May 2009 Archives

เว็บ UMPCFever (ภาษาจีน) ได้โพสต์ภาพการใช้งาน iPhone ที่ทางเว็บอ้างว่าเป็น iPhone รุ่นใหม่ โดยในเว็บดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าการถ่ายภาพนั้น มีฟีเจอร์ Auto-Focus โดยเมื่อเราถ่ายภาพจะมีกรอบสี่เหลี่ยมเล็กๆมาให้เพื่อระบุตำแหน่ง Focus ในการถ่ายภาพ และเราสามารถใช้นิ้วเลื่อนกรอบดังกล่าวได้

210952-iphone3_500.jpg
นอกจากนั้นยังมีการโชว์เข็มทิศดิจิตอล ตามที่เคยมีข่าวลืออย่างต่อเนื่องมาก่อนหน้านี้ รวมไปถึงภาพของการใช้งานอื่นๆ ที่เคยประกาศฟีเจอร์ใน iPhone OS 3.0 มาแล้ว เช่น MMS , ข้อมูลรายละเอียด Stock  ทั้งนี้ถ้าสังเกตที่มุมขวาบนตรงแถบบอกระดับพลังงาน ดูเหมือนจะมีตัวเลขบอกระดับพลังงานที่เหลือเป็นตัวเลขร้อยละอีกด้วย
สัปดาห์ที่ผ่านมา รอยเตอร์รายงานว่า หน่วยงานกำกับดูแลเกี่ยวกับการผูกขาดทางการค้าของ EU ได้มีความพยายามที่จะผลักดันผู้ผลิตอุตสาหกรรมดนตรี ให้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดการลิขสิทธิ์เพลง จากที่ปัจจุบันในแต่ละประเทศในยุโรป จะมีการจัดเก็บลิขสิทธิ์เพลงแยกออกจากกัน ให้เป็นการจัดเก็บแบบที่ครอบคลุมทุกประเทศที่เป็นสมาชิก EU

ปัจจุบันนั้นในแต่ละประเทศในยุโรปจะมี iTunes Store ที่แยกออกจากกัน และมีบางประเทศที่ยังไม่มีบริการ iTunes Store อย่างเช่น โปแลนด์ และบัลเกเรีย ซึ่งหากการผลักดันดังกล่าวสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ได้ บริการออนไลน์อย่าง iTunes Store ก็จะสามารถเปิดบริการเพียงแห่งเดียว เพื่อให้บริการทั้งยุโรปได้
ในที่สุดก็ออกเสียทีกับ New York Night: Success in the City [iTunes Link] เป็นอีกหนึ่งเกมส์สนุกๆจากค่าย Gameloft ผู้ผลิตเกมส์สนุกๆใน iPhone และ iPod touch มากมาย โดยตัว New York Nights นั้นก็เป็นเกมส์สไตล์คล้ายๆกับ The Sims ให้เราเลือกเป็นตัวละครตัวหนึ่ง แล้วไปใช้ชีวิตในแมนฮัตตัน เที่ยวโน่นเที่ยวนี่ คุยกับคนโน้นคนนี้ โดยในเกมส์จะแบ่งเป็น 6 พื้นที่ต่อไปนี้ 5th Avenue , Greenwich , Wall Street , Time Square , Chinatown และ Central Park

กราฟฟิกในเกมส์เป็นแบบ Pixel สวยงาม มุมมองแบบ isometric มีรายละเอียดเยอะพอสมควร เมื่อเริ่มเล่นเกมส์ครั้งแรกจะมี Tutorial วิธีเล่นให้เป็นขั้นๆ หลังจากลองเล่นแล้วค่อนข้างน่าประทับใจ อย่างไรก็ตามน่าเบื่ออยู่บ้างตอนที่ต้องรอโหลดฉากเวลาที่เปลี่ยนฉาก ซึ่งเกิดขึ้นค่อนข้างบ่อย สนนราคาเกมส์นี้เปิดตัวอยู่ที่ 3.99 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 138 บาท ว่าแล้วก็มาดูวีดีโอตัวอย่างเกมส์กันเลยครับ

รายงานจากสมาชิกในเว็บ MacRumors พบว่าเครื่อง MacBook 13" รุ่น Unibody ที่ออกมาช่วงปลายปีก่อน กับช่วงหลังจากปลายเดือนเมษาที่ผ่านมา มีเลขรุ่น LCD ที่แตกต่างกัน โดยรุ่นที่ออกช่วงปลายปีก่อนจะเป็นรหัส 9C89 ส่วนรุ่นหลังปลายเดือนเมษาที่ผ่านมาจะเป็นรหัส 9CA5 โดยความแตกต่างจะไม่เห็นชัดนักในการใช้งานโดยทั่วไป แต่เมื่อมีการเปรียบเทียบกันจะเห็นความแตกต่างอยู่พอสมควร โดยรุ่นใหม่นั้นสีดำจะมีความดำที่ชัดเจนมากกว่า และมีการปรับเรื่อง Contrast เล็กน้อย ดังภาพตัวอย่าง

IMG_2399.JPG.jpeg
ทั้งนี้มีรายงานว่า Model จอ LCD ในเครื่อง MacBook 13" Unibody ใหม่นี้เป็น Model เดียวกับที่ใช้ใน MacBook Air จากข่าวดังกล่าว Apple ได้ลองเปรียบเทียบเครื่อง MacBook 13" Unibody ดังกล่าวที่ซื้อมาเมื่อช่วงต้นปี และที่พึ่งซื้อเมื่อต้นเดือนก่อน พบว่าเป็นอย่างที่ว่าจริงๆ


เป็นข่าวลือจาก SiliconRumors ซึ่งเคยเป็นเว็บชื่อ MacScoop มาก่อน ได้รายงานว่า Apple กำลังจะอัพเดต MacBook Air ให้อุปกรณ์การเชื่อมต่อเครือข่าย 3G ภายใน และราคาอาจจะอยู่ในช่วง 1,300-1,500 เหรียญสหรัฐ สำหรับปัจจุบันนั้น MacBook Air รุ่นต่ำสุดราคาเริ่มต้นที่ 1,799 เหรียญสหรัฐ

ก่อนหน้านี้มีการพบความเปลี่ยนแปลงใน System Profiler ของ Snow Leopard  ว่ามีหัวข้อ WWAN แยกตัวออกมาใหม่ อาจจะเป็นไปได้หากจะมีการนำเอาอุปกรณ์ 3G มาบรรจุไว้ใน MacBook Air ซึ่งจะทำให้ concept ของ Air ยิ่งชัดเจนมากยิ่งขึ้น
Apple ต่ออายุ MacBook รุ่นสีขาวไปอีกรอบ โดยมีรายละเอียดการอัพเดตดังต่อไปนี้

  • หน่วยประมวลผลจากก่อนหน้านี้อยู่ที่ 2.0GHz มาเป็น 2.13GHz 
  • หน่วยความจำที่ปรับจากเดิม 2GB ความเร็ว 667MHz มาเป็น 2GB แต่เพิ่มความเร็วเป็น 800MHz 
  • Hard drive เพิ่มจาก 120GB มาเป็น 160GB
  • ระยะการใช้งาน Battery เพิ่มจาก 4.5 เป็น 5 ชั่วโมง
  • ได้รับมาตรฐานการประหยัดพลังงานรุ่น 5 (Energy Star Version 5.0)
  • ได้รับคะแนนการรักษาสิ่งแวดล้อมเพิ่มจาก Silver มาเป็น Gold

ทั้งนี้ MacBook รุ่นสีขาวนี้ยังมี port FireWire 400 ซึ่งไม่มีใน MacBook รุ่น Unibody ได้อีกด้วย และยังสามารถสั่งเพิ่มขนาด Hard drive สูงสุดได้ถึง 500GB จากเดิมเพิ่มได้เพียง 320GB ทั้งนี้ MacBook และ MacBook Pro รุ่น Unibody ยังเพิ่มได้เพียง 320GB เท่านั้น การอัพเดตในครั้งก่อนของเครื่องรุ่นนี้นั้นมีขึ้นเมื่อช่วงปลายเดือนมกราคม 2009 ที่ผ่านมา ช่วงก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวลือว่า Apple จะ Rebrand เครื่องในสาย MacBook และ MacBook Pro ใหม่ โดยตัวเครื่องแบบ Unibody จะมีในเฉพาะรุ่น Pro เท่านั้น และ MacBook จะกลับมาใช้ตัวเครื่องแบบ Polycarbonate แบบนี้อีกครั้ง

specs_display20080226.jpg.jpeg
รายงานจาก Mac Observer ระบุว่า Psystar ผู้ผลิต Mac clone ที่เป็นข่าวเป็นคราวกรณีคดีความกับ Apple อยู่นั้น ได้ยื่นศาลขอล้มละลายเรียบร้อยแล้ว ทำให้คดีความต่างๆที่มีกับ Apple อยู่นั้นอาจจะต้องเลื่อนออกไป สำหรับการยื่นขอล้มละลายในครั้งนี้ ทาง Psystar แจ้งว่ามาจากปัญหาทางการเงิน คาดว่าอาจจะมีผู้สนับสนุนบางรายได้ถอนตัวออกไป หลังจากที่ดูเหมือนว่า Apple มีแววจะชนะในเรื่องที่เป็นคดีความกันอยู่ ซึ่งหากเป็นอย่างนั้น อาจจะต้องจ่ายค่าเสียหายให้ Apple เป็นจำนวนมาก

หากมีคำสั่งล้มละลายออกมาจริง ก็น่าจะทำให้รู้ได้ว่านักลงทุน รวมถึงผู้ที่สนับสนุน Psystar อยู่นั้นมีใครบ้าง ก่อนหน้านี้ Apple เคยให้ข่าวว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลัง Psystar ในการดำเนินกิจการ Mac clone ที่ไม่ได้รับอนุญาตนั้น อาจจะเป็นบริษัทที่เป็นคู่แข่งของ Apple ก็เป็นได้

** Update ** Apple ได้ยื่นขอเอกสารต่างๆ ในการยื่นขอล้มละลายของ Psystar ต่อรัฐฟอริดา ซึ่งเป็นรัฐที่ Psystar ยื่นล้มละลายแล้ว
20090524-kkiteh55wfdy5tkrrgyptec5i4.jpgสมาชิกในเว็บ MacTalk พบว่าไฟล์ icon จาก iPhone SDK รุ่นทดสอบตัวที่ 5 มี icon ของ iPhone รุ่นใหม่ติดมาแล้ว โดยเลขรุ่นสำหรับ iPhone รุ่นใหม่คือ iPhone 2,1 (สำหรับ iPhone Classic เลขรุ่นคือ 1,1 และ iPhone 3G คือ 1,2) แม้ว่าจะเป็นภาพเล็กๆ แต่ก็พอจะเห็นได้ว่า iPhone รุ่นใหม่ดังกล่าว ค่อนข้างเหมือนกับ iPhone 3G รุ่นปัจจุบันมากเลยทีเดียว โดยด้านหลังเครื่องจะมีทั้งสองสี คือสีดำและสีขาว 

ข้อมูลดังกล่าวยืนยันกระแสข่าวลือก่อนหน้านี้ ที่ระบุว่า iPhone รุ่นใหม่ จะมีหน้าตาเหมือน iPhone 3G แต่จะมีการปรับโครงสร้างภายใน โดยหากสังเกตจากเลขรุ่นดังกล่าวคาดว่าจะมีการเปลี่ยนไปใช้หน่วยประมวลผลที่เร็วขึ้นว่า iPhone 3G ทั้งนี้ iPhone 3G ที่มีรหัส 1,2 และ iPhone Classic ที่มีเลขรหัส 1,1 นั้นใช้หน่วยประมวลผลตัวเดียวกัน และเป็นหน่วยประมวลผลที่ช้ากว่า iPod touch รุ่นปัจจุบันซึ่งมีเลขรหัสเป็น 2,1

iphone2009icons.jpg

นอกจากนี้ยังมีกระแสข่าวลือว่า Wi-fi ใน iPhone รุ่นใหม่จะมีความเร็วที่สูงขึ้น มีความจุมากขึ้น และกินไฟน้อยลง สำหรับ iPhone รุ่นใหม่นั้นคาดกันว่าจะออกมาในช่วงกลางปี และอาจจะเปิดตัวในงาน WWDC 2009 ที่กำลังจะมีขึ้นในวันที่ 8-12 มิถุนายน

เป็นข่าวมาจาก Charlotte Observer รายงานคำสัมภาษณ์จากเจ้าหน้าที่รัฐรายหนึ่งระบุว่า รัฐ North Carolina ยื่นข้อเสนอให้กับ Apple ว่าบริษัทจะได้รับการยกเว้นภาษีกว่า 46 ล้านเหรียญสหรัฐ แลกกับการเข้ามาลงทุนและดำเนินกิจการในรัฐเป็นมูลค่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ภายในระยะเวลา 9 ปี

สำหรับ Apple นั้นเป็นบริษัทที่มีเงินสดในมืออยู่กว่า 29,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ในช่วงหลัง Apple ได้ดำเนินการไปในทิศทางที่ให้บริการออนไลน์ เพิ่มมากขึ้นอยู่เรื่อยๆ ทั้งบริการ iTunes Store และ Mobile Me มีความเป็นไปได้มากว่าอาจจะมีการขยายฐานเครือข่ายเครื่องให้บริการออนไลน์ต่างๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคตอันใกล้ ซึ่งหาก Apple จะลงทุนในรัฐดังกล่าวเพื่อให้ได้ตรงตามเงื่อนไขการยกเว้นภาษี ก็จะต้องลงทุนถึงกว่า 1,000 ล้านเลยทีเดียว

ก่อนหน้านี้ Google ก็ได้เริ่มลงทุนสร้าง Server Farm ในรัฐดังกล่าวมาก่อนแล้ว ตั้งแต่ปี 2008
จากข้อมูลสถิติการใช้คอมพิวเตอร์ของนักศึกษา ในมหาวิทยาลัย Virginia พบว่าในช่วงสองสามปีมานี้ มีนักศึกษาใช้คอมพิวเตอร์ที่เป็นระบบปฎิบัติการ Mac OS เพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัย จากแผนภูมิภาพจะแสดงให้เห็นว่าหลังจากปี 1997 มาจนถึงปี 2002 นั้นตัวเลขผู้ใช้ Mac ในมหาวิทยาลัยดังกล่าว นอกจากจะไม่เพิ่มแล้วยังจะค่อยๆลดลงเรื่อยๆอีกด้วย จนกระทั่งหลังจากปี 2003 มีการใช้งาน Mac OS กันเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ใน 2008 ปีที่ผ่านมา มีสัดส่วนการใช้ Mac ถึงร้อยละ 37 เลยทีเดียว ในขณะที่ Windows มีผู้ใช้ลดลงมาเหลือเพียงร้อยละ 62 จากที่เคยสูงสุดถึงร้อยละ 91 ในปี 2001

compareos.gif

ก่อนหน้านี้เคยมีรายงานจากหลายแหล่ง ระบุว่า Apple มีส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มนักศึกษาเพิ่มมากขึ้น ในช่วงปลายปีก่อน Tim Cook เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่าในปี 2007 นั้น Apple มียอดขายอันดับ 1 ในกลุ่มนักศึกษาระดับมหาวิทยาลัย
พอใกล้งาน WWDC ก็จะมีสิ่งหนึ่งที่มักจะมาเป็นธรรมเนียม นั่นก็คือกระแสขาวลือ ปีก่อนๆหน้านี้ข่าวลือมักจะมุ่งเป้าไปที่เครื่อง Mac ไม่ว่าจะเป็น Laptop หรือ Desktop แต่ปีนี้กระแสข่าวค่อนข้างมากไปทาง iPhone และ Tablet

ข่าวแรกจากเว็บ AppleiPhoneApps.com ถึงกลับกล้าฟันธงว่า iPhone รุ่นใหม่จะออกขายในวันที่ 17 กรกฎาคม เว็บดังกล่าวถือว่าเป็นหน้าใหม่ในวงการกระแสข่าว Apple ยังไม่เคยมีประวัติก่อนหน้านี้ ว่าให้ข่าวใดถูกหรือผิด โดยระบุว่าจะมีรุ่น 32GB และ 16GB ซึ่งค่อนข้างไปในทิศทางเดียวกับแหล่งข่าวอื่นๆ นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าปัจจุบันในหลายประเทศ iPhone 3G ขนาด 16GB นั้นขาดตลาดเรียบร้อยแล้ว ซึ่งก็เป็นสถานการณ์ที่คาดเดาได้ไม่ยาก เมื่อใดก็ตามที่สินค้าของ Apple ขาดตลาด มักจะตามมาด้วยการออกรุ่นใหม่ เหมือนดังเช่น iMac และจอ Apple Cinema Display ในช่วงต้นปี

ในขณะเดียวกันก็มีรายงานจากเว็บ AreaMobile.de ว่า T-Mobile ในออสเตรียได้หลุดโฆษณา iPhone 32 GB ออกมา แต่ก็ได้แก้ไขออกภายในเวลาไม่นานนัก เว็บ MacTalk.com.au รายงานว่า Vodafone ได้ส่งอีเมล์แจ้งทีมงานร้านค้าปลีกว่า iPhone 16GB นั้นอยู่ในสถานะ "end of life" จากผู้ผลิตเรียบร้อยแล้ว ในสหรัฐอเมริกา AT&T ก็เช่นเดียวกันล่าสุดมีข่าวรายงานว่า iPhone ขาดตลาด และต้องนำเครื่อง refurbish มาเสนอขายให้กับลูกค้าแล้ว เหมือนกับปีที่แล้วก่อนออก iPhone 3G มาในภายหลังอีกไม่กี่สัปดาห์ และสำหรับในประเทศไทยเราเว็บ SiamPod ก็ได้รายงานว่า iPhone 3G 16GB ของ TrueMove นั้นขายหมดแล้ว และอยู่ในสภาพขาดตลาดเช่นเดียวกันกับในอีกหลายประเทศข้างต้นแล้วเช่นกัน
เป็นการวิเคราะห์ของ Piper Jaffray นักวิเคราะห์จาก Gene Munster อ้างว่าอุปกรณ์ชนิดใหม่ของ Apple ที่อยู่ในรูปแบบของ Media Pad หรือ Tablet ที่ลือๆกันมาก่อนหน้านี้นั้น จะยังไม่ออกในปีนี้ แต่จะออกในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2010 โดยอุปกรณ์ดังกล่าวจะมีความแตกต่างจาก iPhone รวมถึง Netbook ทั้งหลายซึ่งถูกจัดวางไว้ให้เป็นคู่แข่งอย่างมาก มากเสียจนไม่มีนักวิเคราะห์หรือนักลงทุนคนไหนจะคาดถึงได้เลยทีเดียว เป็นระบบที่ซับซ้อน เป็นลูกผสมระหว่าง iPhone OS และ Mac OS X

สำหรับข่าวลือเรื่อง Tablet หรือ Netbook ของ Apple นั้นมีมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ช่วงปลายปีก่อน ข่าวหลายแห่งคาดว่ามันจะมีขนาดอยู่ระหว่าง 7-10" ทั้งนี้ทาง Apple เองก็ให้สัมภาษณ์จุดยืนเกี่ยวกับ Netbook อย่างต่อเนื่อง ว่าไม่สนใจที่จะทำ Netbook แต่กำลังมองตลาดดังกล่าวอยู่ หากมีไอเดียที่จะทำอุปกรณ์อะไรสักอย่าง ที่จะสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ดีให้กับผู้ใช้งานได้ดีกว่า Netbook แล้วจึงจะลงเล่นในตลาดดังกล่าว
ที่ผ่านมาหน้าเว็บรับสมัครงานของ Apple กลายเป็นอีกช่องทาง ในการสอดส่องความเคลื่อนไหวของ Apple ไปหลายครั้งแล้ว และครั้งนี้ก็เช่นกัน เมื่อ Mac Rumors ไปพบว่า Apple รับสมัครพนักงานในตำแหน่ง Low Level Programmer โดยระบุในรายละเอียดของงานว่า มีหน้าที่ในการออกแบบและพัฒนาระบบ iPhone OS โดยจะต้องมีความรู้เกี่ยวกับหน่วยประมวลผลของ ARM และ NEON ซึ่งเป็นส่วนขยายสำหรับหน่วยประมวลผล ARMv7 Cortex (คล้ายกับ SSE ในชิป Intel นั่นเอง)

ปัจจุบันนั้นทั้ง iPhone และ iPod touch นั้นใช้ชิป ARMv6 ซึ่งไม่มีส่วนขยาย NEON ดังกล่าว ความเคลื่อนไหวของ Apple ที่รับสมัครพนักงานซึ่งมีความรู้ในการใช้งานส่วนขยายดังกล่าว จึงทำให้คาดเดาได้ว่า ใน iPhone และ iPod touch รุ่นต่อไป จะขยับไปใช้ ARM Cortex ตัวใหม่เป็นหน่วยประมวลผล ตามข่าวลือต่างๆที่เคยออกมาก่อนหน้านี้ เกี่ยวกับ Cortex ซึ่งเป็นหน่วยประมวลผลที่มีแกนประมวลผลแบบหลายแกน อย่างไรก็ตามผลิตภัณฑ์ที่จะเกิดขึ้นจากการทำงานของพนักงาน ที่กำลังจะรับเข้าทำงานดังกล่าว กว่าจะออกสู่ตลาดจริง ก็คงอย่างน้อยอีกเป็นปี
รายงานจาก Apple Insider พบว่าใน iPhone OS 3.0 นั้นมีไฟล์ระบบบางส่วนที่มีข้อมูลเกี่ยวกับ "เข็มทิศ" อยู่ โดยมีข้อมูลที่ระบุถึงชื่อผู้ผลิต ว่าเป็นบริษัท Ashi Kasei ซึ่งเป็นผู้ผลิตผลิตภัณฑ์หลายอย่าง และหนึ่งในนั้นคืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

ก่อนหน้านี้บริษัทดังกล่าวก็เป็นผู้ผลิตอุปกรณ์ให้กับ Apple มาก่อน อุปกรณ์ดังกล่าวคือ Liquid submersion indication ที่ Apple ติดตั้งไว้ในอุปกรณ์เคลื่อนย้ายพกพาได้แทบทุกชนิด เพื่อให้ช่างเทคนิคของ Apple สามารถตรวจสอบได้ ว่าเครื่องที่ส่งเคลมมานั้น เกิดจากการใช้งาน ในรูปแบบที่อยู่ในประกันหรือไม่

สำหรับ "เข็มทิศดิจิตอล" นั้นเป็นอีกข่าวลือหนึ่งที่ปล่อยกันออกมา ว่าจะมีอยู่ใน iPhone รุ่นใหม่ที่จะออกในช่วงกลางปีนี้ นอกจากนี้ก็มีข่าวลือที่ว่า iPhone รุ่นใหม่จะถ่ายวีดีโอได้ และจะใช้เครือข่ายไร้สาย Wireless 802.11n ที่ใช้พลังงานลดลง

ปัจจุบัน iPhone มี GPS เพื่อใช้ในการตรวจสอบพิกัดเส้นรุ้งเส้นแวง ที่เราใช้งานอยู่ และมีตัวตรวจสอบความเอียงของเครื่อง การเพิ่มเข็มทิศดิจิตอลเข้าไปจะช่วยให้สามารถรู้ได้ถึงอีกแกนของการใช้งาน นั่นคือแกนของทิศทาง ซึ่งสามารถนำไปให้นักพัฒนาใช้งานได้หลากหลายเพิ่มขึ้น
จากรายงานจาก Gartner เกี่ยวกับตลาดโทรศัพท์มือถือทั่วโลก ช่วงไตรมาสแรกของปี 2009 พบว่า iPhone นั้นมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า จากตัวเลขร้อยละ 5.3 ในปี 2008 เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 10.8 ในปีนี้ รั้งอันดับ 3 ต่อจาก Nokia ซึ่งครองอันดับหนึ่งและ RIM ที่อยู่ในอันดับที่ 2

111907-gartner_smartphone_1Q09.png
อย่างไรก็ตามแม้ว่า Apple จะมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้น แต่เมื่อดูจากยอดขายแล้วทั้ง Nokia และ RIM ก็ไม่ได้มียอดขายที่ลดลงแต่อย่างใด ไม่เพียงแต่จะไม่ลดลงแต่ RIM ยังสามารถเพิ่มส่วนแบ่งตลาดของตนมากถึงเกือบร้อยละ 50 เลยทีเดียว

ทั้งนี้ภาพรวมของตลาดมือถือในปีนี้มีสัดส่วนลดลงจากปีก่อนคิดเป็นร้อยละ 9.4 อย่างไรก็ตามตลาดมือถือแบบ Smart phone กลับมีทิศทางที่เติบโตขึ้น โดยเพิ่มขึ้นมากถึงร้อยละ 12.7 ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการแข่งขันกันที่สูงมากขึ้นของตลาดดังกล่าว
Landon Fuller อดีตวิศวกรซอฟท์แวร์ของ Apple ได้ออกมาเตือนว่า Java ซึ่งอยู่ใน Mac OS X 10.5.7 รุ่นปัจจุบัน นั้นยังเป็น Java ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขช่องโหว่โดยสร้าง Java Applet ใส่ไว้ในหน้าเว็บที่ทำให้ ผู้ไม่ประสงค์ดีสามารถเรียกใช้โปรแกรมในเครื่องได้ (โดยมีสิทธิ์เท่ากับที่ผู้ใช้ทำงานอยู่) โดยช่องโหว่ดังกล่าวของ Java นั้นได้มีการค้นพบมากว่า 5 เดือนแล้ว และได้มีการอัพเดตเพื่อแก้ไขช่องโหว่ดังกล่าวไปแล้ว อย่างไรก็ตาม Java รุ่นที่ Apple ติดตั้งให้พร้อมกับ 10.5.7 ยังคงเป็น Java ตัวที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขช่องโหว่ดังกล่าว

ในกรณีนี้หากต้องการป้องกันไว้ สามารถทำได้โดยการปิดการใช้งาน Java Applet ในเว็บ Browser ออกเสียก่อน จนกว่า Apple จะอัพเดตตัว Java ไปใช้ตัวที่ได้รับการแก้ไขช่องโหว่ดังกล่าวแล้ว
security-090520.png
เว็บ Register Hardware รายงานการประชุมกันระหว่างผู้บริหารของ Apple และนักวิเคราะห์จาก Oppenheimer & Co. ซึ่งเป็นกองทุนรายหนึ่ง ว่าในประเด็นเรื่องการเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดของ iPhone นั้น Apple มีทางเลือกหลายทาง ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มคุณสมบัติ , การลดราคา , การทำตลาดเพิ่มในประเทศต่างๆ หรือแม้แต่การทำการตลาดตามกลุ่มเป้าหมายกลุ่มต่างๆ โดยทำให้เครื่องมีหลายรุ่น จากที่ปัจจุบัน Apple ทำการตลาด iPhone ในแต่ละ Generation เพียงรุ่นเดียว

ซึ่ง Yair Reiner นักวิเคราะห์จากกองทุนดังกล่าว มองว่าการแบ่งทำตลาดออกเป็นหลายรุ่นนั้น Apple อาจจะใช้วิธีที่ทำให้แต่ละรุ่นมีฟีเจอร์ของซอฟท์แวร์ที่ต่างกัน โดยเขาให้เหตุผลว่ามันจะเหมาะกับแนวทางในการผลิตผลิตภัณฑ์ของ Apple มากกว่าที่จะทำ Hardware ออกมาแตกต่างกัน ซึ่งจะทำให้ปริมาณการผลิตในแต่ละรุ่นลดลง ซึ่งจะมีผลต่อต้นทุนการผลิต ในขณะที่ถ้าทำให้ Hardware ไม่แตกต่างกัน หรือเหมือนกันไปเลย การผลิตในปริมาณมากจะทำให้ต้นทุนการผลิตลดลง

โดยเขายกตัวอย่างว่า Apple อาจจะทำการตลาด iPhone รุ่น YouTube ให้มี Application สำหรับการอัดวีดีโอ ตัดต่อ และอัพขึ้น YouTube ได้ ในขณะที่รุ่นอื่นอาจจะทำได้แค่อัดวีดีโอ หรืออาจจะไม่รองรับการถ่ายวีดีโอไปเลย (แต่มีกล้อง ซึ่งก็เหมือนกับรุ่นปัจจุบัน)
หนังสือพิมพ์ Mainichi รายงานว่ามหาวิทยาลัย Aoyamo Gakuin เปลี่ยนวิธีการจัดการดูแลนักศึกษาแบบเดิมๆ มาใช้เทคโนโลยีเข้าช่วย โดยมหาวิทยาลัยได้แจก iPhone ซึ่งมีระบบ GPS ให้กับนักศึกษาและทีมงานมหาวิทยาลัยฟรีคนละเครื่อง ทางมหาวิทยาลัยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายดังกล่าวเอง นักศึกษาไม่ต้องเสียเงินแต่อย่างใด โดยได้แจกไปแล้วเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาจำนวน 550 เครื่อง

แต่อย่าพึ่งดีใจไประบบ GPS ในตัวเครื่องจะใช้ในการตรวจสอบนักศึกษา ว่ามาเข้าเรียนหรือไม่?!?! ส่วนระบบอื่นๆเช่น การทำข้อสอบ การทำแบบสอบถาม การส่งการบ้าน วีดีโอบทเรียนย้อนหลัง เต็มรูปแบบทั้งหมดจะนำมาใช้ในช่วงหลังจากนี้ 
ข้อมูลจาก NPD ระบุว่ายอดขาย Mac ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ลดลงคิดเป็นร้อยละ 1.8 เมื่อเทียบกับเดือนเมษายนปี 2008 ซึ่งดีกว่าที่ก่อนหน้านี้มีนักวิเคราะห์หลายสำนักคาดกันว่ายอดขายเครื่อง Mac ของ Apple จะลดลงประมาณเกือบร้อยละ 10 อาจจะเป็นผลมาจากการที่ Apple ทำการอัพเดตเครื่องในสาย Deskop ในช่วงก่อนหน้า ทั้ง iMac , Mac mini และ Mac Pro เมื่อต้นปีที่ผ่านมาช่วยกระตุ้นยอดขายไว้ได้

อย่างไรก็ตามยังเป็นเพียงตัวเลขเดือนเดียวเท่านั้น สำหรับตัวเลขยอดขายเครื่องไตรมาสสาม คงต้องรอดูข้อมูลจากอีกสองเดือนเข้ามาร่วมด้วย นักวิเคราะห์หลายสำนักคาดว่ายอดขายเครื่อง Mac ของ Apple น่าจะลดลงประมาณร้อยละ 3-5 ทั้งนี้อุตสาหกรรม PC โดยรวมก็ค่อนข้างไปในทิศทางเดียวกัน การที่ยอดขายเครื่อง Mac ลดลงดังกล่าวจึงไม่ใช่เรื่องนอกเหนือความคาดหมายแต่อย่างใด

สำหรับยอดขายของ iPod นั้น NPD รายงานว่ามียอดขายลดลงร้อยละ 9 นักวิเคราะห์คาดกันว่ายอดขาย iPod ในไตรมาสนี้จะอยู่ที่ประมาณ 9.5-10.5 ล้านเครื่อง
เมื่อต้นเดือนเมษายน Apple191 เราได้รายงานข่าวว่า ทางมหาวิทยาลัย Stanford ได้จัดทำบทเรียนสอนพัฒนาโปรแกรมใน iPhone ออกเป็น Podcast ให้ผู้ใช้งานโดยทั่วไปสามารถโหลดมาเรียนได้ฟรี หลังจากผ่านไปเดือนกว่าๆ รายงานจาก Apple Insider ระบุว่า Podcast บทเรียนสอนพัฒนาโปรแกรมใน iPhone ของมหาวิทยาลัย Stanford มียอดโหลดไปแล้วกว่าล้านครั้ง อย่างไรก็ตามไม่มีรายละเอียดว่าตัวเลขหลักล้านดังกล่าว เป็นจำนวนผู้ Subscribe เพื่อรับ Podcast หรือนับรวมการโหลดบทเรียนแต่ละครั้งมารวมๆกัน

สำหรับผู้สนใจบทเรียนดังกล่าวสามารถเข้าไปดูได้จากโปรแกรม iTunes ในหน้า iTunes U ของ Stanford [iTunes Link]
Apple ส่งอีเมล์แจ้งนักพัฒนา ให้ร่วมทดสอบการใช้งาน Push Notification แบบกระหน่ำ โดยใช้โปรแกรมของสำนักข่าว AP รุ่นทดสอบ โดยจะทำการทดสอบระบบดังกล่าวเป็นเวลา 7 วัน ในอีเมล์ดังกล่าวจะมีขั้นตอนระบุไว้ว่าจะสามารถโหลดโปรแกรมที่ว่าเพื่อจะทดสอบได้อย่างไร จากนั้นเมื่อเรียกใช้โปรแกรมแล้ว เวลามีข่าวใหม่จากทาง AP จะมีการส่ง Alerts ไปยังเครื่องที่ติดตั้งโปรแกรมไว้ผ่านระบบ Push Notification เพื่อทดสอบว่ามีข้อบกพร่อง หรือมีการไม่ได้รับ Alerts หรือไม่

ก่อนหน้านี้ในช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา Apple ได้เปิดระบบ Push Notification เพื่อให้นักพัฒนาทดสอบระบบมาแล้ว สำหรับในครั้งนี้ Apple เรียกมันว่าเป็นการทดสอบแบบ High Volume เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนนำไปให้ผู้ใช้งานใช้งานจริง

สำหรับระบบ Push Notification นั้นน่าจะใช้เทคโนโลยีเดียวกัน กับที่ใช้ใน MobileMe และ Apple น่าจะมีแผนในการนำโปรแกรม Server สำหรับระบบ Push Notification ไปรวมเข้ากับ Mac OS X Snow Leopard Server มีการวิเคราะห์กันว่า MobileMe นั้น Apple ได้นำเอา XMPP (eXtensible Messaging and Presence Protocol) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีแบบ Open Source แบบเดียวกับที่ใช้ใน Jabber ซึ่งมีการนำไปใช้ใน GoogleTalk และ iChat
เมื่อคืนมีผู้ใช้ YouTube ใช้ชื่อสมาชิกว่า "LeopardOctober" ได้โพสต์คลิปวีดีโอ ซึ่งเป็นการจับภาพการใช้งาน Mac OS X 10.6 Snow Leopard ขึ้นเว็บ YouTube หลายคลิป โชว์ให้เห็นถึงหลายฟีเจอร์ที่มีกระแสข่าวมาก่อนหน้านี้ คลิปฟีเจอร์เด่นๆที่นำมาแสดงมีดังต่อไปนี้

  • In HD + NEW มีฟีเจอร์ Put Back ฟีเจอร์นี้มีไว้สำหรับการ Restore ไฟล์ในถังขยะกลับยังที่เดิมที่มันถูกลบ, ในหน้าจอของ Finder ตัวใหม่จะมีตัวเลื่อนสำหรับปรับขนาดไอคอน, โชว์ Stacks ใหม่ที่มีการเพิ่มการ Navigation เข้าไป , สามารถเล่นไฟล์ VDO ได้โดยคลิกที่ไอคอน , จัดเมนู Service ได้ และมีการปรับปรุงการกำหนดคีย์ลัด
  • Dock and Substitutions แสดงตัวอย่างของ Dock ที่เราสามารถกำหนด Spaces ที่จะให้โปรแกรมใช้งานได้ผ่านทางไอคอนใน Dock สำหรับ Substitutions คือฟีเจอร์ที่ทำให้เราใช้งาน auto-correct และ auto-format ข้อความได้ เหมือนกับ Data Detectors ใน iPhone OS มีสาวก Windows บางรายระบุว่าฟีเจอร์ดังกล่าวมีใน Word มานานแล้ว อย่างไรก็ตามนั่นคือฟีเจอร์ในโปรแกรม Word Processor แต่ใน Snow Leopard มันต่างกันเพราะมันคือสิ่งที่ระบบจัดไว้ให้ทุกๆ Application สามารถนำไปใช้งานได้ ไม่ใช่เพียงแค่ในโปรแกรมใดโปรแกรมหนึ่งเท่านั้น
  • Finder Preferences แสดงตัวอย่างให้เห็นว่าการค้นหาใน Snow Leopard สามารถระบุขอบเขตของการค้นหาได้ เช่นค้นหาทั้งเครื่อง ค้นเฉพาะโฟลเดอร์ปัจจุบัน หรือค้นโดยใช้ผลการค้นหาครั้งที่แล้ว
  • QuickTime 10 แสดงให้เห็นถึงเมนูใหม่ๆใน QuickTime Player ซึ่งมีฟีเจอร์ใหม่ๆ เพิ่มเติมเข้ามา อย่างที่เคยเป็นข่าวไปแล้วก่อนหน้านี้
อย่างไรก็ตามหลังจากเป็นข่าวออกมาไม่นานนักคลิปวีดีโอทั้งหลาย ก็ถูกลบออกไปเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ Apple ระบุว่า Snow Leopard นั้นไม่ได้เน้นที่การเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ เหมือนกับการออกระบบปฎิบัติการรุ่นใหม่ในครั้งก่อนๆที่ผ่านมา แต่ในครั้งนี้จะเน้นไปที่การปรับปรุงโครงสร้างภายในระบบมากกว่า
เว็บ BusinessInsider แจ้งว่ามีข่าวลือว่า Apple กำลังพัฒนาระบบให้ผู้ใช้งาน iPhone และ iPod touch สามารถใช้งานโปรแกรมแบบทำงานเบื้องหลัง (Background) ได้ใน iPhone OS รุ่นถัดไป โดยอาจจะจำกัดไว้เพียงแค่ 1 หรือ 2 โปรแกรมเท่านั้น 

โดยอาจจะใช้วิธีการให้ผู้ใช้เลือกโปรแกรมเอง เช่นอาจจะมีตำแหน่งบางตำแหน่ง หรือการเลือกบางอย่างในหน้า Springboard , Dock หรือ Preference เพื่อกำหนดว่าโปรแกรมไหนที่จะอนุญาตให้ทำงานเบื้องหลังได้ หรืออาจจะใช้วิธีให้นักพัฒนาส่งคำร้องไปยัง Apple ว่าต้องการให้โปรแกรมทำงานเบื้องหลังได้ จากนั้น Apple จะค่อยตรวจสอบโดยละเอียดอีกครั้ง ว่าโปรแกรมดังกล่าวนั้นทำงานได้โดยไม่มีผลกระทบกับระบบโดยรวมหรือไม่ อย่างไรก็ตามในข่าวลือดังกล่าวไม่ได้ระบุไว้ว่า มันจะมีใน iPhone OS 3.0 ที่กำลังจะออกหรือไม่ อาจจะเป็นรุ่นหลังจากนั้นอีกก็เป็นได้ 

ก่อนหน้านี้เมื่อต้นปีเคยมีข่าวลือว่า iPhone OS รุ่นต่อไปจะใช้งานโปรแกรมแบบเบื้องหลังได้ แต่ใน Keynote เปิดตัว iPhone OS รุ่น 3.0 นั้น Apple ได้เคยปฎิเสธการอนุญาตให้โปรแกรมทำงานแบบเบื้องหลังได้ โดยให้เหตุผลด้วยเรื่องของการใช้พลังงาน และการทำให้ประสิทธิภาพในการใช้งานเครื่องลดลง โดย Apple ได้พัฒนาและผลักดันให้นักพัฒนาใช้งานระบบที่เรียกว่า Push Notification 
ณ ปัจจุบันความสำเร็จของ App Store ในแง่ของการใช้งาน ปริมาณการโหลด นั้นคงไม่เป็นที่กังขาอีกต่อไปแล้ว เมื่อไม่นานมานี้ Apple เองก็พึ่งฉลองหยอดโหลดครบ 1,000 ล้านครั้งไปหยกๆ รวมถึงการที่มันสามารถทำให้คู่แข่งที่ก่อนหน้านั้น เคยปฎิเสธระบบการแจกจ่ายโปรแกรมแบบรวมศูนย์ ต้องกลับตัวกว่า 720 องศา และหันมาสร้าง App Store ของตัวเองกันไปแล้วนั้น หลายคนคิดว่า App Store คงจะเป็นแหล่งรายได้กินนิ่มของ Apple หรือที่ภาษาธุรกิจเรียกว่าเป็น Cash cow กันแน่ๆ

Jeremy Liew ได้คำนวณหาค่าโดยประมาณของรายได้จาก App Store ออกมา โดยใช้ค่าเฉลี่ยของราคาโปรแกรม ซึ่ง O'Reilly ระบุว่าอยู่ที่ประมาณ 2.65 เหรียญสหรัฐ หลังจากคำนวณจากยอดโหลดต่างๆ ในช่วงที่ผ่านมา และหักคิดเฉพาะส่วนร้อยละ 30 ที่ Apple ได้เป็นส่วนแบ่งนั้น เขาระบุว่า Apple จะมีรายได้จาก App Store ประมาณ 20 - 45 ล้านเหรียญ ซึ่งหากคิดจากยอดรายได้ทั้งหมดของ Apple ที่ประกาศไว้ในผลประกอบการไตรมาสสองปี 2009 คิดเป็นเพียงไม่ถึงร้อยละ 3 เท่านั้นเอง

อย่างไรก็ตามที่ผ่านมายังไม่เคยมีข้อมูลอย่างเป็นทางการจาก Apple ออกมาว่ามีรายได้จากส่วนนี้เป็นมูลค่าเท่าไหร่ มีเพียงโน๊ตเล็กๆจากงานแถลงข่าวผลประกอบการประจำไตรมาสที่ 3 ปี 2008 เท่านั้น ที่ Apple ระบุว่า App Store ไม่ใช่แหล่งสร้างรายได้หลัก แต่มันเป็นเพียงส่วนประกอบที่ช่วยผลักดันยอดขายให้ iPhone และ iPod touch เท่านั้น
ช่วงนี้ข่าวลือเกี่ยวกับ iPhone และ iPod touch เริ่มกลับมาอีกระลอก ส่วนนึงคงเป็นเพราะใกล้ช่วงที่ iPhone จะออกรุ่นใหม่เต็มที (รอบปีของ iPhone เริ่มที่มิถุนายน และรอบปีของ iPod touch เริ่มต้นที่กันยายน) ข่าวลือแรกมาจาก Wei Phone ซึ่งเป็นเว็บภาษาจีนแห่งนึง อ้างว่าได้ใช้งานและจับภาพหน้าจอมาจาก iPhone รุ่นใหม่ โดยได้ระบุว่า iPhone ตัวใหม่จะมีรูปทรงเหมือนเดิมและมี spec ดังต่อไปนี้

  • 600MHz CPU Speed (รุ่นก่อน 400MHz)
  • 256MB RAM (รุ่นก่อน 128MB)
  • เข็มทิศดิจิตอล และ FM (ไม่น่าเชื่อก็ตรง FM นี่แหละ)
  • กล้อง 3.2MP พร้อมระบบ Auto Focus
  • 32GB
ต่อมาก็มีข่าวลือจากเว็บ HardMac อ้างว่า iPod touch และ iPod nano รุ่นใหม่จะมีกล้องในตัว จะออกในเดือนกันยายน และ iPhone จะมีรูปทรงเหมือนตัวเดิม ซึ่งเหมือนกับที่เว็บจีนข้างต้นระบุไว้ และนี่คือภาพจำลองหาก iPod nano จะมีการติดกล้องเข้ามา ภาพจาก Apple Insider

ipod-090515.png

ประมาณหนึ่งเดือนก่อนหน้านี้มีข่าวที่เกี่ยวกับ Steve Jobs ผู้บริหารของ Apple ออกมาข่าวหนึ่ง เป็นข่าวที่ว่า Steve Jobs จะไปร่วมประชุมกับสภาเมือง เพื่อหาข้อยุติเรื่องที่ Steve Jobs ต้องการทำลายแมนชั่นเก่าในที่ดินของเขา ในขณะที่นักอนุรักษ์บางส่วนออกมาต่อต้าน เนื่องมาจากตัวอาคารแมนชั่นดังกล่าว เป็นอาคารเก่าแก่ อย่างไรก็ตามในครั้งนั้น Steve Jobs ไม่ได้ไปร่วมประชุมด้วย และตัวแทนได้ระบุว่าสุขภาพเขายังไม่แข็งแรงพอที่จะร่วมประชุมนานๆ ซึ่งก็เป็นไปตามคาดการประชุมในครั้งนั้นกินเวลาหลายชั่วโมงมากจริงๆ

สำหรับบ้านหลังดังกล่าวนั้น Jobs ซื้อมาในช่วงปี 80 และก่อนหน้านี้นั้นทางเมืองได้ให้สิทธิ Steve Jobs ในการทำลายบ้านหลังดังกล่าวเพื่อสร้างบ้านใหม่ขึ้นมาแล้ว แต่ได้มีการคัดค้านจากนักอนุรักษ์ตามมาภายหลัง ทำให้ต้องเป็นเรื่องเป็นราวกันในที่สุด และ Jobs ได้ยื่นความจำต้องการในการขออนุญาตทำลายบ้านดังกล่าวอีกครั้งในปีก่อน โดยระบุว่ามันต้องใช้งบประมาณกว่า 15 ล้านเหรียญสหรัฐ ในการฟื้นฟูบ้านซึ่งมีอายุเกือบร้อยปี ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าการทุบทิ้งแล้วสร้างบ้านใหม่หลังเล็กกว่านั้น

ในที่สุดก็มีการลงมติกันอีกครั้งเมื่อวันอังคารที่ 12 ที่ผ่านมา และผลการลงมติของสภาเมืองออกมาที่ 6 ต่อ 1 เสียง อนุญาตให้เขาสามารถดำเนินการทำลายบ้านหลังดังกล่าวเพื่อสร้างบ้านหลังใหม่ได้ในที่สุด และนี่คือภาพของบ้านดังกล่าว

jobs-090429-4.jpg

แม้ว่าจะเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า Steve Jobs จะกลับมาทำงานกับ Apple อีกครั้งหลังจากเดือนมิถุนายน อย่างที่เขาเคยแจ้งไว้ในจดหมายลางานเมื่อช่วงสิ้นปีที่ผ่านมา แต่ก็ยังมีหลายครั้งที่บรรดาผู้ติดตามความเคลื่อนไหว ข่าวคราวของ Apple หวังอยู่ลึกๆว่า Steve Jobs จะมาขึ้นเวทีเฉพาะกิจ เพื่อกล่าว Keynote เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ซึ่งมีข่าวลือกันมาเป็นระยะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Netbook , Tablet หรือแม้แต่การแตกสายผลิตภัณฑ์ iPhone ออกมาเป็นรุ่นที่มีราคาถูกลง รวมไปถึงเครื่อง Mac รุ่นใหม่ๆ ที่จะมีการปรับปรุงทางด้าน Hardware ให้ใหม่มากยิ่งขึ้น

WWDC 09 จะเน้นไปที่ Developer
และเวที WWDC ซึ่งกำลังจะมีขึ้นในต้นเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้ ก็เป็นหนึ่งเวทีใหญ่ ที่มีผู้ตั้งความหวังไว้ว่า Apple น่าจะใช้เวทีนี้ ในการเปิดตัวอะไรที่จะสามารถเรียกเสียงฮือฮาได้อีกครั้ง อย่างไรก็ตามตามข้อมูลที่ทะยอยเปิดเผยออกมาแล้วนั้น เช่นข่าวจาก Apple ที่ระบุว่า Phill Schiller และทีมผู้บริหารระดับสูงจะเป็นคนกล่าว Keynote ในงานดังกล่าว รวมถึงหัวข้อ Session ต่างๆของ iPhone Developer น่าจะบอกเป็นนัยๆว่างาน WWDC ในปีนี้น่าจะเน้นไปที่ประเด็นระหว่าง Apple และ Developer เป็นหลักจริงๆ 
Chrome นั้นเป็น Web Browser ที่พัฒนาโดย Google ซึ่งได้ออกรุ่นสำหรับ Microsoft Windows มาตั้งแต่เดือนกันยายนปีที่ผ่านมา และมีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมาเรื่อยๆ เพียงแค่ไม่ถึงหนึ่งปีก็สามารถมีส่วนแบ่งการใช้งานได้เกิน 1% (มากกว่า Opera ที่พัฒนามาหลายปีก่อนหน้าเสียอีก) และในที่สุดก็มีการพัฒนารุ่นสำหรับ Mac OS X ออกมาให้โหลดมาใช้งานกันได้แล้ว อย่างไรก็ตามยังเป็นรุ่นทดสอบ ยังไม่สมบูรณ์มากนัก มีข้อบกพร่องอยู่ในบางจุด แต่ก็สามารถใช้งานได้ดีพอสมควรเลยทีเดียว สามารถโหลดรุ่นพัฒนาล่าสุดได้จาก Build directory 

ทั้งนี้ใน Build directory จะเป็นรุ่นที่มีการปรับปรุงรุ่นใหม่ๆออกมาเรื่อยๆ ส่วนรุ่นที่เป็นตัวจริงอย่างเป็นทางการนั้นต้องรอหลังจากนี้ต่อไป
Ivan Krstic ผู้ซึ่งเคยร่วมพัฒนาโครงการ OLPC (One Laptop Per Child) ได้โพสต์ไว้ใน Blog ของเขาว่าเขาได้เริ่มงานกับ Apple แล้วในสัปดาห์นี้ อย่างไรก็ตามไม่ได้มีรายละเอียดอะไรมากนัก ว่าเข้าไปรับผิดชอบในส่วนไหนอย่างไร ทั้งนี้ข้อความใน Blog ไม่ได้เอ่ยชื่อบริษัทตรงๆ แต่ได้เขียนไว้ว่าเขาย้ายมาทำงานใน California และร่วมงานกับผู้ผลิตผลไม้ในท้องถิ่น (แต่มี Link ในคำนั้นไปที่เว็บของ Apple)

But perhaps most importantly, I have -- at long last -- found my new adventure. After a great deal of deliberation, I moved to California and joined the local fruit vendor.

ในส่วนของโครงการ OLPC นั้น Krstic เป็นหัวหน้างานดูแลในส่วนของการพัฒนาระบบรักษาความปลอดภัย โดยมีชื่อเรียกว่า Bitfrost ซึ่งเป็นการออกแบบในเรื่องของระบบรักษาความปลอดภัย เช่นการการจำกัดสิทธิ์ในการแก้ไขระบบ การจำกัดสิทธิ์ในการใช้งานโปรแกรมต่างๆ ระบบป้องกันการขโมยเครื่อง (ในโครงการดังกล่าว เครื่องจะต้องมีการขอสิทธิ์ในการใช้งานจากเครือข่าย หรือจากอุปกรณ์ USB วันละครั้ง หากไม่ได้มีการขอสิทธิ์ดังกล่าวเครื่องจะไม่ทำงาน เครื่องที่ถูกแจ้งกับเครือข่ายว่าหายจะใช้งานไม่ได้ เป็นต้น) 

โดยโครงการดังกล่าว เป็นการสร้างโครงสร้างระบบรักษาความปลอดภัยที่มุ่งเน้นให้ใช้งานง่าย ง่ายพอที่เด็กๆ ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายของโครงการ OLPC สามารถใช้ได้ Krstic เคยได้รับรางวัล Young Innovator ในปี 2007 จากการพัฒนาโครงการดังกล่าว ในขณะที่อายุเพียง 21 ปีเท่านั้น
Apple ประกาศรายละเอียดเกี่ยวกับงาน WWDC 2009 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 8 มิถุนายนที่จะถึงนี้แล้วว่า Phil Schiller รองประธานสายงานการตลาดผลิตภัณฑ์ จะเป็นผู้นำทีมขึ้นกล่าว Keynote สำหรับงานดังกล่าว โดยจะเริ่มขึ้นในเวลา 10 นาฬิกาตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งก็คงจะคล้ายกับ Keynote อื่นๆของ Apple ในช่วงหลัง ที่ Phil หรือ Steve Jobs จะเป็นผู้กล่าวนำก่อน จากนั้นผู้บริหารฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ในแต่ละสาย จะขึ้นมาอธิบายในรายละเอียดอีกครั้ง

โดยในงานดังกล่าวจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเทคโนโลยีใหม่ต่างๆ ที่จะมีใน Mac OS X 10.6 Snow Leopard และนักพัฒนาจะได้รับ Mac OS X 10.6 Snow Leopard รุ่น Final Developer Preview ซึ่งเป็นรุ่นที่ใกล้จะเป็น Final Release ในอีกไม่นานหลังจากนั้น นอกจากนั้นก็เป็นรายละเอียดเรื่อง Session ต่างๆ ทั้งของ Snow Leopard และ iPhone OS 3.0 โดยนักพัฒนาที่ลงทะเบียนเข้าร่วมในงาน จะมีโอกาสเข้าร่วม Session บรรยายต่างๆ รวมถึงการเข้า Workshop เพื่อพูดคุยสอบถามและทำ Workshop ร่วมกับทีมงานวิศวกรของทาง Apple โดยตรง

สำหรับ Steve Jobs นั้น ก่อนหน้านี้เขาได้ส่งจดหมายลางานเนื่องจากปัญหาสุขภาพ พร้อมทั้งระบุว่าจะกลับมาทำงานอีกครั้งหลังจากเดือนมิถุนายน อย่างไรก็ดียังมีแฟนๆหลายคน หวังกันว่าเขาจะหายดีและเป็นผู้กล่าว Keynote ในงาน WWDC 2009 สำหรับแฟนๆที่รอชม Keynote จาก Steve Jobs อยู่ ก็คงต้องรอดู Keynote งานอื่นๆหลังจากนี้ต่อไป
จาก Mac OS X 10.6 Snow Leopard ตัวทดสอบตัวล่าสุดที่ Apple ปล่อยมาให้กับนักพัฒนาได้นำไปใช้งานก่อน นั้นพบว่า Apple ได้ระบุว่าตอนนี้จะไม่มีการเพิ่มเติมอะไรเข้าไปใน API แล้ว

API ย่อมาจาก Application Programming Interface เป็นส่วนที่ระบบปฎิบัติการจัดเตรียมไว้ให้ โปรแกรมอื่นๆ นำไปเรียกใช้งาน ซึ่งขั้นตอนที่หยุดเพิ่มเติมในส่วนของ API นั้นเป็นสัญญาณว่าจากนี้จะไปจะเป็นขั้นตอนการเก็บรายละเอียด แก้ไขข้อบกพร่องที่ยังหลงเหลืออยู่ให้มากที่สุด ก่อนที่จะออกวางตลาดหลังจากนั้น

สำหรับ Mac OS X 10.6 Snow Leopard นั้นคาดกันว่าจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ในงาน WWDC 2009 ซึ่งจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 8-12 มิถุนายนที่จะถึงนี้ และวางตลาดหลังจากนั้นอีกเล็กน้อย
ในที่สุดก็ออกแล้วเรียบร้อยสำหรับ Mac OS X 10.5.7 ซึ่งเป็นรุ่นอัพเดตสำหรับ Mac OS X Leopard ตัวล่าสุด โดยสามารถอัพเดตได้จากเมนู Software Update หรือจะเลือกโหลดไฟล์จากเว็บของ Apple เองก็ได้ ตามลิงค์ต่อไปนี้

Mac OS X 10.5.7 Update (442MB) - ต้องการ Mac OS X 10.5.6 ก่อน
Mac OS X 10.5.7 Combo (729MB) - อัพเกรดจาก Mac OS X 10.5 รุ่นใดก็ได้
Mac OS X Server 10.5.7 Update (452MB) - ต้องการ Mac OS X Server 10.5.6 ก่อน
Mac OS X Server 10.5.7 Combo (951MB) - อัพเกรดจาก Mac OS X Server 10.5 รุ่นใดก็ได้

ทั้งนี้ Apple แนะนำว่าผู้ใช้ควรอัพเกรดเป็นรุ่นอัพเดตดังกล่าว ที่ได้ปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่อง ทั้งด้านความปลอดภัยและความเสถียรของระบบ ประเด็นเด่นๆของรุ่นอัพเดตครั้งนี้ได้แก

- มีการปรับปรุงประสิทธิภาพในการเล่นวีดีโอ และการเลื่อน cursor สำหรับเครื่อง Mac รุ่นใหม่ๆที่ใช้ชิฟกราฟฟิกของ NVIDIA
- ปรับปรุงระบบค้นหาของ Finder เมื่อทำงานกับ Volume ที่อยู่ในระบบเครือข่าย ซึ่งอาจจะไม่รองรับการค้นหาด้วย Spotlight
- ปรับปรุงปัญหาที่เกิดขึ้นเวลาเข้าใช้งาน Gmail
- รองรับรูปแบบของ RAW ไฟล์เพิ่มขึ้น
- ปรับปรุงความต่อเนื่องของ UI ในส่วนของ Parental Control และการจำกัดการใช้งาน Application เพิ่มให้ผู้ใช้ที่ไม่ได้เป็น Admin สามารถเพิ่มหรือลบ Printer ได้

นอกจากนั้นเป็นการอัพเดตภายในระบบซึ่งผู้ใช้งาน จะไม่เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงนัก แต่จะมีผลกับ Application หลายๆตัวในระบบ และมีการอัพเดตในส่วนที่เป็น Unix หลายอย่างเช่น Apache 2 และ PHP , Perl Library , Python , Ruby และโปรแกรม X11 ได้รับการอัพเดตเป็นรุ่นใหม่
มีรายงานว่า Snow Leopard รุ่นทดสอบตัวล่าสุด build 10A354 ได้เพิ่มคุณสมบัติอย่างหนึ่งที่น่าสนใจ คือความสามารถในการรองรับการเขียนตัวหนังสือภาษาจีน โดยใช้ได้กับเครื่องที่รองรับการใช้งาน Multi-Touch อย่างเช่น MacBook และ MacBook Pro

ในช่วงปีก่อนหน้านี้ Apple ได้ซื้อเทคโนโลยีระบบจดจำลายมือเขียนสำหรับภาษาจีน มาใช้กับ iPhone OS รุ่น 2.0 และได้การนำเอาเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้กับ Mac OS X 10.6 Snow Leopard ด้วย ส่วนการเขียนของภาษาอังกฤษนั้น Apple เองมีเทคโนโลยีดังกล่าวอยู่ตั้งแต่สมัยทำ Newton อยู่ก่อนแล้ว และใน Mac OS X เองก็รองรับอยู่แล้ว แต่ต้องใช้กับอุปกรณ์ที่เป็น Tablet เท่านั้น ทำให้มีการคาดกันไปว่า Apple อาจจะมีการนำเอาเทคโนโลยี Multi-touch มาใช้งานเพิ่มมากขึ้น หรืออาจจะผลิตเครื่องที่มีหน้าจอแบบ Touch screen ออกมาอย่างข่าวลือที่คาดกันก็เป็นไปได้
สิทธิบัตรฉบับนี้พึ่งได้รับการเปิดเผยไม่นานมานี้ เป็นสิทธิบัตรของตู้ Kiosk ที่ให้บริการการโหลด เพลงหรือโหลดหนัง เข้ากับ iPod หรืออุปกรณ์อื่นๆ โดยใช้การเชื่อมต่อแบบไร้สาย โดยตู้ดังกล่าวสามารถตั้งเพื่อให้บริการตามจุดต่างๆ ที่ไม่มีเครือข่ายไร้สายให้บริการได้ 

โดยแนวคิดของการพัฒนาระบบดังกล่าวระบุว่า ปัญหาของการให้บริการตู้ดังกล่าว แบบใช้สายเสียบกับตัวเครื่อง อาจจะทำให้เกิดปัญหาในการใช้งานได้ เนื่องจากตู้ดังกล่าวต้องให้บริการกับผู้ใช้จำนวนมาก สายสัญญาณอาจจะชำรุด และทำให้เครื่องชำรุดได้ จึงเกิดแนวคิดให้ใช้งานผ่าน WiFi อย่างไรก็ตามการใช้งานผ่าน WiFi ก็ยังต้องแก้ปัญหาในกรณีที่มีการเชื่อมต่อจำนวนมาก ความเร็วในการรับส่งข้อมูลจะลดลง จึงต้องมีการแก้ปัญหาดังกล่าวดังที่ได้ระบุไว้ในสิทธิบัตรฉบับนี้

patent-090507-1.png

เว็บ BoyGeniusReport ได้โพสต์ภาพซึ่งอ้างว่าได้มาจากเมนู Debug ใน iPhone OS 3.0 พบว่ามีตัวเลือกบางอันที่ดูแล้วเกี่ยวข้องกับ Magnetometer (เข็มทิศดิจิตอล) อยู่ในตัวระบบปฎิบัติการด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา เว็บดังกล่าวก็เคยรายงานว่าใน iPhone รุ่นใหม่จะมีเข็มทิศดิจิตอลดังกล่าวไว้ครั้งหนึ่งแล้ว


212917-iphonemagnetometer2_300.jpg

หากมีการติดตั้งเข็มทิศดิจิตอลเข้ามาในตัวเครื่องจริงๆ ไม่ว่าจะด้วยเทคนิคหรืออุปกรณ์แบบใดก็ตาม จะช่วยให้สามารถพัฒนา Application ได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น เมื่อโปรแกรมสามารถจะรับรู้ได้ว่าเราหันตัวไปในทิศทางใด จากที่ตอนนี้โปรแกรมรับรู้ได้เพียงแค่ว่าเราเอียงเครื่องมากน้อยแค่ไหนจาก Accelerometer เท่านั้น และแม้จะรู้ทิศทางที่เราเคลื่อนที่ได้จาก GPS แต่ก็ไม่สามารถรู้ทิศทางที่เราหันหน้าไปได้เมื่อไม่ได้เคลื่อนที่ สำหรับเข็มทิศดิจิตอลนี้มีในมือถือ G1 ของ T-Mobile ที่ใช้ระบบ Android มาก่อนหน้านี้แล้ว

MacRumors รายงานว่าโปรแกรม Boot Camp ใน Mac OS X 10.6 Snow Leopard นั้นมี Driver สำหรับให้ Microsoft Windows อ่านข้อมูลจาก Partition ที่เป็น HFS+ ได้ ซึ่งนั่นจะทำให้ผู้ใช้ Windows ในเครื่องสามารถที่จะอ่านข้อมูลจาก Partition ของ Mac OS X ได้ 

อย่างไรก็ตามจากข่าวดังกล่าวดูเหมือนว่าความสามารถจะถูกจำกัดไว้เพียงแค่การ "อ่านอย่างเดียว" เท่านั้น ซึ่งจากกระแสตอบรับในความคิดเห็นต่างๆ ดูเหมือนว่าจะเห็นด้วยหากจะจำกัดการใช้งานไว้เพียงแค่ "อ่านอย่างเดียว" เพื่อความปลอดภัยจากปัญหาเรื่องไวรัสที่จะเกิดขึ้นจากการใช้งานระบบปฎิบัติการ Microsoft Windows
เป็นอีกความเคลื่อนไหวล่าสุดของ Apple เกี่ยวกับแผนดำเนินการ ในการพัฒนาระบบปฎิบัติการ Mac OS X 10.6 Snow Leopard วันนี้ Apple ได้แจ้งข่าวว่าได้เปิด Forum ให้นักพัฒนาได้เข้ามาพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลกันเกี่ยวกับ Snow Leopard โดย Forum ดังกล่าวเปิดอยู่ใน Apple Developer Connection อย่างไรก็ตามนักพัฒนาที่จะเข้าไปใช้งาน Forum ดังกล่าวได้ในตอนนี้ จะได้เฉพาะ Premier Developer และ นักพัฒนาที่ Apple เลือกเท่านั้น

ทั้งนี้กติกาของ Forum ดังกล่าวได้ห้ามการพูดถึงฟีเจอร์ หรือเทคโนโลยี ที่ยังไม่ได้เปิดเผย ซึ่งก็เป็นปกติของข้อตกลง NDA ของ Apple ที่มีมาก่อนหน้านี้อยู่แล้ว สำหรับ Mac OS X 10.6 Snow Leopard นั้นคาดว่าจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการอีกครั้งในงาน WWDC 2009 ที่กำลังจะเกิดขึ้นในช่วงวันที่ 8-12 มิถุนายนที่จะถึงนี้

devforum-090508.jpg

รายงานจาก AppleInsider ระบุว่า System Profiler ในระบบ Mac OS X 10.6 Snow Leopard รุ่นทดสอบตัวล่าสุดนั้น มีการเพิ่มหัวข้อ WWAN เข้ามา ก่อนหน้านี้นั้นอุปกรณ์ที่เป็น 3G Wireless ทั้งหลายจะรวมอยู่ในกลุ่มของอุปกรณ์เสริม USB ตอนนี้ได้มีการจัดกลุ่มใหม่ เพิ่มเข้าไปในหัวข้อ Network (คลิกที่ภาพเพื่อดูรูปใหญ่ ทั้งนี้ภาพดังกล่าวเป็นภาพ Mock up เพื่อป้องกันปัญหาทางด้าน NDA กับ Apple)

WWAN.060609.png
ประเด็นของเรื่องดังกล่าวถูกนำไปเชื่อมโยงกับข่าวลือก่อนหน้านี้ ที่ลือกันว่า Apple จะออก MacBook ที่สามารถเชื่อมต่อระบบ 3G ได้โดยตรงออกมา นอกจากนั้นในปีก่อนหน้านี้ Steve Jobs เคยให้สัมภาษณ์กับ USA Today ว่ามีความสนใจที่จะนำชิป 3G เข้ามาใช้งานใน MacBook Air

ประกอบกับในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่า Apple ได้ประกาศรับสมัครงาน โดยในส่วนของ Jobs description มีระบุไว้ว่ามีหน้าที่ทดสอบการทำงาน ของการใช้งานระบบเครือข่่ายแบบต่างๆ อันได้แก่ AirPort รุ่นต่างๆ , Bluetooth v2.0 , Gigabit Ethernet และ 3G Wireless WAN

หากมีการนำเอาระบบการเชื่อมต่อ 3G มารวมไว้กับเครื่อง MacBook แล้ว ไม่แน่ว่าอาจจะมีการทำตลาดแบบ Subsidized ร่วมกับผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัทพ์เคลื่อนที่อย่างเช่น AT&T หรือรายอื่น เพื่อให้ราคาเครื่องนั้นถูกลงหากซื้อแบบมีสัญญาการใช้บริการเครือข่าย แบบ iPhone ก็เป็นได้ ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีกระแสข่าวว่า Apple กำลังหาทางทำให้เครื่อง Mac นั้นราคาต่ำลง
Apple ได้ส่งเมล์แจ้งให้นักพัฒนาที่ลงทะเบียนไว้กับ Apple ได้ทราบว่าจากนี้ไป โปรแกรมที่จะส่งเข้า App Store นั้นจะต้องมีการทดสอบเพื่อตรวจสอบว่า ใช้งานกับ iPhone OS 3.0 ได้หรือไม่ เพื่อให้แน่ใจว่าโปรแกรมต่างๆ จะใช้งานได้กับระบบปฎิบัติการรุ่นใหม่ดังกล่าว ไม่เพียงเท่านั้น App ที่มีอยู่เดิมนั้นเอง ก็จะต้องทำงานได้กับ iPhone OS 3.0 ด้วยเช่นกัน โปรแกรมไหนที่พบว่าใช้งานไม่ได้ หากไม่ได้รับการแก้ไข ก็จะต้องถูกนำออกจาก App Store ในที่สุด นี่คือข้อความประกาศดังกล่าว

All apps must be compatible with iPhone OS 3.0

Millions of iPhone and iPod touch customers will move to iPhone OS 3.0 this summer. Beginning today, all submissions to the App Store will be reviewed on the latest beta of iPhone OS 3.0. If your app submission is not compatible with iPhone OS 3.0, it will not be approved.

Existing apps in the App Store should already run on iPhone OS 3.0 without modification, but you should test your existing apps with iPhone OS 3.0 to ensure there are no compatibility issues. After iPhone OS 3.0 becomes available to customers, any app that is incompatible with iPhone OS 3.0 may be removed from the App Store.
Apple ปล่อย iPhone OS 3.0 รุ่นทดสอบตัวใหม่ให้กับนักพัฒนาเรียบร้อยแล้ว สำหรับรุ่นนี้เป็นรุ่นทดสอบตัวที่ 5 มีรหัสรุ่นว่า 7A312g พร้อมกันนั้นก็ได้ออก iTunes 8.2 Beta 10 ออกมาพร้อมกันด้วย ก่อนหน้านี้ Apple ปล่อยตัวรุ่นทดสอบทุกๆห้วง 2 สัปดาห์ แต่รุ่นทดสอบตัวที่ 5 นี้ห่างจากรุ่นทดสอบตัวที่ 4 เพียงสัปดาห์เดียวเท่านั้น

มีรายงานจากบางแหล่งว่ามีการเพิ่ม API ชื่อ "StoreKit" ซึ่งใช้ในการทำงานของระบบ In-App Purchase สำหรับใช้ในการจับจ่ายซื้อ item ต่างๆ จากภายในแต่ละ App เพิ่มเข้ามา รวมทั้งมีการปิดการใช้งาน MMS และ Internet Tethering สำหรับผู้ใช้บริการโครงข่ายของ AT&T

สำหรับ iPhone OS 3.0 นั้นคาดกันว่าจะออกมาอย่างเป็นทางการในช่วงงาน WWDC 2009 ซึ่งจะมีในช่วงวันที่ 8-12 มิถุนายน 2009 ซึ่งเหลือเวลาอีกเพียง 1 เดือนเท่านั้น
รายงานจาก Gizmodo แจ้งว่าเว็บ iPhone.ru ซึ่งเป็นเว็บชุมชนผู้ใช้ iPhone รัสเซีย พบว่าใน iPhone OS 3.0 รุ่นทดสอบนั้น การถ่ายรูปมีความแตกต่างจากภาพที่ได้จาก firmware รุ่นก่อน โดยมีการทดสอบภาพอยู่หลายภาพพบว่าใน iPhone OS 3.0 ภาพที่ถ่ายออกมามีความชัดเพิ่มมากขึ้น ดูจากภาพตัวอย่างต่อไปนี้

130253--2-1.jpg_425.jpg.jpeg

เป็นเกมส์ที่มีข่าวคราวและมีผู้รอคอยกันมาอย่างต่อเนื่อง สำหรับ Need for Speed Undercover จากค่าย Electronic Arts และแล้ววันนี้ก็มีจำหน่ายใน App Store เรียบร้อยแล้ว [iTunes Link] สนนราคาเปิดตัวอยู่ที่ 9.99  เหรียญสหรัฐ

nfs1.jpg.jpeg
โดยตัวเกมส์ใช้ประโยชน์จากระบบควบคุมของ iPhone (และ iPod touch) อย่างเต็มที่ไม่ว่าจะเป็นการสัมผัสหน้าจอ และการเอียงเครื่องในการบังคับ มีรถให้เลือกถึง 20 รุ่น แน่นอนว่าสามารถอัพเกรดแต่ละชิ้นส่วนได้เช่นกัน พร้อมกับมุมมองแบบสามมิติจากกล้องหลากหลายมุม กติกาของเกมส์สามารถเลือกเล่นได้หลายแบบไม่ว่าจะเป็น Highway Battle , Sprint และ Cop Takeout นอกจากนี้ยังมีวีดีโอแนะนำการเล่นอีกด้วย ว่าแล้วมาชมวีดีโอตัวอย่างเกมส์จากเว็บ TouchArcade กันเลยดีกว่าครับ
รายงานจาก NY Times ระบุว่าหน่วยงานควบคุมการค้าของสหรัฐอเมริกา จะเข้ามาตรวจสอบความร่วมมือต่างๆระหว่างคณะกรรมการบริหารของ Apple และ Google เนื่องมาจากกฎหมายการควบคุมการผูกขาดทางการค้า ซึ่งห้ามการร่วมเป็นคณะกรรมการของบริษัทคู่แข่ง อันจะนำมาซึ่งการลดการแข่งขัน หรือฮั้วกันในการแข่งขันนั่นเอง

ทั้งนี้ Apple และ Google นั้น ถือได้ว่าเป็นคู่แข่งกันในหลายผลิตภัณฑ์ เช่น บริการออนไลน์อย่าง Mobile Me และบริการออนไลน์บางอย่างของ Google และการที่ Google ขยับเข้าสู่อุตสาหกรรมโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยพัฒนาระบบปฎิบัติการสำหรับโทรศัพท์เคลื่อนที่ภายใต้ชื่อ Android ซึ่งเปรียบเหมือนเป็นคู่แข่งกับ iPhone นอกจากนั้นในตลาดซอฟท์แวร์ ทั้งสองบริษัท ต่างก็มีซอฟท์แวร์ในกลุ่มต่างๆ ที่ถือว่าเป็นคู่แข่งกันด้วยกันทั้งคู่ คือ Safari และ Chrome สำหรับตลาด Web Browser หรือ iPhoto และ Picasa ในตลาดโปรแกรมจัดการรูปภาพ 

แม้ว่าเมื่อไม่นานมานี้ Eric Schmidt ผู้ก่อตั้ง Google ซึ่งดำรงตำแหน่ง คณะกรรมการบริหารใน Apple อยู่ด้วย จะไม่เข้าร่วมประชุมเมื่อมีหัวข้อของ iPhone เนื่องจากตอนนั้น Android ของ Google เริ่มลงตลาดแล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีประเด็นเรื่องความทับซ้อนของผลประโยชน์ดังกล่าวให้ต้องตรวจสอบอยู่อีก ซึ่งอาจจะทำให้เขาต้องออกจากการเป็นคณะกรรมการบริหารของ Apple ในอนาคตก็เป็นได้
NY Time รายงานผลการสำรวจความพึงพอใจของผู้ซื้อชิ้นใหม่ล่าสุดระบุว่า MacBook รุ่นต่างๆ มีคะแนนนำ Laptop ยี่ห้ออื่นๆในทุกหัวข้อ ไม่ว่าจะเป็น MacBook รุ่นเล็ก จนถึงรุ่นใหญ่อย่าง MacBook Pro 17" โดยผลสำรวจดังกล่าวไม่ได้สำรวจเฉพาะ Spec เทียบกับราคา เหมือนกับที่เราคุ้นเคยกันเท่านั้น แต่ยังรวมถึง ประสิทธิภาพในการทำงาน , การออกแบบ , การใช้งานอเนกประสงค์ , คุณภาพของจอ และ การใช้งานแบตเตอรี่

ในกลุ่มเครื่องขนาด 13" นั้น Apple ครองตำแหน่งอันดับสูงสุดทั้ง 3 อันดับ โดย Unibody Macbook นั้นได้คะแนนถึงร้อยละ 62 ในขณะที่ MacBook Air ที่ใช้ SSD ได้คะแนนถึง 60 และ MacBook รุ่นพลาสติกสีขาวได้คะแนน 55 เท่ากับ HP Pavilion dv3

ส่วนกลุ่มเครื่องขนาด 14"-16" นั้น MacBook Pro 15" ได้คะแนนสูงสุดถึงร้อยละ 75 ในขณะที่ Toshiba Satelite M305 อันดับสองได้คะแนนเพียงร้อยละ 64 เท่านั้น ส่วน Sony VIAO FW370 ที่มักมีความพยายามยกมาเปรียบเทียบกับ MacBook Pro อยู่เป็นประจำนั้น (ซึ่งไมโครซอฟท์เองก็ได้นำมาใช้เปรียบเทียบในโฆษณาของตนด้วย) ได้คะแนนเพียงร้อยละ 62 อยู่ในอันดับสามร่วมกับอีก 2 รุ่นจากยี่ห้ออื่น

ส่วนกลุ่มเครื่องขนาด 17"-18" นั้นคะแนนยิ่งทิ้งห่างกันมากขึ้น เมื่อ MacBook Pro 17" ได้รับคะแนนมากถึงร้อยละ 80 ในขณะที่ Laptop ตระกูล PC ที่ใช้ Windows อื่นๆได้รับคะแนนอย่างมาก็แค่ร้อยละ 64 เท่านั้น ซึ่งได้แก่ Dell Studio 17 ส่วนยี่ห้ออื่นได้คะแนนลดหลั่นกันลงไปเรื่อยๆ สำหรับ HP Pavillion dv7 ที่อยู่ในโฆษณาของไมโครซอฟท์ชุดก่อนนั้น ได้รับคะแนนความพอใจดังกล่าวเพียงร้อยละ 59 เท่านั้น
ช่วงนี้มี App บางตัวที่พบปัญหาจาก "เนื้อหา" ที่ผู้สร้าง App มิได้จงใจใส่ลงไปใน App โดยตรง อย่างเช่นโปรแกรมอ่านหนังสือพิมพ์ Newspaper(s) ของนักพัฒนาชื่อ Makayama ที่ถูกปฎิเสธการจำหน่ายใน App Store อันเนื่องจากมีภาพผู้หญิงเปลือย ซึ่งมาจากเนื้อหาข่าวจากหนังสือพิมพ์ Sun ของอังกฤษ โดย Apple ได้ทำหนังสือแจ้งไปยังผู้พัฒนาว่า หลังจาก iPhone OS 3.0 ซึ่งจะมี Parental Control ที่พัฒนาขึ้น ให้ส่ง App ตัวนี้มาให้ตรวจสอบอีกครั้ง

ก่อนหน้านี้ Trent Reznor นักร้องนำและผู้ก่อตั้งวงดนตรีชื่อดัง Nine Inch Nail ก็มีปัญหากับ App ของทางวงเช่นกัน เมื่อ App Store ปฎิเสธรุ่นอัพเดตของโปรแกรมจากทางวง อันเนื่องมาจากในนั้นมีเนื้อหาที่เป็น "Objectionable Content" ซึ่งมาจากคำหยาบบางคำในเนื้อเพลงของวง จนทำให้เจ้าตัวถึงกับทนไม่ได้ ออกมาประกาศว่าถ้า Apple ไม่เข้าใจ เขาก็จะทำ App ดังกล่าวให้กับชุมชน Jailbreak เลยทีเดียว ทั้งนี้ Reznor เองก็เป็นแฟนพันธุ์แท้ผลิตภัณฑ์จาก Apple คนหนึ่งเช่นกัน

Update 8/5/2009 : Apple เคลียร์กับ Reznor เรียบร้อยแล้ว

iphoneos30b4_apprestrictions.jpg.jpeg
หน้าจอ Apps Restrictions ใน iPhone OS 3.0

ข้อมูลจาก NPD ระบุว่าในไตรมาสที่หนึ่งของปี 2009 ที่ผ่านมา BlackBerry สามารถพลิกกลับมาทำยอดขายได้สูงกว่า iPhone แล้ว โดยอันดับยอดขายของ Smart Phone ในสหรัฐอเมริกาในไตรมาสแรกที่ผ่านมาเป็นดังนี้

    1. BlackBerry Curve (8300 ทุกรุ่น)
    2. Apple iPhone
    3. BlackBerry Storm
    4. BlackBerry Pearl
    5. T-Mobile G1
สำหรับ BackBerry นั้นมีการทำตลาดมือถือหลายรุ่น อีกทั้งยังทำตลาดกับผู้ให้บริการระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ รายใหญ่ในสหรัฐทุกรายอีกด้วย ก่อนหน้านี้มีข่าวลือว่า Apple จะออก iPhone รุ่นที่ราคาถูกกว่าปัจจุบัน รวมไปถึงการทำตลาดร่วมกับผู้ให้บริการายอื่นนอกเหนือจาก AT&T
จากข้อมูลของ Net Application พบว่าเดือนที่ผ่านมานั้น สัดส่วนการใช้งาน Web Browser ของ Safari นั้นลดลงเล็กน้อยจากร้อยละ 8.23 ในเดือนมีนาคม มาเป็น 8.21 ในเดือนเมษายน ในขณะที่ Internet Explorer ยังคงทำสถิติลดลงอย่างต่อเนื่อง จากร้อยละ 66.82 ในเดือนมีนาคม มาเป็นร้อยละ 66.10 ในเดือนเมษายน สำหรับ FireFox และ Chrome นั้นยังคงมีสัดส่วนการใช้งานเพิ่มขึ้นทีละน้อย ล่าสุด FireFox มีสัดส่่วนการใช้งานอยู่ที่ร้อยละ 22.48 และ Chrome อยู่ที่ร้อยละ 1.42

จากแนวโน้มดังกล่าวเป็นไปได้ว่าภายในระยะเวลา 1 ปีข้างหน้าหาก Microsoft ยังไม่สามารถเพิ่มสัดส่วนการใช้งานของ Internet Explorer ได้นั้น ก็อาจจะถึงคราวที่ Internet Explorer จะเหลือสัดส่วนการใช้งานตำกว่า 50% ก็เป็นไปได้ สำหรับ Safari นั้นก็อาจจะมีสัดส่วนการใช้งานเกิน 10% ได้เช่นกัน

สำหรับสัดส่วนการใช้งานระบบปฎิบัติการนั้น Windows ยังคงมีสัดส่วนการใช้งานลดลงเล็กน้อยอย่างต่อ ล่าสุดส่วนสัดส่วนการใช้งานอยู่ที่ร้อย 87.90 สำหรับ Mac นั้นลดลงเล็กน้อยเล่นกันล่าสุดอยู่ที่ร้อยละ 9.73 ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยมี Linux ที่สามารถเพิ่มสัดส่วนการใช้งานมาอยู่ที่ร้อยละ 1.02 เป็นเดือนแรกที่ Linux มีสัดส่วนการใช้งานเกินร้อยละ 1 สำหรับ iPhone และ iPod touch มีสัดส่วนการใช้งานอยู่ที่ร้อยละ 0.55 และ 0.15 ตามลำดับ

สำหรับสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นของ Linux นั้น คาดว่าจะมาจากแนวโน้มการขายของ Netbook ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งมีเพิ่มขึ้น และ Netbook หลายเครื่องนั้นได้ติดตั้งระบบปฎิบัติการ Linux ไปด้วย
ข่าวคราวเกี่ยวกับทีมงานใหม่ๆ ซึ่งเป็นระดับแนวหน้าจากที่อื่น ที่เข้ามาร่วมงานกับ Apple ยังมีออกมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด Richard Teversham ผู้บริหารกลยุทธ์ของทีม X-Box จาก Microsoft ได้ออกจาก Microsoft และมาทำงานกับ Apple เรียบร้อยแล้ว โดย Teversham นั้นเคยทำงานกับ Microsoft มานานถึง 15 ปี ในฐานะผู้บริหารทิศทางธุรกิจและกลยุทธ์สำหรับ X-Box

อย่างไรก็ตามจากรายงานของ MCV ระบุว่า Tevesham ได้เข้ามาทำงานกับ Apple ในงานด้านที่ "เกี่ยวกับการศึกษา" ในสำนักงาน Apple ภาคพื้นยุโรป ไม่ได้เข้ามาร่วมทีมด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผลิตภัณฑ์ หรือการพัฒนาเทคโนโลยี เหมือนกับหลายคนที่เป็นข่าวไปก่อนหน้านี้ กระนั้นก็ยังมีผู้คิดว่าอดีตผู้บริหารงาน ซึ่งทำให้ X-Box นั้นประสบความสำเร็จในภาคพื้นยุโรปมาแล้วนั้น อาจจะช่วยให้ Apple สามารถสร้างพื้นที่ของตัวเองในสนามแข่งของอุตสาหกรรมเกมส์ได้ ทั้งนี้ในช่วงที่ผ่านมา Apple ได้ขยับตำแหน่งของ iPod touch ให้เป็นเครื่องเล่นเกมส์แบบพกพา อย่างชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ
AppleInsider อ้างแหล่งข่าวว่า Apple กำลังเตรียมแผนการออกเครื่อง Mac ที่มีราคาถูกลง โดยอาจจะออกมาในช่วงกลางปีที่จะถึงนี้ โดยระบุว่าเป็นผลจากการที่คอมพิวเตอร์ราคาถูก หรือที่เรียกกันว่า Netbooks เข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาดรวม ส่วนรายละเอียดอื่นๆไม่มีระบุว่ามันจะเป็นเครื่องที่มี spec ยังไง อย่างไรก็ตาม AppleInsider ระบุว่า Apple อาจจะลดราคาของ MacBook ลงมาในอนาคต
จากข้อมูลสิทธิบัตรของ Apple ที่พึ่งได้รับการเปิดเผยสู่สาธารณะไม่นานนี้ พบว่ามีสิทธิบัตรหนึ่งที่ยื่นไว้ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2007 เป็นสิทธิบัตรคิดค้นการนำเอา Carbon fiber มาใช้เป็น case ภายนอกสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ Carbon fiber นั้นนอกจากจะมีน้ำหนักเบาแล้ว ยังมีความแข็งแรงอย่างมากอีกด้วย 

อย่างไรก็ตาม Carbon fiber ไม่ใช่ของใหม่สำหรับโลกยุคนี้ แต่การนำเอา Carbon fiber มาใช้งานนั้นมีข้อจำกัดอยู่ที่เรื่องของพื้นผิวของผลิตภัณฑ์ โดยปกติมักจะเป็นสีดำ อีกทั้งจะมีชั้นของ Carbon fiber ที่เป็นอุปสรรคกับการทำให้มันดูสวยงาม โดยเฉพาะกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ที่มีธรรมชาติของผลิตภัณฑ์แตกต่างกับพวก จักรยานวิบาก หรือผลิตภัณฑ์อื่นๆที่ใช้ Carbon fiber กันก่อนหน้านี้ สิทธิบัตรดังกล่าวกล่าวถึงเทคนิคในการนำเอา Carbon fiber มาใช้งาน และปรับปรุงในเรื่องของการพัฒนาวัสดุที่พื้นผิว เพื่อให้สามารถทำสี หรือการทำผิวที่ดูมี "ศิลปะ" ได้ดีขึ้น นอกจากความแข็งแรงของวัสดุแล้ว ยังต้องมีความสวยงามอีกด้วย นั่นคือหัวใจในการออกแบบผลิตภัณฑ์ทุกอย่างของ Apple
patent-090430-1.png

Pages

OpenID accepted here Learn more about OpenID
จำนวนผู้รับข่าว

รับข่าวทางอีเมล์



Endless Motion Streamer
รับงานถ่ายวีดีโอ ถ่ายทำ VTR , Presentation , ภาพยนตร์โฆษณา , MV , ถ่ายวีดีโอ งานหมั้น งานแต่งงาน งานบวช งานเลี้ยง , ถ่าย OB งานประชมสัมนา งานเปิดตัวสินค้าต่างๆ ราคากันเอง สนใจรายละเอียดคลิกชมได้ที่นี่

About this Archive

This page is an archive of entries from May 2009 listed from newest to oldest.

April 2009 is the previous archive.

June 2009 is the next archive.

Back to Main index or look in the archives to find all content.