iPhone (และ iPod touch) นั้นมีระบบการรับข้อมูลจากผู้ใช้แบบสัมผัสหน้าจอ และไม่มี Physical Keyboard เหมือนอย่าง Black Berry รวมถึงมือถือไฮเทคอีกหลายยี่ห้อ ข้อดีก็คือว่าแป้นพิมพ์สามารถออกแบบได้หลากหลายกว่า (จะเห็นว่าการพิมพ์ภาษาที่แตกต่างกันใน iPhone มีความยืดหยุ่นกว่า) ไม่เพียงแต่แป้นพิมพ์เท่านั้น แต่ยังสามารถออกแบบการป้อนข้อมูล การสั่งงานรูปแบบต่างๆได้หลากหลาย
แต่ในขณะเดียวกันข้อเสียก็คือว่า ผู้ใช้จะไม่ได้รับการตอบสนองจากการกด รวมถึงความยากในการใช้งานหากไม่มองหน้าจอ ถ้านึกไม่ออกลองนึกถึงแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ที่มีตุ่มเล็กๆ บนปุ่ม F และปุ่ม J รวมถึงตุ่มเล็กๆบนเลข 5 ในแป้นพิมพ์ตัวเลข ที่จะช่วยให้ผู้พิมพ์สัมผัสสามารถพิมพ์งานได้คล่องแคล่ว แม้ไม่ได้มองแป้นพิมพ์เลยก็ตาม
สิทธิบัตรชิ้นนี้ มีการนำเอาเทคโนโลยีที่เรียกว่า Haptic Tactile Feedback มาติดตั้งไว้ที่จอ iPhone ซึ่งจะทำให้ iPhone หรืออุปกรณ์อะไรก็ตามที่นำมันไปใช้ จะสามารถสร้างความแตกต่างบนพื้นผิวสัมผัส ให้ผู้ใช้รู้ได้เมื่อเลื่อนนิ้วผ่าน สิทธิบัตรฉบับนี้ชื่อ Multi-touch display screen with Localize tactile feedback
ทั้งนี้ Haptic Display นั้นเป็นเทคโนโลยีที่มีอยู่ก่อนนานแล้ว มีหลายบริษัททำการพัฒนากันมาต่อเนื่องยาวนาน เช่นเดียวกับเทคโนโลยี Multi-touch และมีบางบริษัททำออกมาเป็นผลิตภัณฑ์เรียบร้อยแล้วเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามประเด็นของสิทธิบัตรฉบับนี้ไม่ใช่การจดสิทธิบัตรเทคโนโลยี Haptic แต่เป็นการจดสิทธิบัตรในการนำเทคโนโลยีดังกล่าว มาใช้งาน กระบวนการในการสร้างส่วนติดต่อกับผู้ใช้
ก่อนหน้านี้ช่วงกลางปี 2008 เคยมีข่าวว่า Apple กำลังมองหาใบอนุญาตในการนำเทคโนโลยี Haptic มาใช้งานร่วมกับ iPhone ในอนาคต อย่างไรก็ตามผ่านมาแล้วหนึ่งปี iPhone 3GS รุ่นล่าสุดก็ยังไม่มีการนำเอาเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้











แสดงความคิดเห็น