าวย่างที่สำคัญของ Apple ที่จะไปในทิศทางที่ต้องอาศัยทีมงานที่มีฝีมือและประสบการณ์ ทั้งสิ้น

ในขณะที่ภาวะเศรษฐกิจโลกกำลังอยู่ในช่วงที่ว่ากันว่าเป็นวิกฤต ดูเหมือน Apple กำลังสะสมมือดีทางด้านการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์ ทางด้านกราฟฟิก สวนกระแสโลกอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อกิจการ P.A. Semi เมื่อปีก่อน การเข้ามาร่วมงานของ Mark Papermaster , Bob Drebin และ Raja Koduri ทำให้การพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ Apple ในช่วงต่อจากนี้เป็นที่น่าจับตามอง ว่าจะมีนวัตกรรมอะไรใหม่ จากการขยับตัวของบริษัทในช่วงที่ผ่านมา
ดูเหมือนว่า Apple จะรักษาช่วงเวลาการออก Beta รุ่นต่างๆ ของ iPhone OS 3.0 ไว้ที่ห้วง 2 สัปดาห์ต่อรุ่น และเมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา Apple ก็ปล่อยรุ่นทดสอบตัวที่ 4 ออกมาให้นักพัฒนาได้โหลดไปใช้งานกันแล้วเรียบร้อย สำหรับรุ่นนี้มีตัวเลข Build เป็น 7A300

เช่นเคยว่ายังไม่มีเอกสารแจ้งอย่างเป็นทางการจาก Apple ว่ามีอะไรใหม่ หรือได้รับการปรับปรุงอะไรบ้าง อย่างไรก็ตามมีการรายงานกันเข้ามาว่ามีส่วนที่ปรับปรุงเพิ่มเติมเข้ามาหลายอย่าง อาทิเช่น

  • sync ข้อมูล PIM แบบ over-the-air (รองรับ Google และ Yahoo)
  • Continued tethering support ตอนนี้สามารถ Enable ใช้โดยไม่ต้อง Hack แล้ว ใช้ได้ทั้งผ่าน USB และ Bluetooth อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าทั้ง tethering และ MMS อาจจะใช้ได้บ้างหรือไม่ได้บ้าง ขึ้นอยู่กับ Profile ของ Operator ที่เราใช้งานอยู่
  • UI พื้นฐานในหน้า Store ที่อยู่ใน Setting สำหรับจัดการกับ Account ของ iTunes Store น่าจะใช้กับ In App Purchase ในรุ่นก่อนๆหน้านี้ว่างเปล่ามีแต่หัวข้อแต่ยังไม่ได้ใส่อะไรไว้ข้างใน
นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า Apple ได้ปล่อย iTunes 8.2 รุ่นทดสอบออกมาด้วย โดย iPhone OS 3.0 Beta 4 นี้ต้องใช้งานร่วมกับ iTunes 8.2 Beta และยังมีระบุไว้อีกว่าการใช้ฟีเจอร์ sync Notes กับเครื่อง Mac จะต้องใช้ Mac OS X 10.5.7 ขึ้นไป (ซึ่งยังไม่ออกสำหรับผู้ใช้ทั่วๆไป มีแต่สำหรับ Developer เท่านั้น)

ทั้งนี้ในหน้า About ของ iTunes 8.2 มีข้อความส่วนหนึ่งที่ระบุถึง Blu-Ray ทำให้มีการคาดเดากันไปว่า Apple จะรองรับ Blu-Ray เพิ่มขึ้นในทางใดทางหนึ่ง บางส่วนคาดว่าเครื่อง Mac รุ่นต่อๆไปจะมี Blu-Ray Disc เสียที อย่างไรก็ตามเป็นเพียงแค่ข้อความแสดงสิทธิตาม License ที่ต้องลงตามปกติเท่านั้น ยังไม่มีอะไรบ่งชี้ได้ชัดเจนว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป และทำไม iTunes ถึงจะรองรับ Blu-Ray ทำไมไม่เป็นโปรแกรม DVD Player ??
รายงานจาก AppleInsider แจ้งว่า QuickTime X ใน Mac OS X 10.6 Snow Leopard ซึ่งคาดว่าจะออกภายในปีนี้นั้น มีฟีเจอร์รวมการอัพโหลดไฟล์วีดีโอ (ในแบบที่โปรแกรมรองรับ) เข้าสู่ MobileMe และบริการของ YouTube

โดยผู้ใช้สามารถเลือกที่จะอัพโหลดวีดีโอเข้า YouTube หรือ MobileMe ได้โดยสะดวกมากขึ้น โปรแกรมจะทำงานในขั้นตอนของการแปลงไฟล์วีดีโอ ให้เหมาะกับระบบปลายทางเอง รวมถึงขั้นตอนในการอัพโหลดด้วย โดยจะมีเมนู Share เพิ่มเข้ามา ดูภาพจำลองจาก AppInsider ประกอบ

115255-quicktimex_youtube_500.jpg
นอกจากนั้นยังมีรายงานเพิ่มเติมว่าเมนู Share ดังกล่าวยังสามารถใช้เพื่อแปลงไฟล์วีดีโอสำหรับ iPhone และ AppleTV ได้อีกด้วย (ปัจจุบันในเมนู Export จะมีตัวเลือกเป็นค่าตั้งต้นอยู่) หากเป็นไปตามนั้นจริง ก็จะเป็นการนำเอาบริการของ YouTube เข้ามาร่วมใน platform ของ Apple เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งอย่าง หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีการนำมาใช้แล้วในหลายๆส่วนไม่ว่าจะเป็นใน iPhone , Apple TV , iMovie 
รายงานจาก TUAW พบข้อมูลรุ่นเครื่องใน Log การใช้งานโปรแกรม Adium ดูตามภาพด้านล่าง (ซึ่งเป็นโปรแกรม IM ยอดนิยมสำหรับผู้ใช้ Mac) พบว่ามีรุ่นเครื่องรุ่นนึงที่มีชื่อว่า "MacBookMini" ปรากฎมา ล่าสุดข้อมูลดังกล่าวหายไปจากหน้า Log การใช้งานนั้นเรียบร้อยแล้ว เมื่อช่วงต้นปี 2008 มีการพบข้อมูลรุ่น MacBook Air โผล่ขึ้นมาใน Log ดังกล่าวก่อนที่จะมีการเปิดตัวในงาน MacWorld 2008 ไม่แน่เหมือนกันว่าประวัติศาสตร์อาจจะซ้ำรอยขึ้นมาอีกครั้ง ก็คงต้องรอดูกันต่อไป คาดว่าอีกไม่นานเกินรอคำตอบของคำถามดังกล่าวคงจะออกมา พร้อมกับรายละเอียดของเครื่องใหม่ที่ว่าดังกล่าว ...

tn_macbookmini.jpg.jpeg
182018-soldout.pngเป็นประกาศอย่างเงียบๆในเว็บ WWDC ของ Apple ระบุว่าบัตรเข้าร่วมงาน WWDC 2009 นั้นได้จำหน่ายหมดเรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตามไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด ปีที่ผ่านมาก็ขายหมดเกลี้ยงเหมือนกัน ที่ต่างจากปีก่อนคือปีนี้ขายหมดเร็วกว่า ภายในระยะเวลาประมาณ 4 สัปดาห์ เร็วกว่าปีก่อนประมาณเท่าตัว จากความสำเร็จของ App Store และ iPhone ในปีที่ผ่านมา ก็ทำให้คาดกันว่าในปีนี้จะมีผู้เข้าร่วมงานมากกว่าปีก่อน สำหรับงาน WWDC 2007 นั้นมีผู้เข้าร่วม 5,000 คน

สำหรับงาน WWDC นั้นจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 8 - 12 มิถุนายน ที่ซานฟรานซิสโก สำหรับงานดังกล่าวเป็นที่คาดการณ์กันว่า Apple จะปล่อย iPhone SDK 3.0 อย่างเป็นทางการออกมา รวมถึง Mac OS X 10.6 Snow Leopard ก็คาดว่าจะเปิดตัวในงานดังกล่าว นอกจากนี้ยังมีกระแสข่าวลือเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใหม่ต่างๆ ของ Apple ออกมาอย่างต่อเนื่อง
ดูเหมือนว่า Apple จะมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาและการออกแบบชิปกราฟฟิกอย่างมีนัยที่น่าจับตามอง นับตั้งแต่การเข้าซื้อ P.A. Semi การลงทุนใน PowerVR ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวว่า Apple ได้ว่าจ้างอดีตทีมงานผู้ออกแบบชิปกราฟฟิกจาก ATI เข้ามาร่วมงาน ในการพัฒนาตัวประมวลผลกราฟฟิกอีกคนนึงแล้ว

Bob Drebin เป็นอดีตพนักงานจาก AMD (ซึ่งเข้าซื้อกิจการ ATI มาก่อนหน้านี้) เข้ามาทำงานกับ Apple ในตำแหน่ง Senior Director ก่อนหน้านี้เขาเคยทำงานเป็นห้วหน้าทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์กราฟฟิกของ AMD และเป็น Director ทีมกลยุทธ์และการออกแบบชิป ก่อนหน้าที่เขาจะมาร่วมงานกับ ATI ก็ได้ทำงานออกแบบสถาปัตยกรรมกับ ArtX ที่ผลิตเครื่องมือที่ใช้ในการพัฒนาส่วนประกอบกราฟฟิก สำหรับเครื่อง Nintendo Game Cube นอกจากนั้นยังมีประสบการณ์ในการพัฒนาระบบกราฟฟิกประสิทธิภาพสูงกับ Silicon Graphic ถึงเก้าปี

 ในช่วงเดียวกันอดีตผู้บริหาร IBM Mark Papermaster ก็ได้เข้าทำงานกับ Apple อย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว ชื่อของ Papermaster ได้รับการบรรจุไว้ในหน้าเว็บแสดงรายชื่อผู้บริหารของ Apple แล้วเรียบร้อยเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดย Papermaster ดำรงตำแหน่งรองประธานสายงาน Device Hardware Engineering
รายงานจาก Arc technica แจ้งผลการตัดสินคดีความระหว่าง Apple และ OPTi ในเรื่องที่ OPTi ฟ้องว่า Apple ละเมิดสิทธิบัตรของตน โดยสิทธิบัตรดังกล่าวมีหัวข้อว่า "Predictive snooping" เป็นเทคโนโลยีที่นำมาใช้ เพื่อให้การรับส่งข้อมูลจาก CPU , หน่วยความจำ และ "อุปกรณ์อื่นๆ" ผ่านทาง PCI Bus ทำได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

โดยสิทธิบัตรดังกล่าวยื่นจดทะเบียนในเดือนมิถุนายน 2002 และบริษัทได้ฟ้องว่า Apple ละเมิดสิทธิบัตรดังกล่าวในเดือนมกราคม 2007 ทั้งนี้ Apple ได้ยื่นเรื่องโต้แย้งไปว่าบริษัทใช้เทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกัน แต่คณะลูกขุนไม่เห็นด้วย และศาลได้พิจารณาตัดสินให้ Apple จ่ายค่าเสียหายทดแทนให้กับ OPTi เป็นมูลค่า 19 ล้านเหรียญสหรัฐ นอกจาก Apple แล้ว OPTi เองก็ยังได้ยื่นฟ้องบริษัทอื่นๆอีกหลายบริษัท เช่น AMD โดย OPTi นั้นได้ยกเลิกการดำเนินการผลิต และทำธุรกิจทั้งหมดของตนตั้งแต่ปี 2003 แล้วตั้งเป้าในการหารายได้จากการยื่นฟ้องบริษัทต่างๆ เป็นรายได้หลัก ก่อนหน้านี้ OPTi เคยเป็นบริษัทผลิตชิปเซ็ตที่ใช้กับ CPU ตระกูล x86 ในยุคสมัยที่ Socket 5 ยังเป็นที่นิยมอยู่ จนกระทั่ง Intel ลงมาดำเนินการในตลาดดังกล่าว ทำให้ผู้เล่นรายอื่นมีส่วนแบ่งในตลาดลงลงเรื่อยๆ

ในภาพร่วมของคดีความสิทธิบัตรนั้น ในช่วงหลังมีข้อถกเถียงกันในวงกว้างเกี่ยวกับระบบสิทธิบัตร อันเนื่องมาจากมีหลายบริษัทจดสิทธิบัตรที่มีเนื้อหากว้างๆ แล้วมุ่งหวังในการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการใช้สิทธิบัตรจากบริษัท และหน่วยงานอื่นๆเป็นหลัก แทนที่จะนำไปใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นปัญหาที่พบมากขึ้น
รายงานจาก AppleInsider ระบุว่า มีนักพัฒนาหลายรายที่ได้ทดสอบ Mac OS X 10.6 Snow Leopard พบว่าในโปรแกรม QuickTime X ที่มาพร้อมกับ Snow Leopard นั้นมีเมนู "Screen recording" เพิ่มเข้ามา ภายใต้เมนู File ซึ่งจะใช้เป็นเมนูสำหรับทำคำสั่ง บันทึกการใช้งานบนหน้าจอเป็นไฟล์วีดีโอได้ ฟีเจอร์ดังกล่าวมีประโยชน์มาก สำหรับพวกนักพัฒนาโปรแกรมที่จะทำตัวอย่างการใช้งานโปรแกรม หรือการใช้งาน ในเรื่องการเรียนการสอน ในแง่ของการทำหน้าจอประกอบการเรียนการสอน

ปัจจุบันการใช้งาน ลักษณะเดียวกับฟีเจอร์ดังกล่าว สามารถทำได้โดยใช้โปรแกรมอย่าง Snapz Pro X อย่างไรก็ตามฟีเจอร์ดังกล่าวในตัวทดสอบรุ่นล่าสุดยังไม่สามารถใช้งานได้อย่างถูกต้อง นักพัฒนาหลายรายรายงานว่า มันบันทึกออกมาเป็น .mov ว่างเปล่าเท่านั้น ยังไม่ได้บันทึกหน้าจอออกมาให้แต่อย่างใด

ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า QuickTime X ใน Snow Leopard จะมีฟังก์ชั่นทุกอย่างที่มีใน QuickTime Pro รวมมาอยู่แล้ว ไม่ต้องซื้อแยกเพื่ออัพเกรดเหมือนที่ผ่านมาอีกต่อไป
billiong.jpg
และแล้วยอดโหลดโปรแกรมจาก App Store ก็แตะหลัก 1,000 ล้านครั้งอย่างเป็นทางการแล้วเรียบร้อย ก่อนหน้านี้ Apple ได้จัดโปรโมชันกิจกรรมพิเศษขึ้นมา เพื่อแจกรางวัลกว่า 13,000 เหรียญสหรัฐ ให้กับผู้โชคดีที่โหลดโปรแกรมในช่วงที่ผ่านมา นับจนถึงตอนที่ยอดโหลดครบ 1,000 ล้านครั้ง และในที่สุดกิจกรรมก็เสร็จสิ้นลง และชื่อผู้โชคดีจะมีการประกาศตามมาในภายหลัง

สำหรับยอดโหลด 1,000 ล้านครั้งนั้น ไม่มีข้อมูลแยกหรือแจกแจงว่าเป็นการโหลดโปรแกรมฟรีเท่าไหร่ และโปรแกรมเสียเงินเท่าไหร่ มีเพียงข่าวก่อนหน้านี้เท่านั้นที่ Apple ระบุว่าได้จำหน่าย iPhone และ iPod touch ไปแล้วรวมกว่า 37 ล้านเครื่อง

โปรแกรมเกมส์ยังเป็นโปรแกรมที่ได้รับความนิยมมากใน App Store ทั้งจากผู้ใช้และนักพัฒนา เกมส์หลายเกมส์ติดอันดับโปรแกรมที่มีการโหลดมากที่สุด จากนี้ไปความเคลื่อนไหวของ Apple กับธุรกิจ mobile application จะเป็นอย่างไร ต้องรอดูกันต่อไป คาดว่าหลังจาก iPhone OS 3.0 รุ่นใหม่ออกอย่างเป็นทางการ คงจะได้เห็นโปรแกรมที่มีลูกเล่น การใช้งานเพิ่มเติมขึ้นมากกว่าปัจจุบันอีกมากเป็นแน่
เป็นอีกหนึ่งสิทธิบัตรของ Apple ที่มีการเปิดเผยออกมา สิทธิบัตรดังกล่าวนี้เกิดขึ้นจากปัญหาที่ว่า ทุกวันนี้เว็บไซต์มีจำนวนมาก หลายเว็บมีการใส่ไฟล์เพลงให้เล่นออกมาอัตโนมัติ (อย่างเช่นพวก hi5 ทั้งหลาย) ทำให้เกิดความรำคาญกับผู้ใช้งานได้ แม้ว่าในระบบปฎิบัติการจะมีคุณสมบัติในการปรับค่าระดับเสียงแล้ว แต่ก็เป็นการปรับที่มีผลกับทั้งระบบ หรือทั้งโปรแกรม ไม่สามารถปรับแยกให้แต่ละเว็บไซต์ได้

สิทธิบัตรนี้จะเป็นการพัฒนาให้ Browser (Safari) สามารถที่ปรับระดับเสียงของแต่ละเว็บไซต์แยกกันได้ โดยจะมีข้อมูลบันทึกไว้ว่าเว็บใด URL ใดที่เราให้เสียงดังได้ และดังได้ในระดับเท่าไหร่ ทั้งนี้ในสิทธิบัตรดังกล่าว ไม่ได้ระบุว่า Safari ที่ใช้บนคอมพิวเตอร์เท่านั้น แต่ได้ให้คำนิยามไว้กว้างว่าเป็น Browser ที่ทำงานบนระบบ หรือเครื่องรูปแบบใดๆก็ได้ (แน่นอนในตอนนี้ iPhone , iPod touch ก็มี Safari แต่ก็เป็นตัวชี้ว่าในอนาคตน่าจะมีอุปกรณ์รูปแบบอื่นๆอีก)

safari-090423-1.png
ในช่วง Q&A ในงานแถลงข่าวผลประกอบการไตรมาส 2 ประจำปี 2009 Tim Cook ผู้บริหารของ Apple ได้ระบุว่า iPod touch ทำยอดขายได้เพิ่มมากกว่าปีก่อนหน้านั้นมากกว่าเท่าตัวเลยทีเดียว ทำให้รวมกันแล้วทั้ง iPhone และ iPod touch สามารถทำยอดขายไปแล้วกว่า 37 ล้านเครื่อง

ตัวเลขดังกล่าวมีความหมายอย่างไร ? ตัวเลขดังกล่าวย่อมมีความหมายกับนักพัฒนาโปรแกรม สำหรับ iPhone และ iPod touch เป็นอย่างยิ่ง และ iPhone OS รุ่น 3.0 ที่คาดว่าจะออกมาในช่วงกลางปีนี้ จะช่วยให้เพิ่มขีดความสามารถในการพัฒนาสิ่งใหม่ๆ สำหรับ platform ดังกล่าว ทำให้ Apple มีเทคโนโลยีที่นำหน้าผู้เล่นอื่นในตลาดมากเลยทีเดียว

Tim Cook ระบุว่า iPod touch นั้นได้รับความนิยมประสบความสำเร็จมากเลยทีเดียว ในขณะที่ Peter Oppenheimer ผู้บริหารสายการเงินของ Apple ระบุว่าสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ iPod touch ประสบความสำเร็จก็คือความที่มันสามารถใช้เป็นเครื่องเล่นเกมส์ได้นั่นเอง ใน App Store มีโปรแกรมจำนวนมาก แต่ในหัวข้อเกมส์นั้นมีจำนวนมากกว่าหัวข้ออื่นมากมายหลายเท่า และนั่นเป็นส่วนช่วยให้ iPod touch ประสบความสำเร็จ ทุกวันนี้มีโปรแกรมใน App Store กว่า 35,000 โปรแกรม และยอดโหลดกำลังจะแตะหลัก 1 พันล้านครั้งอีกในไม่กี่วันข้างหน้า

ไม่เฉพาะตลาด Mobile Application เท่านั้น สำหรับตลาด Digital Music นั้น Apple ก็ยังคงเป็นผู้นำตลาดอยู่ โดยล่าสุดมีส่วนแบ่งตลาดสูงกว่า 70% ในสหรัฐ และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสัดส่วนดังกล่าวในตลาดต่างประเทศ(นอกสหรัฐ)อีกมาก
Apple แถลงผลประกอบการไตรมาส 2 ของปีงบประมาณ 2009 (ปีงบประมาณเริ่มนับเดือนแรกจากเดือนตุลาคมปีก่อนหน้า) มีรายได้ 8.16 พันล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นกำไร 1.21 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นมูลค่า 1.33 เหรียญสหรัฐต่อหุ้น

เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันในปีที่ผ่านมาซึ่งทำรายได้อยู่ที่ 7.51 พันล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนกำไรนั้นก็เพิ่มขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาซึ่งมีมูลค่ากำไรอยู่ที่ 1.05 พันล้านเหรียญ ทั้งนี้ในปี 2009 นี้ส่วนต่างผลกำไรของ Apple อยู่ที่ร้อยละ 36.4 ในขณะที่ปีที่ผ่านมาอยู่ที่ร้อยละ 32.9 ยอดขายจากต่างประเทศ(นอกสหรัฐ) คิดเป็นร้อยละ 46 ของรายได้ทั้งหมดในไตรมาสนี้

สำหรับยอดขายเครื่อง Mac ในไตรมาสที่ 2 นั้นอยู่ที่ 2.22 ล้านเครื่องลดลงจากไตรมาสเดียวกันในปีก่อนมาร้อยละ 3 ในขณะที่ยอดขายเครื่อง iPod อยู่ที่ 11.01 ล้านเครื่องเพิ่มขึ้นร้อยละ 3 จากไตรมาสเดียวกันในปีก่อน สำหรับ iPod นั้นทำยอดขายอยู่ที่ 3.79 ล้านเครื่อง เพิ่มขึ้นร้อยละ 123 เมื่อเทียบกับปีก่อน เป็นผลประกอบการและกำไรที่ทำมูลค่าสูงสุดในประวัติการณ์ของ Apple หากไม่นับรวมไตรมาสที่เป็นเทศกาลวันหยุดอย่างไตรมาสแรก

ฐานะทางการเงินของ Apple มีสภาพคล่องและมีความมั่นคงสูง โดยบริษัทมีเงินสดอยู่ถึง 29 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในไตรมาสที่ 3 นั้นคาดกว่ารายได้จะอยู่ในช่วง 7.7 ถึง 7.9 พันล้านเหรียญสหรัฐ
ก่อนหน้านี้ Apple191 เคยรายงานไปว่า มีการพบว่าใน iPhone OS 3.0 มีส่วนหนึ่งของหน้าจอที่เกี่ยวกับ Voice Control ตอนนี้ Ars Technica ได้รายงานรายละเอียดของฟีเจอร์ดังกล่าว ว่าได้มีการไปพบ code ส่วนหนึ่งตั้งชื่อไว้ว่า "Jibbler" มีส่วนเกี่ยวข้องกับระบบควบคุมการทำงานด้วยเสียง ระบบอ่านออกเสียง และระบบจดจำเสียง โดยมีตัวอ้างอิง class และ method (ส่วนหนึ่งที่ใช้ในการเขียนโปรแกรม) ชื่อว่า VSSpeechSynthesizer, VSRecognitionSession , SBVoiceCOntrolDisableHandlerActions, SBSensitiveJibblerEnabled และ SBVoiceControlSOundCompletion

โดย SB หมายถึง SpringBoard โปรแกรมที่ทำงานเป็นหน้าจอแรกของ iPhone และ iPod touch และ VS น่าจะหมายถึง VoiceService ซึ่งจากมีการแยกชุดคำสั่งออกมาสองชุด ทำให้มีการคาดการณ์ว่าในชุด SDK ของ iPhone OS 3.0 จะมี API สำหรับเรียกชุดคำสั่งส่วนนี้ให้นักพัฒนาสามารถนำไปใช้งาน ในโปรแกรมของตนได้ จากข้อมูลดังกล่าว ใน iPhone รุ่นต่อไป อาจจะมีฟังก์ชันการใช้งานที่สามารถอ่านออกเสียงข้อความบนหน้าจอ หรือเมนูต่างๆ ให้เราได้ รวมไปถึงการใช้การสั่งงาน การโทรออกด้วยเสียงได้ (ไม่ใช่สิ่งใหม่สำหรับ Apple เพราะมีใน Mac OS X มาก่อนหน้านี้แล้ว)

นั่นคือรายละเอียดล่าสุดเท่าที่มีการค้นพบกัน แต่ก็ยังไม่มีใครรู้ว่าฟีเจอร์ดังกล่าวจะสามารถใช้กับ iPhone รุ่นที่จำหน่ายออกไปแล้วได้หรือไม่ หรือจะใช้ได้เฉพาะใน iPhone รุ่นใหม่ที่จะออกมาหลังจากนี้เท่านั้น
ก่อนหน้านี้มีการพบว่าใน iPhone OS 3.0 รุ่นทดสอบตัวที่ 3 มีการปรับปรุงการเล่น Podcast ไปแล้ว ตอนนี้มีรายงานใหม่จาก AppleInsider เพิ่มเติมเข้ามาว่ามีบางจุดที่พบว่า มีการปรับปรุงเพิ่มเติมในรุ่นทดสอบดังกล่าว

Mobile Safari
ในรุ่นล่าสุดเราสามารถปิดหน้าจอ Browser หน้าจอสุดท้ายได้ โดยไม่ต้องเปิดหน้าต่างใหม่แล้วค่อยไปปิดมัน ในรุ่นก่อนๆนั้น ถ้าเรามีหลายหน้าต่างเราจะสามารถปิดแต่ละหน้าต่างด้วยปุ่ม X สีแดงได้ จนถึงหน้าสุดท้ายจะไม่สามารถปิดได้ ในรุ่นใหม่นี้สามารถปิดได้ และเมื่อปิดหน้าสุดท้ายไปหน้า Browser ที่เป็นหน้าเปล่าจะปรากฎขึ้นมาแทนที่

iphone-090417-1.png
ข่าวจาก PhoneNews อ้างว่า Apple ได้แจ้งตัวแทนจำหน่ายให้เคลียร์สาย Apple Composite AV และ Apple Component AV ออกจากตลาด โดยคาดว่าจะการการออกสายใหม่ ที่ใช้งานร่วมกันได้ทั้ง Composite และ Component ก่อนที่จะออก iPhone ตัวใหม่ออกมา

สำหรับสาย AV ในปัจจุบันของ Apple นั้นไม่ได้รับการตอบรับจากผู้ใช้มากนัก เนื่องจากต้องซื้อแยกระหว่าง Composite และ Component โดยราคาต่อชุดอยู่ตกสองพันว่าบาท (มีสายและตัว Wall charge) ในขณะที่ได้มีการกำหนดไว้ใน iPhone OS 2.0 ให้สาย AV ที่จะใช้งานได้จะต้องมีชิป Made for iPod ทำให้สายราคาถูกอื่นๆ ไม่สามารถนำมาใช้งานได้ (จากการลองซื้อมาหลายเส้น หลายอันใช้ไม่ได้เลย แต่ก็ยังมีบางอันใช้ได้ แต่จะใช้ได้เพียงไม่กี่นาทีแล้วก็จะตัดการทำงาน ส่วนสายของ Apple เองใช้งานได้ 100%)

เว็บดังกล่าวอ้างว่า Apple จะออกสายใหม่ใช้งานได้รวมกันออกมา และรองรับการแสดงวีดีโอบนจอทีวีด้วยความละเอียดแบบ HDTV นั่นหมายความว่าตัว iPod touch และ iPhone รุ่นใหม่จะต้องรองรับการเล่นไฟล์วีดีโอแบบ HD ที่มีความละเอียด 720 และ 1080i ด้วย (รุ่นปัจจุบันรองรับแค่ 480i)

ปัจจุบันวีดีโอทั้งหนัง และรายการโทรทัศน์ที่ให้บริการใน iTunes Store มีความละเอียดแบบ HD ให้บริการอยู่แล้ว และสามารถเล่นได้ทั้งกับ Apple TV และเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ทั้ง Mac และ PC
รายงานจาก IDC ระบุว่าในช่วงไตรมาสแรกของปี 2009 Apple จำหน่ายเครื่อง Mac เป็นจำนวน 1,130,000 เครื่อง ในขณะที่ปี 2008 มียอดจำหน่าย 1,144,000 เครื่อง ลดลงจากปีก่อนเป็นจำนวน 14,000 เครื่อง อย่างไรก็ตามหากเทียบจากภาพรวมของตลาดแล้ว กลับพบว่ามีส่วนแบ่งทางตลาดที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย จาก 7.4% ในปี 2008 มาเป็น 7.6% ในปี 2009 ดังตารางต่อไปนี้ (ตารางจาก Apple Insider)

idc-090415.gif
ส่วนในตลาดของผู้ผลิต PC ที่ใช้ Windows นั้นความเปลี่ยนแปลงคือ HP และ Acer มียอดจำหน่ายและส่วนแบ่งการตลาดที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่ Dell กลับมีส่วนแบ่งและยอดจำหน่ายที่ลดลง ทั้งนี้ยอดจำหน่ายคอมพิวเตอร์ในปีนี้ที่ยังทรงตัวอยู่ได้ส่วนใหญ่เป็นยอดจำหน่ายเครื่องระดับ Netbook ที่มีราคาถูก จะเห็นได้ว่าในตลาดระดับล่างนั้น ผู้ได้รับผลกระทบจากสงครามราคากลับกลายเป็น Dell ซึ่งอยู่ในตลาด PC มากกว่า Apple ซึ่งไม่ได้เล่นในตลาดดังกล่าวอยู่แล้ว กลับไม่ได้รับผลกระทบมากนัก ยอดจำหน่ายที่ลดลงเล็กน้อย ยังคงเป็นยอดจำหน่ายในตลาดเดิมของตนเองอยู่
Apple จดสิทธิบัตรแนวคิดในการใช้งานอุปกรณ์เมื่อเราใช้งานขณะที่มีการเคลื่อนไหว โดยระบุว่าปัญหาของการใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ ในปัจจุบันเมื่อมีการเคลื่อนไหวก็คือมันยากที่จะใช้งาน และเราต้องเพ่งความสนใจไปที่อุปกรณ์ดังกล่าวมากเกินไป ทำให้ขัดจังหวะการเคลื่อนไหวดังกล่าวได้ เช่นอาจจะกำลังวิ่งอยู่ จึงได้พัฒนาระบบที่ มีการตรวจสอบการเคลื่อนไหว หากมีการเคลื่อนไหวอยู่ User Interface หรือการควบคุมการใช้งานจะเปลี่ยนไป โดยในตัวอย่างของสิทธิบัตร ได้ยกตัวอย่างหน้า Home ของ iPhone เมื่อมีการเคลื่อนไหว ขนาดของ icon จะใหญ่ขึ้น เพื่อให้เห็นได้ง่ายขึ้น หรือหน้า Contact ตัวหนังสือจะใหญ่ และมีระยะห่างระหว่างบรรทัดเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามนั่นเป็นเพียงแค่การยกตัวอย่างตามแนวคิดการทำงานเท่านั้น การนำมาใช้งานจริงๆ อาจจะมีการปรับเปลี่ยนไปได้อีก 

patent-090416-2.gif

ก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน Apple ได้ปล่อย iPhone OS 3.0 รุ่นทดสอบตัวที่ 3 ออกมาให้กับนักพัฒนาได้นำไปใช้กัน ในตอนนั้นยังไม่มีรายละเอียดอะไรมากนักว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง มีหลายอย่างที่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่เราจะไม่เห็นด้วยตา อย่างไรก็ตามตอนนี้เว็บ World of Apple ได้โพสต์หน้าจอส่วนนึง ที่พบว่าเพิ่มเข้ามาใหม่ใน รุ่นทดสอบตัวที่ 3 ดังกล่าว พบว่ามีส่วนปรับปรุงเพิ่มเติมบางอย่างที่พอให้พบเห็นได้ ดังภาพหน้าจอต่อไปนี้

iphoneos30_140.PNG.png
สามารถปรับความเร็วในการฟัง Podcast ได้ 3 ระดับ
ช่วงนี้ Apple ปล่อย build ใหม่ของ Mac OS X 10.5.7 ให้กับนักพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเป็น build 9J50 ซึ่งพบว่ามีเพียงการแก้ไขในส่วนของการใช้งานเครือข่าย Bluetooth เท่านั้น ข้อบกพร่องหลักๆอื่นๆ ที่ปรากฎใน seed note ได้รับการแก้ไขแล้ว เหลือเพียงที่ระบุว่ายังไม่สามารถติดตั้ง Safari 4 รุ่นทดสอบได้เท่านั้น ที่ยังปรากฎ

จากความเคลื่อนไหวที่มีการแก้ไขข้อบกพร่องหลายอย่างเกือบหมดแล้ว เหลือเพียงไม่กี่อย่างที่ต้องปรับปรุงอีกเล็กน้อย คาดว่า Mac OS X 10.5.7 รุ่นอัพเดตน่าจะใกล้ออกให้เราได้ใช้งานกันในอนาคตอันใกล้นี้แล้ว

มีสมาชิกในเว็บบอร์ดของ Apple Insider บางคนรายงานว่าเครื่อง iMac ที่มีการเปลี่ยนการ์ดจอเป็น ATI Radeon HD 4850 แจ้งว่าจะได้รับของประมาณภายในช่วงสัปดาห์ที่จะถึงนี้ คาดกันว่าการใช้งานไดร์เวอร์ของการ์ดดังกล่าวน่าจะมาพร้อมกับ Mac OS X 10.5.7
Apple ปล่อย iPhone OS 3.0 รุ่นทดสอบตัวที่ 3 (build 7A280f) ออกมาให้นักพัฒนาได้โหลดมาใช้งานกันแล้ว สำหรับ iPhone OS 3.0 ตัวเต็มนั้นคาดว่าจะออกในช่วงกลางปีนี้ โดยรุ่นใหม่นี้จะรองรับภาษาไทย ทั้งการแสดงผล การพิมพ์ รวมถึงมีเมนูภาษาไทยด้วย

สำหรับความเปลี่ยนแปลงที่พบในรุ่นนี้เท่าที่มีการรายงานเข้ามามีดังต่อไปนี้

  • MMS ใช้งานได้กับผู้ให้บริการที่เพิ่มขึ้น (ในต่างประเทศ)
  • Spotlight เก็บผลการค้นหาล่าสุด , สามารถกำหนดได้ว่าจะให้ค้นหาอะไรบ้าง
  • มีการปรับปรุงให้ทำงานเร็วขึ้น และเสถียรมากขึ้น
  • สามารถเลือกเปลี่ยนได้ว่าเมื่อกด Double tab บนปุ่ม Home แล้วจะเกิดอะไรขึ้น
  • icon iPod ปรับเปลี่ยนเล็กน้อย
  • สามารถจำกัดการใช้งาน In-App Purchases และ Location ได้

photo-30.jpg
ในขณะเดียวกัน Apple ก็ได้ออกอัพเดตสำหรับชุด SDK ทั้ง Xcode IDE 3.1 , Interface Builder 3.1 และ Dashcode ดูเหมือนว่าใน Dashcode ครั้งนี้จะสามารถใช้นำไปสร้าง iPhone Web Application ได้เช่นเดียวกับที่เราใช้ในการสร้าง Dashboard Widgets สำหรับใช้ใน Mac OS X
ข่าวจาก Apple ประกาศว่าได้มีการปรับปรุง MobileMe โดยมีการนำเอาแผนที่จาก Google Maps มาใช้งานร่วมกับโปรแกรม Contacts ในบริการออนไลน์ MobileMe  เหมือนกับที่มีใน iPhone และ iPod touch โดยข้อมูลที่อยู่ที่เรากรอกไว้ใน Contacts จะนำไปใช้ในการแสดงแผนที่ขนาดเล็กขึ้นมาข้างๆกับที่อยู่ดังกล่าว

miniMap.png

Aperture และ iMovie มีการออกตัวอัพเดตเพื่อแก้ไขปัญหาการใช้งานบางอย่างออกมา โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

Aperture 2.1.3 - 48.11MB

This update improves overall stability and provides fixes for issues related to database integrity and compatibility with specific file types. The issues addressed include:

  •  Nikon images imported directly from a camera now display thumbnails correctly in the Import window.
  •  Fixed an issue that could cause duplicate image versions to be created after rebuilding a library.
  •  Fixed a library issue that prevented operation of the Relocate or Consolidate commands in some circumstances.
  • iMovie 8.0.2 - 24.5MB

    This Software Update fixes an issue with projects having a size of 0 KB. Attempting to open these projects would cause iMovie to quit unexpectedly at launch.

    This Software Update also addresses a problem where full-screen mode could not be accessed on some systems.

    หน่วยงานผลิตภัณฑ์ Mac ของ Microsoft ออกตัวทดลองใช้สำหรับ Office 2008 ให้กับผู้ใช้ Mac ได้ทดลองใช้งานฟรีเป็นเวลา 30 วัน โดยในชุดประกอบด้วย Entourage , Excel , Messenger, PowerPoint และ Word โดยการทำงานจะใช้ได้เต็มรูปแบบเหมือนชุดใช้งานจริงที่ขายอยู่ หลังจากครบอายุการใช้งาน 30 วันแล้ว หากต้องการใช้งานต่อไป สามารถซื้อรหัสการใช้งานจากตัวแทนจำหน่าย เพื่อใช้งานต่อได้โดยไม่ต้องติดตั้งใหม่

    Office 2008 นั้นประกอบไปด้วยรุ่น Home & Student (ราคา $149.95) , Standard Edtion (ราคา$399.95) และ Special Media Edition (ราคา $499.95) สามารถดาว์นโหลดตัวอย่างทดลองใช้งานขนาด 545MB ได้จากเว็บไซต์ของไมโครซอฟท์ ทั้งนี้ตัว Office 2008 นั้นออกมานานปีกว่าแล้ว แต่ช่วงก่อนไม่มีรุ่นทดลองให้ใช้งานออกมา

    สำหรับซอฟท์แวร์ของ Apple เองที่ใช้ทำงานข้างต้นได้คือชุด iWork '09 ซึ่งประกอบไปด้วย Keynote , Numbers และ Pages จำหน่ายอยู่ที่ราคา $79 ได้รับความนิยมจากผู้ใช้ Mac ค่อนข้างมาก นอกจากนั้นยังมีชุดโปรแกรมที่พัฒนาต่อมาจาก OpenOffice ทั้งตัว OpenOffice เองและชุดอื่นอีกพอสมควรให้เลือกใช้ นั่นอาจเป็นเหตุผลนึงที่ทำให้ชุด Office 2008 ของ Microsoft ไม่เป็นที่นิยมเท่าไรนักในช่วงหลัง
    สัปดาห์ที่ผ่านมาราคาเครื่อง iMac สำหรับสถานศึกษาได้มีการปรับเปลี่ยนอย่างเงียบๆ โดยรุ่นเริ่มต้นราคาต่ำสุด ได้เปลี่ยนมาเป็น iMac อะลูมิเนียม 20" ด้วยราคา 899 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 32,500 บาท โดยเป็นการเปลี่ยนแทนที่เครื่อง 17" สีขาวเดิม ที่ขายในราคาเดียวกันก่อนหน้านี้

    ประเด็นอยู่ที่นี่คือความเคลื่อนไหวสุดท้ายในตลาด สำหรับ iMac รุ่นพลาสติกสีขาว ที่ทำตลาดมาตั้งแต่ปี 2006 แม้ว่าก่อนหน้านี้จะไม่มีขายในตลาดผู้ใช้งานทั่วไปมานานแล้ว แต่ก็ยังมีขายอยู่ในตลาดสำหรับสถานศึกษา และก็เป็นจุดสิ้นสุดการทำตลาดสำหรับตัวถังเครื่องแบบนี้ ซึ่งเริ่มทำตลาดรุ่นแรกกับ iMac G5 ในปี 2004 เป็นที่เรียบร้อย ปัจจุบันเครื่อง iMac ทั้งตลาดผู้ใช้ทั่วไป และสถานศึกษาได้เปลี่ยนมาเป็นตัวเครื่องแบบอะลูมิเนียม ซึ่งเริ่มออกมาทำตลาดครั้งแรกในเดือนสิงหาคมปี 2007 เรียบร้อยแล้ว
    รายงานจาก ChinaTimes อ้างว่า Apple ได้ส่งคำสั่งผลิต iPhone อีก 4 ล้านเครื่องมายังโรงงานผู้ผลิต โดยจะเป็น iPhone รุ่นใหม่ที่จะขายในช่วงไตรมาสนี้ โดยจะมีการผลิตแยกออกเป็น 3 รุ่น รุ่นแรกรองรับ EDGE อย่างเดียว ส่วนอีกรุ่นนึงจะรองรับ 3G และรุ่นสุดท้ายจะรองรับเครือข่ายเฉพาะในประเทศจีน ซึ่งเป็นเครือข่าย TD-SCDMA โดย iPhone ดังกล่าวไม่ใช่ iPhone nano อย่างข่าวลือในช่วงปลายปีก่อนหน้านี้ แต่ละมีรูปร่างคล้ายกับ iPhone 3G ในปัจจุบัน

    ในอดีต ChinaTime เคยให้ข่าวเกี่ยวกับการผลิต iPhone รุ่นแรกไว้ ซึ่งค่อนข้างตรงกับเรื่องที่เกิดขึ้นต่อจากนั้นมาก สำหรับข่าวนี้ต้องติดตามดูกันต่อไปว่าจะจริงหรือไม่เพียงใด ทั้งนี้ iPhone รุ่นใหม่มีการคาดกันว่าจะออกในช่วงเดือนมิถุนายน หรือกรกฎาคมปีนี้ บางฝ่ายคาดกันว่าอาจจะเปิดตัวในงาน WWDC 2009
    อีกไม่นาน App Store ก็จะเข้าสู่หลักชัยใหม่แตะยอดโหลดที่ 1,000 ล้านครั้ง ณ โอกาสเดียวกันนี้ App Store ก็ได้นำเอาโปรแกรมยอดนิยมตลอดการทั้งแบบฟรี และแบบเสียเงินมาจัดอันดับให้เราได้ดูกัน จากรายงานจาก MacRumors ได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับรายได้ของบางโปรแกรมที่ค่อนข้างน่าสนใจมาก

    โปรแกรม Koi Pond ซึ่งติดอันดับ 2 โปรแกรมยอดนิยมรายงานผ่าน New York Times ว่ามียอดโหลดกว่า 900,000 ครั้ง หลังจากหักค่าธรรมเนียมกับ Apple แล้วผู้พัฒนามีรายได้ 623,000 เหรียญสหรัฐ คิดเป็นเงินไทยก็กว่า 22 ล้านบาทเลยทีเดียว !!!

    โปรแกรม Enigmo เป็นเกมส์ลับสมอง มีการแจ้งว่ามียอดโหลดกว่า 810,000 ครั้งนับตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว จนถึงมกราคมต้นปีที่ผ่านมา สำหรับรายได้นั้นคำนวณไม่ได้เพราะโปรแกรมมีการปรับราคาหลายช่วง ช่วงแรกๆราคา 9.99 เหรียญ และปัจจุบันลดลงมาอยู่ที่ 0.99 เหรียญสหรัฐ อย่างไรก็ตามคงสร้างรายได้ให้กับนักพัฒนาไปไม่น้อยเลยทีเดียว

    โปรแกรม Pocket God ติดอันดับ 12 ในอันดับดังกล่าว มีรายงานว่ามียอดโหลดกว่า 500,000 ครั้ง สร้างรายได้กว่า 350,000 เหรียญสหรัฐ หรือกว่า 12 ล้านบาทไทย

    และโปรแกรม iShoot พัฒนาโดยโปรแกรมเมอร์คนเดียว เปิดเผยกับ New York Time ว่าใน 5 เดือนเขามีรายได้จาก App Store ถึงกว่า 800,000 เหรียญสหรัฐ หรือกว่า 28 ล้านบาท โปรแกรมของเขานั้นมูลค่า 2.99 เหรียญสหรัฐ เท่ากับว่ามียอดโหลดโปรแกรมของเขาถึงกว่า 380,000 ครั้งเลยทีเดียว

    จะเห็นได้ว่า App Store นั้นเป็นโอกาสสำหรับนักพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นบริษัทใหญ่หรือนักพัฒนารายย่อยได้อย่างที่ Apple กล่าวอ้างจริงๆ อย่างไรก็ตามโอกาสที่โปรแกรมดังกล่าวจะได้รับความนิยมก็ไม่ใช่เรื่องง่าย  ปัจจุบันน่าจะมีโปรแกรมใน App Store แล้วกว่า 30,000 โปรแกรม แม้กระนั้นก็ยังคงเป็นตลาดที่มีโอกาสทางธุรกิจรออยู่อีกมาก ปัจจุบันในไทยเราก็เริ่มมีหลายบริษัทให้ความสนใจให้นักพัฒนาของตนเตรียมความพร้อม สำหรับการพัฒนาโปรแกรมลงใน App Store กันบ้างแล้ว

    รายงานจาก Wall Street Journal ระบุว่าแม้ Steve Jobs จะทำเรื่องลางานเนื่องจากปัญหาเรื่องสุขภาพอย่างที่ได้ทราบกันไปแล้วนั้น แต่เขาก็ยังคงดูแลกระบวนการทำงานโดยเฉพาะภาคการผลิตของ Apple อยู่อย่างใกล้ชิด จากที่เห็นในช่วงที่ผ่านมาว่าแม้จะไม่มี Steve Jobs ออกหน้าในการกล่าว Keynote หรือการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ Apple ก็ยังสามารถดำเนินการต่อไปได้ ด้วยแผนดำเนินการที่ไม่ต่างไปจากเดิม อย่างไรก็ตามการกลับมาอีกครั้งของ Steve Jobs ก็ยังเป็นเรื่องที่มีผู้รอคอยกันเป็นจำนวนมาก

    โดย Tim Cook ทำหน้าที่ดูแลการทำงานโดยทั่วไปในบริษัท ส่วนการผลิตชิ้นงานใหม่ๆ รวมถึงการวางแผนงานต่างๆ นั้น Steve Jobs ยังคงดูแลอยู่เหมือนเดิม สำหรับกำหนดการณ์ในการกลับมาทำงานอีกครั้ง ของ Steve Jobs ที่ระบุไว้ว่าจะกลับมาในช่วงปลายเดือนมิถุนายน ยังคงเป็นไปตามกำหนดการเดิม

    นอกไปจากนี้ยังมีกระแสข่าวลือว่า Apple กำลังซุ่มทำผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่เป็นลักษณะของ Table หรือ Netbook อยู่โดยจะมีขนาดใหญ่กว่า iPod touch แต่มีขนาดไม่ใหญ่เท่ากับ MacBook ส่วนรายละเอียดจะเป็นลักษณะไหนนั้น มีการคาดเดากันไปหลายทิศทาง บ้างว่าอาจจะเป็นแบบ touch screen ไม่มีแป้นพิมพ์ บ้างก็ว่าจะมีแป้นพิมพ์อยู่ด้วย แต่มีขนาดเล็ก อย่างไรก็ตาม Apple ก็มีสิทธิบัตรหลายอย่างที่จดไว้เกี่ยวกับการใช้งาน Multi-touch กับอุปกรณ์ลักษณะดังกล่าว ต้องรอดูกันต่อไปว่าผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ว่าจะออกมาในรูปแบบไหน
    หลังจาก iTunes Store ปรับราคาจากแบบเดิมที่ทุกเพลงมีราคาเท่ากันหมดที่ 0.99 เหรียญสหรัฐ มาเป็นแบบใหม่ที่มีราคา 3 อัตรา เพลงฮิตราคา 1.29 เหรียญสหรัฐ เพลงทั่วไปราคา 0.99 เหรียญสหรัฐ และเพลงเก่า 0.69 เหรียญสหรัฐ โดยการกำหนดราคาเพลงจะเป็นการกำหนดมาจากค่ายเพลง ที่ต้องการให้ตนสามารถที่จะตั้งราคาการขายเพลงได้ยืดหยุ่นมากขึ้น ซึ่ง Apple ได้ตอบรับและประกาศว่าจะปรับราคาดังกล่าวไปแล้วในงาน Macworld 2009 เมื่อต้นปี และได้มีการปรับราคาจริงๆในวันที่ 7 เมษายนที่ผ่านมานั้น

    รายงานจาก Billboard พบว่าเพลงที่อยู่ในอันดับยอดนิยมใน iTunes Store มีความเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเพลงที่ราคา 1.29 เหรียญสหรัฐนั้น หลังจากผ่านไปสองวันจากการเปลี่ยนราคา มีอันดับความนิยมในการซื้อลดลงเกือบ 30 เพลง ในขณะที่เพลงที่ราคา 0.99 เหรียญสหรัฐ มีอันดับในตารางสูงขึ้นกว่า 30 เพลง ตามที่แสดงในแผนภูมิต่อไปนี้

    pub.png
    อย่างไรก็ตามเป็นการติดตามความเปลี่ยนแปลงจากใน iTunes Store Top 100 เท่านั้น ยังไม่ได้นำเอาเงื่อนไขเรื่องอื่นๆ เช่นการโปรโมทของแต่ละเพลงในสื่ออื่น หรือวันที่ออกและอยู่ในชาร์จมานานเท่าไหร่แล้วมาคิด แต่จากแนวโน้มคร่าวๆแล้ว หากในอนาคตเพลงที่ค่ายเพลงตั้งราคาไว้สูง โดยคาดว่าเพลงดังกล่าวน่าจะได้รับความนิยม แต่ไม่ได้รับการตอบรับจากผู้ซื้อ น่าจะทำให้ค่ายเพลงกลับไปทบทวนการตั้งราคาดังกล่าวกันบ้าง
    Apple เริ่มโปรโมทกิจกรรมพิเศษ เพื่อฉลองที่ App Store จะมียอดดาว์นโหลดครบ 1,000 ล้านครั้ง โดยมีกิจกรรมแจกรางวัลทั้ง MacBook Pro , Time Capsule , iPod touch และ iTunes Gif Card รวมกว่า 13,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณกว่า 460,000 บาท โดยผู้ที่มีสิทธิร่วมลุ้นรางวัลดังกล่าว ก็มีผู้ที่โหลดโปรแกรมใดๆในช่วงนี้ (ทั้งฟรีและเสียเงิน) ก่อนที่ตัวเลขนับในหน้าเว็บจะแตะหลัก 1,000 ล้านครั้ง รวมถึงผู้ที่กรอกแบบฟอร์มในเว็บของกิจกรรม จากนั้นจะมีการประกาศรายชื่อผู้โชคดีในภายหลัง 
    appstore-090410-1.jpg
    สำหรับแบบฟอร์มดังกล่าวนั้น ไม่มีประเทศไทยให้เลือก ไม่แน่ใจว่าการโหลดโปรแกรมจาก App Store Thailand ในช่วงนี้จะทำให้ชาวไทยเรามีโอกาสร่วมลุ้นกับเขาไปด้วยหรือไม่ *Updated* ประเทศไทยไม่ได้เข้าร่วมรายการ

    ก่อนหน้านี้ Apple เคยจัดกิจกรรมลักษณะคล้ายๆกัน เพื่อฉลองตอนที่ iTunes Store มียอดดาว์นโหลดเพลงแตะหลักร้อยล้านครั้งในปี 2004 และพันล้านครั้งในปี 2006 มาแล้ว นับว่าเป็นการเติบโตที่รวดเร็วมากพอสมควร ก่อนหน้านี้ Apple พึ่งจะประกาศฉลองยอดโหลดครบ 500 ล้านครั้งไปในช่วงกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมานี้เอง
    Apple ประกาศว่าบริการเครื่องมือสองอันที่มีความเกี่ยวข้องกับ .Mac คือ HomePage และ Groups จะปิดให้บริการในวันที่ 7 กรกฎาคม 2009 ซึ่งทั้งสองบริการนี้ยังไม่ได้ให้บริการเป็นส่วนนึงของ MobileMe แต่สำหรับสมาชิก .Mac เดิมที่ถูกโดนย้ายมาเป็น MobileMe จะยังใช้ได้อยู่

    บริการ .Mac HomePage คือบริการเว็บโฮสติ้งที่เป็นส่วนนึงของ iTools ที่เริ่มให้บริการในปี 2000 ซึ่งในภายหลังได้เปลี่ยนมาเป็น .Mac ในปี 2002 โดยปัจจุบันในหน้าแรกของ .Mac HomePage นั้น Apple ได้แสดงข้อความประกาศการหยุดให้บริการดังกล่าวแล้ว โดยระบุว่าเว็บนั้นจะยังเข้าใช้งานได้หลังวันที่ 7 กรกฎาคมดังกล่าว แต่จะไม่สามารถลบหรือแก้ไขได้ ถ้าต้องการลบหรือแก้ไขให้ทำก่อนวันดังกล่าว

    ส่วนบริการ .Mac Groups นั้นเป็นบริการที่ให้ผู้ใช้ .Mac สามารถสร้าง group เพื่อใช้งานอีเมล์ address , iDisk ร่วมกันได้ ก็มีการนำข้อความแจ้งประกาศมาขึ้นที่หน้าแรกของ Groups ด้วยเช่นเดียวกัน

    ทั้งนี้บริการส่วนใหญ่ของ MobileMe สามารถใช้งานแทนสองบริการดังกล่าวได้ สำหรับ .Mac Groups แม้จะไม่มีบริการใหม่เข้ามาแทนที่โดยตรง แต่โดยตัวบริการดังกล่าวแล้วก็ไม่ใคร่จะมีประโยชน์ในการใช้งานสำหรับรูปแบบการใช้ Internet ในยุคปัจจุบันนัก ส่วน HomePage นั้นสามารถใช้งาน iWeb หรือ Gallery ใน MobileMe ได้ จะขาดไปบ้างก็บางฟีเจอร์เช่นการสร้างเว็บไซต์หลายอัน โดยมีรหัสผ่านที่แยกจากกันเท่านั้น
    ตามหัวข้อข่าว Apple กำหนดวันประกาศผลประกอบการในไตรมาสที่ 2 ประจำปีงบประมาณ 2009 ไว้ในวันที่ 22 เมษายน ที่จะถึงนี้ และทาง Apple191 จะนำมารายงานอีกครั้งหลังจากที่ผลประกอบการดังกล่าวออกมาอย่างเป็นทางการแล้ว

    นักวิเคราะห์หลักทรัพย์คาดการณ์ว่า ผลประกอบการจะมีรายได้อยู่ที่ 7,950 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นกำไรต่อหุ้นมูลค่า 1.08 เหรียญสหรัฐ ทั้งนี้เมื่อวันที่ 21 มกราคมที่ผ่านมา Peter Oppenheimer ประธานบริหารสายการเงินของ Apple ให้ข้อมูลไว้ว่าผลประกอบการรายได้ของไตรมาสที่สองจะอยู่ในช่วง 7,600 - 8,000 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นกำไรต่อหุ้นอยู่ในช่วง 0.90 - 1.00 เหรียญสหรัฐ
    จาก Blog Between the Lines ในเว็บไซต์ของ Autodesk ซึ่งเป็นผู้ผลิต AutoCAD ซอฟท์แวร์ออกแบบชื่อดัง มีการโพสต์สอบถามเกี่ยวกับความต้องการของผู้ใช้ AutoCAD ในระบบ Mac OS X เป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหว ที่ออกมาสนับสนุนข่าวลือก่อนหน้านี้ที่ว่า จะมีบริษัทผู้ผลิตซอฟท์แวร์รายใหญ่ เปิดตัวโปรแกรมสำหรับ Mac พร้อมกับ Snow Leopard โดยหลายคนคิดกันไปว่าน่าจะหมายถึง AutoCAD for Mac OS X

    พร้อมกันนี้ AutoDesk ยังได้จัดทำแบบสำรวจออนไลน์ไว้เพื่อเก็บความต้องการของผู้ใช้ด้วย สำหรับ AutoCAD นั้นเคยมีรุ่นที่ทำงานใน Mac มาก่อนหน้านี้นานมากแล้ว จนกระทั่งเลิกทำการผลิตสำหรับ platform Mac ไปในปี 1992
    ย้อนไปก่อนหน้าที่ Mac OS X 10.5 Leopard จะออก มีการพบว่าในโปรแกรม iChat มีส่วนนึงที่เกี่ยวกับระบบตอบรับอัตโนมัติอยู่ อย่างไรก็ตามภายหลังจากที่ Leopard ออกสู่ตลาดแล้วฟีเจอร์ดังกล่าวกลับถูกนำออกไป (ภาพและข่าวจาก AppleInsider)

    ichat-090409-1.jpg
    ความเคลื่อนไหวล่าสุดพบว่ามีสิทธิบัตรที่ยื่นจดโดย Apple มีความหนาจำนวน 13 หน้า ระบุถึงเทคโนโลยีที่จะนำมาใช้ในการพัฒนา ระบบตอบรับอัตโนมัติแบบวีดีโอในโปรแกรม iChat โดยผู้ใช้จะสามารถอัดวีดีโอตอบรับไว้ได้ จากนั้นเมื่อมีการเรียกเข้ามาในขณะที่ผู้ใช้ไม่อยู่ ก็จะมีการส่งวีดีโอดังกล่าวไปให้ปลายทาง และปลายทางสามารถอัดข้อความฝากไว้ได้ตามระยะเวลาที่ผู้ใช้กำหนดไว้ โดยระบบดังกล่าวสามารถทำงานได้แม้ว่าผู้ใช้จะอยู่ แต่ว่าไม่ว่างรับข้อความ หรือกำลังทำงานอื่นอยู่
    วันพฤหัสที่ผ่านมา Apple ได้เชิญชวนให้นักพัฒนาโปรแกรมสำหรับ iPhone ให้มาร่วมทดสอบการใช้งาน Push Notification กับระบบของจริงกันแล้ว ทั้งนี้ก่อนหน้านี้มีเพียงนักพัฒนาบางรายที่ Apple ซุ่มทดสอบกันก่อนหน้างานเปิดตัว iPhone OS 3.0 เท่านั้นที่ได้ลองเขียนโปรแกรมสำหรับใช้งานระบบดังกล่าว ตอนนักพัฒนาโปรแกรมที่ได้สมัครสมาชิกไว้เรียบร้อยแล้ว จะได้รับอีเมล์แจ้งให้เข้าไปอ่านรายละเอียด และร่วมใช้งานดังกล่าวกันได้แล้วโดยถ้วนหน้า

    สำหรับระบบ Push Notification นั้นเป็นระบบที่ Apple เลือกที่จะนำมาใช้ทดแทนการที่ไม่อนุญาตให้โปรแกรมใน iPhone และ iPod touch ทำงานแบบ Background ได้ โดยในระบบของเครื่องจะมี service ที่คอยทำหน้าที่ตรวจสอบข้อความ Push จากเครื่องแม่ข่าย จากนั้นจึงจะมีข้อความแจ้งให้กับผู้ใช้งาน โดย Apple ระบุว่าวิธีการดังกล่าวจะทำให้ประสิทธิภาพการใช้งานโปรแกรมในเครื่องไม่ลดลง และไม่เปลืองแบตตมากนัก เมื่อเทียบกับการอนุญาตให้มีการรันโปรแกรมค้างไว้ได้ 

    ฟีเจอร์ดังกล่าวมีการเปิดตัวเมื่อปีก่อนไปแล้ว แต่เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น ก็ได้มีการเลื่อนการให้บริการดังกล่าวออกไปก่อน จนมีการนำมาพูดถึงอีกครั้งในงานเปิดตัว iPhone OS 3.0 พร้อมทั้งระบุว่าได้มีการพัฒนาระบบให้สามารถขยายตัวรองรับการทำงานที่เพิ่มขึ้นในอนาคตได้อีกด้วย 
    หัวข้อข่าวนี้ดูเป็นเดจาวูมากๆ ไม่ต้องแปลกใจครับ เพราะว่าก่อนหน้านี้ก็เคยมีข่าวหัวข้อคล้ายกันนี้มาแล้ว ! ในครั้งนี้ Digitimes รายงานว่า Apple มีคำสั่งซื้อชิ้นส่วน NAND Flash ขนาด 8Gb จำนวนกว่า 100 ล้านชิ้นจาก Samsung ซึ่งคำสั่งซื้อดังกล่าวอาจจะทำให้เกิดปัญหาสินค้าขาดตลาดได้ โดยในข่าวระบุว่าได้เริ่มมีการทะยอยส่งมอบสินค้ากันไปบ้างแล้ว

    หากเป็นจริงตามข่าวที่ระบุ ก็เป็นที่น่าสงสัยว่าการสั่งซื้อจำนวนมากขนาดนี้นั้น Apple จะนำไปใช้ในผลิตภัณฑ์อะไรบ้าง อย่างไรก็ตามการนำไปใช้งานผลิตจริงๆ ชิปจำนวน 100 ล้านชิ้นอาจจะผลิตออกมาเป็นสินค้าเพียงแค่ไม่กี่สิบล้านเครื่องเท่านั้น เพราะจะต้องมีการนำไปประกอบกันเพื่อให้มีความจุในแต่ละเครื่อง ตามที่กำหนดนั่นเอง

    อีกทั้งความน่าสงสัยอีกประการก็คือตามข่าวระบุว่าชิปดังกล่าวเป็นขนาด 8Gb ซึ่งมีความจุไม่มากนัก และหากนำไปประกอบรวมกันเพื่อให้ได้ความจุเยอะขึ้น ก็จะทำให้มีใช้พื้นที่เพิ่มขึ้น ทำให้อุปกรณ์มีขนาดใหญ่ขึ้น ในขณะที่ iPod shuffle ขนาด 4GB ใช้ NAND Flash ขนาด 32Gb (1GB = 8Gb ดังนั้น 4GB x 8 = 32Gb) ส่วน iPhone 8GB นั้นก็ใช้ชิป 64Gb ตัวเดียว และเช่นกันใน iPhone รุ่น 16GB ก็ใช้ชิป 128Gb

    ทำให้มีการคาดการณ์กันไปว่าชิปดังกล่าวอาจจะถูกนำไปใช้กับผลิตภัณฑ์อื่นมากกว่า เช่นอาจจะนำไปใช้ในเครื่อง Mac หรือเครื่อง MacBook เพื่อทำให้บูตได้เร็วขึ้น
    มีรายงานจากนักพัฒนาบางส่วน พบว่าใน iPhone OS 3.0 มีบางส่วนของระบบที่ดูเหมือนจะเตรียมไว้รองรับ สำหรับการถ่าย VDO แต่ยังไม่ได้เปิดเผย โดยการเข้าไปพบนั้นเป็นการพยายามไล่ดูไฟล์คอนฟิกต่างๆในระบบ จนไปพบข้อมูลบางส่วนที่น่าจะเกี่ยวกับการถ่ายภาพวีดีโอดังกล่าว เมื่อแก้ไขค่าเปิดฟังก์ชันดังกล่าว จะพบว่าหน้าจอสำหรับถ่ายภาพนั้นมีตัวเลือก สำหรับถ่ายวีดีโอเพิ่มขึ้นมาที่มุมขวาล่าง (ภาพประกอบจาก MacRumors)

    081242-cameramr.jpg.jpeg
    อย่างไรก็ตามคุณสมบัติในการถ่ายวีดีโอเป็นเรื่องที่ Apple ยังไม่เคยนำมาเปิดเผยในการพรีวิว iPhone OS 3.0 ครั้งก่อน นอกจากนี้ยังพบว่ามีบางส่วนที่เป็นการตั้งค่าของ "Auto-focus camera" , "Magnetometer" (เข็มทิศดิจิตอล) และ  "Voice Control" โดยเมื่อเปิดค่าของ Voice Control แล้วจะพบเมนูการกำหนดค่าของ Voice Control เพิ่มเข้ามาในเมนู International ตามภาพต่อไปนี้ (ภาพประกอบจาก Boy Genius)
    เป็นไปตามข่าวลือก่อนหน้าที่บอกว่า Apple จะปรับราคาขายเพลงใน iTunes ในวันที่ 7 เมษายน ซึ่งก็เป็นไปตามนั้น Apple ได้ปรับราคาขายเมื่อวันที่ 7 เมษายนที่ผ่านมา สำหรับราคาใหม่นั้นก็เป็นไปตามอัตราที่ได้ประกาศไว้ในงาน Macworld 2009 ที่ผ่านมา โดยมีราคา 0.69 , 0.99 และ 1.29 เหรียญสหรัฐตามลำดับ

    นอกจากนี้ยังเป็นวันที่เพลงใน iTunes Store ทุกเพลง เป็นเพลงแบบปลอด DRM ครบทุกเพลงอีกด้วย ทำให้เพลงบางเพลงที่ยังไม่มีเวอร์ชั่น iTunes Plus ซึ่งปลอด DRM ถูกถอดออกจากหน้าร้านไปโดยอัตโนมัติ
    เป็นไปตามที่ลืออยู่ก่อนหน้านี้ว่า Apple จะอัพเดต Xserve รุ่นใหม่ โดยใช้หน่วยประมวลผล Nehalem ตัวล่าสุดของ Intel ซึ่งก็ออกมาดังว่า โดย Apple ระบุว่า Xserve รุ่นใหม่ดังกล่าวให้ความแรงที่เพิ่มขึ้นจากเดิมถึงสองเท่า ที่คลาดไปก็คือ Xserve ตัวใหม่ออกมาก่อนที่ Mac OS X 10.5.7 จะออก จากเดิมที่คาดว่าจะออกมาพร้อมกับ Bundle 10.5.7

    โดย Xserve ตัวใหม่นี้สามารถซื้อได้ทันทีแล้วจาก Apple Store สำหรับชุดมาตรฐานราคาเริ่มต้นที่ 119,900 บาท ใช้ Quad-Core Xeon 5500 2.26GHz สามารถสั่งเปลี่ยนเป็น Dual 2.26GHz , 2.66GHz หรือ 2.93GHz ได้ นอกจากนั้นยังสามารถเพิ่ม Solid State Drive เข้ามาเป็นตัวเลือกได้อีกด้วย ทั้งนี้ SSD นั้นจะถูกนำมาใช้เป็น Boot Drive และไม่กินพื้นที่ Bay สำหรับใส่ฮาร์ดดิสก์เพิ่มเติมตัวอื่น สามารถใส่ฮาร์ดดิสก์ได้สูงสุดถึง 3TB 

    xeerve-090407-1.png
    คลิกที่ Link เพื่อดูรายละเอียด Spec สำหรับ Xserve รุ่นใหม่
    Apple ปล่อยตัวอัพเดต iTunes รุ่นใหม่แล้ว เป็นรุ่น 8.1.1 โดยสาระสำคัญของ iTunes รุ่นนี้ที่เพิ่มเข้ามาก็คือรองรับการเช่าหนังแบบ HD พร้อมทั้งแก้ไขข้อบกพร่องบางอย่างของคุณสมบัติ VoiceOver ที่ใช้กับ iPod shuffle ตัวใหม่ รวมไปถึงปัญหาบางอย่างในการ sync ข้อมูลกับ iPhone และ iPod touch สามารถอัพเดตได้ทางเมนู Software Update หรือทางหน้า Download iTunes 8.1.1 for Mac OS X (66MB) 

    พร้อมกันนี้ยังมีรุ่นสำหรับ XP และ Vista (70.86MB) รวมไปถึง Vista 64-bit (71.35MB)
    จากข้อมูลในหน้าเว็บรับสมัครงานของ Apple มีการประกาศรับตำแแหน่ง Camera Project Manage - iPhone อย่างที่รู้กันอยู่ว่า iPhone นั้นมีกล้องในตัวอยู่แล้ว แต่ประเด็นที่น่าสนใจอยู่ที่ใน Job Description มีข้อความที่ระบุถึง iPod ด้วย ซึ่งน่าจะหมายถึง iPod touch ซึ่งอาจจะหมายถึงว่า iPod touch รุ่นต่อไปในอนาคตจะมีกล้องในตัวเช่นเดียวกับ iPhone

    ipodcam-090406.png

    ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวลือว่า Apple สั่งซื้ออุปกรณ์ถ่ายภาพความละเอียด 3.2 และ 5 ล้านพิกเซล มีการตีความกันไปต่างๆนาๆ ว่าอาจจะเป็นการนำมาใช้ใน iPhone ทั้งสองความละเอียด โดยมีทั้งกล้องด้านหน้าสำหรับ Video Chat และกล้องด้านหลังสำหรับถ่ายภาพ บางความเห็นคิดว่ากล้องใน iPhone จะเป็น 3.2 ล้านพิกเซล และกล้องในอุปกรณ์ใหม่ที่คาดว่าจะออกในปีนี้จะใช้ 5 ล้านพิกเซล จากข่าวดังกล่าวอาจจะเป็นไปได้ว่ากล้องใน iPhone จะเป็น 5 ล้านพิกเซล และ ใน iPod touch จะมีกล้อง 3.2 ล้านพิกเซล

    นอกจากนี้ก่อนหน้านี้ยังมีการพบว่าใน iPhone OS 3.0 นั้นมีไฟล์ภาพส่วนหนึ่งที่น่าจะนำไปใช้กับโปรแกรมตัดต่อวีดีโอ

    จากผลการเก็บข้อมูลส่วนแบ่งตลาดผู้ใช้งาน Internet โดย Net Applications ในรอบเดือนมีนาคมที่ผ่านมา สัดส่วนการใช้งาน Safari อยู่ที่ 8.23% จากที่เดือนกุมภาพันธ์ตกลงไปอยู่ที่ 8.02% ในขณะที่เดือนมกราคมทำสถิติสูงสุดอยู่ที่ 8.29% สำหรับ FireFox และ Chrome ส่วนแบ่งตลาดยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด FireFox มีสัดส่วนการใช้งานถึง 22.05% แล้ว ในขณะที่ Chrome ใช้ระยะเวลาเพียง 7 เดือนนับจากเปิดตัว กินส่วนแบ่งไปแล้วถึง 1.23%

    สำหรับ Internet Explorer ยังคงทำสถิติมีสัดส่วนการใช้งานลดลงอย่างต่อเนื่อง ภายใน 1 ปีมีสัดส่วนการใช้งานลดลงถึง 7.68% มาอยู่ที่ 66.82% เมื่อลงรายละเอียดพบว่า IE6 มีการใช้งานลดลงไปอยู่ที่ 18.36% เรียกว่าต่ำกว่า FireFox อย่างมีนัยเลยทีเดียว ในขณะที่ IE7 ก็ยังคงไม่สามารถเพิ่มสัดส่วนการใช้งานได้ถึง 50% เสียที มีแนวโน้มว่าในไม่ช้า FireFox จะมีส่วนแบ่งมากเป็นครึ่งหนึ่งของ IE7 ถ้าตัวเลขยังคงเป็นไปในทิศทางเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ
    เป็นเอกสารยื่นจดสิทธิบัตรของ Apple แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับระบบป้องกันขโมย โดยในกรณีที่เครื่องหายหรือถูกขโมย ระบบจะแจ้งเตือนไปที่หน่วยงานที่รับผิดชอบ ซึ่งจะทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถตรวจสอบพิกัดของเครื่องได้โดยใช้ระบบ GPS

    การแจ้งไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบอาจจะเป็นการโทรออกไป หรือการส่งอีเมล์ โดยจะมีการตรวจสอบบางอย่างโดย จากนั้นจะเข้าสู่โหมดปิดการใช้งาน ผู้ใช้สามารถที่จะกำหนดค่าต่างๆ ในการตั้งค่าเพื่อใช้งานระบบได้ใน Preference

    patent2-090402-1.jpg
    เป็นข่าวลือจากเว็บไซต์ benm.at ซึ่งเป็นเว็บภาษาเยอรมัน (แปลด้วย Google) ระบุว่าใน iPhone OS 3.0 มีไฟล์บางส่วนที่ดูเหมือนจะเป็นกราฟฟิกที่ใช้ในการตัดต่อวีดีโอ ทั้งการ Editing , Scubbing และ Clip ดังภาพประกอบต่อไปนี้ที่โพสต์ในเว็บดังกล่าว (คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่)

    video-editing1.jpg
    ในเว็บดังกล่าวไม่ได้ระบุว่าไฟล์ต่างๆเหล่านี้ อยู่ที่ Directory ใดในระบบ ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวเกี่ยวกับว่า Apple สั่งซื้อตัวรับภาพ 3.2 และ 5 ล้านพิกเซล พร้อมทั้งมีหน้าจอ "Upload Video" ใน iPhone OS 3.0 ทำให้หลายคนคาดกันไปว่า iPhone รุ่นต่อไปจะมีความสามารถเกี่ยวกับกล้องที่ดีขึ้น และสามารถถ่ายวีดีโอได้ (อันที่จริงรุ่นเดิมก็ถ่ายวีดีโอได้ เพียงแต่เพิ่มซอฟท์แวร์เข้าไปเท่านั้น)
    AppleInsider รายงานว่ามีการพบว่าใน iPhone OS 3.0 รุ่นทดสอบ มีข้อมูลอุปกรณ์เครือข่ายไร้สายรุ่นใหม่ ซึ่งคาดว่าน่าจะมีการนำมาใช้ใน iPod touch และ iPhone รุ่นใหม่

    โดยชิปที่ว่านี้เป็นของ Broadcom ซึ่งเป็นอุปกรณ์สำหรับใช้งาน WiFi และ Bluetooth ในเครื่องรุ่นปัจจุบันนั้นใช้ชิบรุ่น BCM4325 ส่วนใน iPhone OS 3.0 รุ่นทดสอบที่พบเพิ่มเติมเข้ามาคือ BCM4329 ซึ่งได้เพิ่มคุณสมบัติใหม่ในการใช้งานเครือข่าย 802.11n เข้ามาทำให้สามารถใช้งานความถี่ย่าน 5GHz ได้

    ทั้งนี้ใน iPod touch และ iPhone รุ่นปัจจบันนั้นรองรับเครือข่าย 802.11a ที่ย่าน 5GHz ส่วน ย่าน 2.4GHz นั้นรองรับเครือข่าย 802.11b/g ทำให้คนที่ต้องการใช้งาน 802.11n (ซึ่งมีใน MacBook แทบทุกรุ่น) แต่ต้องการใช้งานร่วมกับ iPod touch และ iPhone จะต้องปรับย่านความถี่ลงมาที่ 2.4GHz ซึ่งอาจจะทำให้เกิดปัญหาสัญญาณรบกวนได้มากขึ้น

    หากว่าเป็นตามข้อมูลข้างต้น iPhone และ iPod touch รุ่นใหม่ที่กำลังจะออกในปีนี้ จะสามารถใช้งาน WiFi ได้ดีขึ้น เพราะว่าจะใช้งาน Channel bounding (เป็นการนำเอาสองช่องความถี่มาใช้พร้อมกัน ทำให้ความเร็วสูงสุดเพิ่มขึ้นได้) และ MIMO (ซึ่งเป็นความสามารถในการใช้เสาสัญญาณรับและส่งหลายเสา เพื่อให้ความเร็วและระยะทางที่ใช้งานเพิ่มขึ้น) ได้
    หลังจากที่ Skype สำหรับ iPhone เปิดตัวและมีให้โหลดผ่าน App Store เป็นที่เรียบร้อยไปแล้วนั้น ก็ได้มีประเด็นเกิดขึ้นเกี่ยวกับ การที่ Apple จำกัดให้โปรแกรมที่ใช้งานแบบ VoIP ทำงานผ่านเครือข่าย Wi-Fi ได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ไม่อนุญาตให้ใช้งานผ่านทางเครือข่าย 3G ได้ ทั้งนี้การใช้งาน VoIP ผ่าน Skype จะสามารถให้ผู้ใช้งานสามารถใช้งาน VoIP เพื่อโทรศัพท์คุยกันเองผ่าน Skype หรือโทรเข้าเบอร์โทรปกติก็ได้ (แต่จะมีค่าบริการจาก Skype)

    ซึ่งนั่นน่าจะส่งผลกระทบกับการให้บริการโทรศัพท์ ของ Operator ซึ่งเป็นคู่ค้ากับ Apple จึงทำให้ Apple ไม่อนุญาตให้การใช้งานลักษณะดังกล่าวผ่านทางเครือข่าย 3G หรือ EDGE (มีนักพัฒนาบางรายแจ้งว่า ใน iPhone OS 3.0 สามารถใช้งาน Skype ผ่าน 3G ได้ อย่างไรก็ตามตอนนี้ iPhone OS 3.0 ยังเป็นเพียงรุ่นทดสอบที่ยังไม่ได้เปิดให้บริการกับคนทั่วไป)

    ในเยอรมันบริษัท T-Mobile ได้เตือนลูกค้าที่จะใช้งานโปรแกรม Skype ใน iPhone ว่าอาจจะมีการฟ้องร้องกันเกิดขึ้นเนื่องจากขัดกับสัญญาการให้บริการเครือข่าย ส่วนในสหรัฐอเมริกานั้นฟากฝั่งกลุ่ม ผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตเสรี ได้ยื่นเรื่องสอบถามไปยัง FCC องค์กรอิสระที่ควบคุมดูแลกิจการโทรคมนาคม เพื่อให้ตรวจสอบว่ากรณีที่ AT&T และ Apple ได้จำกัดการใช้งาน Skype ไว้เพียงแค่ Wi-Fi นั้นขัดต่อข้อกฎหมายหรือไม่

    Skype ได้รับความนิยมมากใน iPhone และ iPod touch เพียงสองวันแรกที่เปิดให้บริการใน App Store ก็มียอดโหลดกว่า 1 ล้านครั้งเข้าไปแล้ว
    มหาวิทยาลัย Stanford นำบทเรียนสอนการพัฒนาโปรแกรมสำหรับ iPhone (และ iPod touch) มาให้บริการฟรีผ่านทาง iTunes U [iTunes Link] ซึ่งเป็นบริการส่วนนึงใน iTunes Store โดยจะเป็นส่วนที่มีเนื้อหาทางด้านการศึกษา จากทางมหาวิทยาลัยชั้นนำในสหรัฐ โดยมีทั้งวีดีโอบทเรียน และไฟล์ PDF ประกอบการเรียนการสอน แน่นอนว่าเนื้อหาที่สอนกันในครั้งนี้จะยังคงเป็น SDK และ API ของ iPhone OS 2.0 โดยคอร์สนี้จะมีขึ้นเป็นระยะเวลา 10 สัปดาห์ ก่อนที่ Apple จะปล่อย iPhone OS 3.0 ออกมาในช่วงกลางปี

    ก่อนหน้านี้ Stanford ได้เปิดชั้นเรียนสอนพัฒนาโปรแกรมใน iPhone มาแล้ว ในครั้งนั้นมีผู้รู้? หลายรายให้ความเป็นว่าอาจจะเป็นการผิดต่อข้อบังคับเรื่อง NDA ของ Apple และ Apple อาจจะใช้ข้อบังคับดังกล่าวยกเลิกคลาสนั้น แต่ที่สุดท้ายแล้ว Apple ก็ไม่ได้ดำเนินการดังกล่าว ทั้งยังร่วมมือกับ Stanford นำบทเรียนมาเผยแพร่ผ่านทาง iTunes U เพื่อให้บทเรียนดังกล่าวสามารถเข้าถึงได้จากผู้คนที่ไม่มีโอกาสไปเขียนเรียน กับทางมหาวิทยาลัยอีกด้วย
    ข่าวจาก Digitimes อ้างว่า Apple ได้ส่งคำสั่งซื้อตัวรับภาพแบบ 3.2 และ 5 ล้านพิกเซลจาก Omivision Technologies โดยระบุว่าสำหรับตัวรับภาพ 3.2 ล้านพิกเซลนั้นจะนำมาใช้กับ iPhone และตัวรับภาพ 5 ล้านพิกเซลนั้น จะนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์อื่นที่ยังไม่ระบุว่าเป็นอะไร ซึ่งจะออกในช่วงปลายปี

    สำหรับ iPhone ทั้งรุ่นแรกและรุ่น 3G นั้น มีกล้องความละเอียด 2 ล้านพิกเซล และมีการคาดการณ์กันทั่วไปว่า กล้องใน iPhone รุ่นต่อไปจะได้รับการปรับปรุงให้มีความละเอียดเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังมีการพบหน้าจอที่มีการระบุว่าเป็นการ "Upload Video" ใน iPhone OS 3.0 อีกด้วย ทำให้มีการคาดกันไปว่าใน iPhone รุ่นถัดไป หรือใน iPhone OS 3.0 จะเพิ่มความสามารถให้ถ่ายภาพเคลื่อนไหวได้

    112611-2009-03-18iphone3f.jpg

    รายงานจาก PC World พบว่าหน้าเว็บของ Apple Online Store ในประเทศฮ่องกง มีการประกาศให้จอง Xserve รุ่นใหม่ ซึ่งในหน่วยประมวลผล "Nehalem" ของ Intel โดยข้อผิดพลาดดังกล่าวเกิดขึ้นเป็นภาพที่แสดงผลผิดพลาด (broken image) ในหน้าสั่งจอง Xserve โดยมีคำอธิบายเขียนไว้ว่า "Pre-oder the new Xserve with Intel Xeon (Nehalem)" ส่วนชื่อไฟล์ภาพดังกล่าว (ซึ่งไม่ขึ้นเนื่องจาก error) มีชื่อว่า "promo-ribbon-nehalem.jpg" ดูตามด้านล่างขวาของภาพประกอบ

    231757-xserve_nehalem_800.png

    ทำให้ข่าวลือก่อนหน้านี้ ที่ว่า Xserve ตัวใหม่ใกล้จะออกภายในหนึ่งหรือสองสัปดาห์ข้างหน้า และจะใช้ "Nehalem" โดยมีการพบข้อความบางส่วนใน Mac OS X 1.5.7 รุ่นทดสอบ รวมถึงการปรับระยะเวลาจัดส่ง Xserve ในหน้า Apple Online Store ที่ได้รายงานไปก่อนหน้านี้ ค่อนข้างจะใกล้เคียงความเป็นจริงขึ้นมาก อย่างถึงที่สุด
    Apple ปล่อย Snow Leopard build ล่าสุดหมายเลข 10A314 ให้กับนักพัฒนาเรียบร้อยแล้ว โดยในรุ่นล่าสุดนี้ไม่มีรายละเอียดเปลี่ยนแปลงหรือมีฟีเจอร์อะไรเพิ่มเติมรายงานกันมากนัก แน่นอนรวมไปถึงอินเตอร์เฟชหรือธีมใหม่ชื่อ "Marble" ที่ลือกันก็ยังไม่มีให้เห็นในรุ่นดังกล่าว 

    นอกเหนือจากการอัพเดตแก้ไขข้อบกพร่องที่นักพัฒนาที่ได้ทดลองใช้กันก่อน รายงานเข้าไป ในรุ่นล่าสุดนี้ Apple ได้เน้นให้นักพัฒนาลงรายละเอียดเกี่ยวกับการพัฒนา Kernel Extension (คล้ายๆกับ Driver ในระบบ windows) แบบ 64 bits โดยใน Xcode ที่มาพร้อมกับ Snow Leopard จะมีเอกสารช่วยเหลือ บทที่ชื่อว่า "64-bit Transition Guide" มาพร้อมอยู่แล้ว

    Apple ยังลงรายการเครื่องรุ่นที่รองรับการทำงาน 64 bits (K64) ไว้ดังต่อไปนี้

    sl64_grid.png
    นั่นหมายความว่าเครื่องรุ่นตามตารางข้างต้นเท่านั้นที่จะรองรับการทำงานแบบ K64 โดย Xserve ที่กำหนด K64 status ไว้เป็น Default นั้นระบบจะทำงานแบบ 64 bits โดยอัตโนมัติ ส่วนรุ่นที่ระบุว่าเป็น Capable นั้นจะต้องมีการสั่งระบบตอนบูตเพื่อเลือกทำงานในแบบ 64 bits โดยสามารถเลือกบูตเพื่อใช้งานการทำงานแบบ 64 bits ได้โดยกดปุ่ม 6 และ 4 ค้างไว้ ณ ตอนที่บูตเครื่อง 
    หลังจากปล่อยตัว iPhone OS 3.0 รุ่นทดสอบออกมาได้ประมาณสองสัปดาห์ Apple ก็ได้ปล่อยตัวทดสอบรุ่นที่ 2 ออกตามมาติดๆ โดยรุ่นใหม่นี้จะเปิดให้กับนักพัฒนาที่ได้ลงทะเบียนเป็นนักพัฒนาโปรแกรม iPhone เท่านั้น โดยในรุ่นที่ 2 ดังกล่าวก็ได้มีการแก้ไขข้อบกพร่องต่างๆที่พบในตัวทดสอบรุ่นแรกไปหลายอย่าง (นักพัฒนาบางรายแจ้งว่าการเข้าหน้าแรกเร็วขึ้นกว่าเดิม และมีการปรับปรุงเรื่องความเสถียรเพิ่มขึ้น)

    นอกจากนี้ยังมีสิ่งหนึ่งที่เพิ่มเข้ามา ก็คือหน้าแรก (Springboard) ได้รับการเพิ่มเติมให้สามารถแสดงโปรแกรมเพิ่มได้มากถึง 11 หน้า ทำให้สามารถแสดงไอคอนโปรแกรมได้มากถึง 180 โปรแกรม

    สำหรับ iPhone firmware รุ่นปัจจุบันจะแสดงเพียงแค่ 9 หน้า (148 โปรแกรม) เท่านั้น ก่อนหน้านี้มีการคาดการณ์กันว่า iPhone OS รุ่นใหม่จะมีความสามารถในการจัดกลุ่มของโปรแกรมในหน้าแรกเป็นกลุ่มย่อย แต่ยังในการประกาศฟีเจอร์ใหม่ ไม่มีการพูดถึงเรื่องดังกล่าวแต่อย่างไร มีเพียง Spotlight ที่สามารถใช้เป็น luncher ได้เท่านั้น ภาพหน้าจอ iPhone OS 3.0 beta 2 จากเว็บ LoopBlog 

    iphoneoshs-090401.jpg.jpeg
    นอกจากนี้ในหน้า Setting ยังมีตัวเลือก Store เพิ่มขึ้นมา แต่ยังไม่มีรายละเอียดอะไรข้างในนั้นว่าเป็นอะไร
    วันที่ 1 เมษายนสำหรับบางคนอาจจะเป็นวัน April Fools Day ตามธรรมเนียมของฝรั่ง ที่พี่ไทยเราบางแห่งก็พยายามจะทำตัวตามกระแส ทั้งสนุกบ้างฝืดบ้างกันไปตามเรื่อง แต่สำหรับวงการคอมพิวเตอร์ วันนี้เป็นวันหนึ่งที่สำคัญมากในประวัติศาสตร์วงการเลยทีเดียว เป็นวันที่ได้มีการเริ่มก่อตั้งบริษัท Apple Computer, Inc ขึ้นมาในวันดังกล่าว จนกระทั่งเมื่อ 3 ปีก่อนจึงมีการเปลี่ยนชื่อมาเป็น Apple Inc. เป็นการตัดคำว่า Computer ออกไปจากชื่อ เพื่อให้เห็นถึงเป้าหมายของบริษัท ที่จะก้าวต่อไปว่าจะมีผลิตภัณฑ์ที่มากกว่าคอมพิวเตอร์ เหมือนอย่างที่ผ่านมา

    วันที่ 1 เมษายน ค.ศ. 1976 ชายสองคนที่ชื่อว่าสตีฟ คือ Steve Jobs และ Steve Wozniak ได้ร่วมกันก่อตั้งบริษัทขึ้น Wozniak หรือ Woz อายุ 25 ปีในขณะนั้น เป็นมันสมองหลักของการพัฒนาทางเทคนิค ส่วน Steve Jobs หรือ Steve อายุ 21 ปีเป็นนักฝันที่พยายามจะผลักดันความฝันของตัวเองนั้น ไปสู่ผู้คนต่างๆ ให้ร่วมเดินทางฝันไปกับเขาด้วย ทั้งคู่จบจาก High school ที่เดียวกัน มีความสนใจทางด้านอิเล็กทรอนิกส์กันทั้งคู่  หลังจากที่ออกจากมหาวิทยาลัยแล้ว (ลาออกเหมือนกันทั้งคู่) ก็มาร่วมมือกันทำงานด้วยกัน

    ในปี 196 คอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่มีขนาดใหญ่เป็นห้องๆ ราคาแพงมหาศาล แต่ Woz มีไอเดียที่จะทำให้มันเล็กลง ด้วยการออกแบบที่เขาคิดค้นขึ้น คอมพิวเตอร์ของเขามีขนาดเล็กลง ราคาถูก และใช้งานง่าย จากนั้น Jobs ก็นำไปเสนอในงานของชมรมคอมพิวเตอร์ท้องถิ่น และ ณ จุดนั้นตำนานก็ได้เริ่มขึ้น ปัจจุบัน Apple Inc. อายุครบ 33 ปีผ่านเรื่องราวมากมาย แต่ก็ยังคงเป็นบริษัทที่เต็มไปแนวทางการสร้างผลงาน ด้วยความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆออกมาเสมอ
    จากข่าวลือก่อนหน้านี้ที่ว่า Xserve จะออกรุ่นใหม่ในอีกหนึ่งหรือสองสัปดาห์ข้างหน้านี้ มีข้อมูลเพิ่มเติมจากสมาชิกเว็บ AppleInsider เพิ่มเติมว่าใน Mac OS X 10.5.7 ตัวทดสอบรุ่นล่าสุดที่ Apple ปล่อยให้กับนักพัฒนานั้น มีข้อมูลส่วนนึงที่ระบุถึง Machine ID ของเครื่อง Xserve รุ่นใหม่ ทั้งนี้ Xserve รุ่นปัจจุบันที่ออกมาตั้งแต่ปี 2008 นั้นมี Machine ID เป็น "Xserve 2,1

    xserve-090331-4.jpg
    ส่วนใน 10.5.7 นั้นได้มีข้อมูลส่วนส่วนของไฟล์ AppleTyMCEDriver ระบุถึง Machine ID รุ่น "Xserve 3,1" ซึ่งเป็นรุ่นที่ยังไม่มีออกจำหน่าย ซึ่งน่าจะหมายถึงเครื่อง Xserve รุ่นใหม่ดังข่าวลือก่อนหน้านี้ รวมถึงมีข้อมูล text string ในระบบบางคำชี้ว่า Xserve รุ่นดังกล่าวจะใช้สถาปัตยกรรม Nehalem เช่นเดียวกับ Mac Pro ที่ออกมาก่อนหน้านี้ โดยข้อความดังกล่าวมีดังนี้

    AppleTyMCEDriver-nehalem_error_disable %s disables the AppleTyMCEDriver MacPro4,1 Xserve3,1.

    Pages

    OpenID accepted here Learn more about OpenID
    จำนวนผู้รับข่าว

    รับข่าวทางอีเมล์



    Endless Motion Streamer
    รับงานถ่ายวีดีโอ ถ่ายทำ VTR , Presentation , ภาพยนตร์โฆษณา , MV , ถ่ายวีดีโอ งานหมั้น งานแต่งงาน งานบวช งานเลี้ยง , ถ่าย OB งานประชมสัมนา งานเปิดตัวสินค้าต่างๆ ราคากันเอง สนใจรายละเอียดคลิกชมได้ที่นี่

    About this Archive

    This page is an archive of entries from April 2009 listed from newest to oldest.

    March 2009 is the previous archive.

    May 2009 is the next archive.

    Back to Main index or look in the archives to find all content.