August 2009 Archives

เป็นอีกปรากฎการณ์หนึ่งที่จะปรากฎขึ้นอยู่บ่อยๆ เมื่อ Apple จะมีการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ เรามักจะพบว่าสต็อกสินค้าจะไม่มีการสั่งสินค้านั้นๆเพิ่ม และบางครั้งอาจจะถึงขั้นขึ้นว่าสินค้านั้นๆหมด ไม่สามารถสั่งซื้อได้เลยทีเดียว อย่างที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วกับ MacBook ในช่วงต้นปี iPhone 3G ช่วงกลางปี และตอนนี้มีรายงานจากหลายแหล่ง (ในต่างประเทศ) ว่า iPod นั้นอยู่ในสภาวะดังกล่าวแล้วเช่นกัน

หากเป็นไปตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์กันไว้ ในวันที่ 9 กันยายนที่จะถึงนี้ Apple จะแถลงข่าวเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ในตระกูล iPod รุ่นใหม่ สำหรับข่าวลือล่าสุดนั้น มีการลือว่า iPod touch , nano และ classic จะมีกล้องภายในตัว ส่วน iPod shuffle นั้นยังไม่มีข่าวลือใดๆ เกี่ยวกับรุ่นใหม่ออกมา ทั้งนี้ iPod shuffle นั้นพึ่งออกรุ่นใหม่ ที่เปลี่ยนโฉมใหม่ถอดด้ามไปเมื่อช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา คาดว่าหากจะมีการออกรุ่นใหม่ อาจจะเป็นเพียงการเติมสีเข้าไปเท่านั้น และในวันเดียวกันนั้นคาดกันว่า Apple จะเปิดตัว iTunes 9 ซึ่งมีข่าวลือว่าจะสนับสนุนการใช้งาน Blu Ray และ Social networking ต่างๆ ในงานดังกล่าว
หลังจากที่เป็นข่าวลือและข่าวลุ้นกันมานาน กับการบุกเข้าทำตลาด iPhone ในประเทศจีน ซึ่งถือว่าเป็นตลาดที่ค่อนข้างใหญ่มากตลาดหนึ่งในปัจจุบัน ก่อนหน้านี้มีข่าวลือกันมาต่อเนื่องเป็นระยะๆ เกี่ยวกับข้อตกลงการทำตลาดร่วมกันระหว่าง Apple และ China Unicom ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือรายใหญ่อันดับสองในจีน แต่ก็วืดไปวืดมาอยู่ตลอด โดยสาระสำคัญนั้นมีสองประเด็นคือประเด็นในแง่ของ iPhone ที่จะทำตลาดใน iPhone นั้นจะต้องตัดคุณสมบัติการใช้งาน Wi-Fi ออกไป เนื่องจากเรื่องของกฎหมายในประเทศจีน และอีกประเด็นก็คือหลายฝ่ายคิดว่า iPhone ที่จะทำตลาดในจีนนั้น จะเป็น iPhone ที่ตัดคุณสมบัติบางอย่าง และทำการตลาดที่ราคาที่ไม่แพงนัก

สำหรับข่าวอย่างเป็นทางการได้รับการประกาศออกมาจากเว็บไซต์ของ China Unicom อย่างเป็นทางการแล้วเมื่อวันศุกร์ที่ 28 ที่ผ่านมา โดยระบุว่า Apple และ China Unicom ตกลงทำสัญญากันเป็นระยะเวลา 3 ปี ในการทำตลาด iPhone ในประเทศจีน โดยการทำตลาดคาดว่าจะเริ่มขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2009 โดยเป็นข้อตกลงแบบไม่ได้แบ่งรายได้ระหว่างกัน Chinal Unicom นั้นจะสั่งซื้อ iPhone จาก Apple โดยตรงและทำการ subsidize ราคากับผู้ใช้บริการเอง
ช่วงสัปดาห์ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า ผู้ใช้ iPhone ในประเทศฝรั่งเศสเจอปัญหา iPhone "ระเบิด" หลังจากนั้น Apple ก็ได้ทำการสอบสวนหาสาเหตุในกรณีที่เกิดขึ้น และหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคในฝรั่งเศสได้เข้ามาสอบสวนในกรณีที่เกิดขึ้น

โดย Michel Coulomb หัวหน้าทีมฝ่ายขายของ Apple ประจำประเทศฝรั่งเศส ได้เข้าชี้แจงกับหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคของฝรั่งเศส กับกรณีที่เกิดขึ้น จากกรณีดังกล่าว Apple ชี้แจงโดยระบุว่า จากกรณีเครื่องมีปัญหาลักษณะดังกล่าว ที่ผ่านมาซึ่งบริษัทได้เคยวิเคราะห์มาแล้วนั้น เหตุที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้มาจากปัญหาของแบตเตอรี่ที่อยู่ภายใน แต่เกิดขึ้นจากแรงกระทำที่เกิดขึ้นจากภายนอก บนหน้าจอของ iPhone

อย่างไรก็ตามยังไม่มีการสรุปว่าสาเหตุของการที่หน้าจอร้าวดังกล่าวนั้น เกิดขึ้นจากการผู้ใช้งานเอง หรือว่าเกิดจากข้อผิดพลาดในการการออกแบบผลิตภัณฑ์ของ Apple
หลังจากที่วันเวลาวางตลาดของ Mac OS X 10.6 Snow Leopard เปิดเผยออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และสำนักข่าวหลายๆแหล่ง ก็ได้ทดลองติดตั้งกันไป และรีวิวจากเว็บต่างๆก็เริ่มทะยอยออกกันมา โอกาสนี้ Apple191 ก็ขอรวบรวมสรุปประเด็น และมุมมองสำคัญๆของแหล่งต่างๆ มาให้ได้อ่านกันครับ โดยจะเน้นไปที่ความคิดเห็นภาพรวมนะครับ เพราะประเด็นเรื่องฟีเจอร์ใหม่ ก็มีการนำเสนอกันมาอย่างต่อเนื่องแล้วก่อนหน้านี้

- The Wall Street Journal โดยนาย Mossberg รายงานว่าผู้ใช้ Tiger สามารถอัพเดตได้ด้วยแผ่นอัพเกรดของ Snow Leopard ได้ด้วยเช่นกันดังที่เรานำเสนอข่าวไปแล้วก่อนหน้านี้ ส่วนคำวิจารณ์นั้น Mossberg ระบุว่ามีฟีเจอร์ใหม่ที่ใช้งานได้ดีหลายอย่างเช่น Auto-correct ที่ใช้งานได้ทั้งระบบ , การเปลี่ยน Time Zone อัตโนมัติ ตามพิกัดที่เราใช้งาน , และการอัดการใช้งานบนหน้าจอเป็นไฟล์ VDO อย่างไรก็ตามยังมีจุดบกพร่องเล็กๆน้อยๆอยู่พอสมควร และยังมีปัญหากับโปรแกรมบางโปรแกรม (ดูข่าวโปรแกรมที่ใช้งานไม่ได้ใน Snow Leopard ประกอบ) รวมถึง Drivers บางอย่าง โดยรวมแล้วเขามองว่ามันดีขึ้นกว่า Leopard เล็กน้อย สำหรับผู้ใช้โดยทั่วไปแล้วจะไม่รู้สึกฮือฮาอะไรเลย

- The New York Time โดย David Pogue บอกว่าเขาหวังว่า Apple จะออกตัวอัพเดต 10.6.0.1 ออกมาโดยเร็ว เพื่อแก้ปัญหาข้อบกพร่องเล็กๆน้อยๆที่เขาพบ อย่างไรก็ตามโดยรวมแล้วเขาพบว่าสำหรับผู้ใช้ Leopard อยู่แล้วนั้น ด้วยราคาอัพเดตแค่ 30 เหรียญ แทบไม่ต้องคิดเลยว่าจะอัพเกรดหรือไม่ หลังจากการอัพเกรดแล้วจะพบว่ามันใช้งานได้เร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ถึงแม้ว่า Mac OS X 10.6 Snow Leopard นั้นจะเป็นการพัฒนาต่อมาจาก Mac OS X 10.5 Leopard และโปรแกรมจำนวนมากที่เคยใช้ได้ใน Leopard จะใช้ได้ใน Snow Leopard ก็ตาม แต่ก็ยังมีโปรแกรม และ Drivers อีกจำนวนหนึ่งที่ไม่สามารถใช้กับ Snow Leopard ได้จนกว่าจะมีการปรับปรุงให้ใช้กับ Snow Leopard ได้

Apple ได้ออกเอกสารสนับสนุนการใช้งานแสดงรายการโปรแกรมหลักๆ ที่มีปัญหากับ Snow Leopard ซึ่งจะมีแสดงรายชื่อโปรแกรม และรุ่นที่มีปัญหาไว้ ถ้าหากเรายังต้องใช้งานโปรแกรมเหล่านี้เป็นหลักอยู่อาจจะต้องรอตรวจสอบ จนกว่าโปรแกรมดังกล่าวจะออกรุ่นใหม่มารองรับการทำงานใน Snow Leopard 

พร้อมกันนั้นยังมีเอกสารสนับสนุนการใช้งาน แสดงรายการ Driver ของเครื่องพิมพ์ และเครื่องแสกน ที่ใช้งานใน Snow Leopard ได้อย่างละเอียดไว้อีกด้วย

นอกจากนั้นยังมีเว็บที่ผู้ใช้ Mac ก่อตั้งกันขึ้นมาอัพเดตกันเองอย่าง snowleopard.wikidot.com ซึ่งเป็นชุมชนเปิดที่ผู้ใช้งานจะมาอัพเดตข้อมูลรายงานต่างๆ กันเองอีกด้วย สำหรับผู้ที่กำลังคิดจะอัพเกรดไปใช้ Snow Leopard ควรตรวจสอบความเข้ากันได้ของโปรแกรมที่ต้องใช้งานก่อนเพื่อความสะดวก
แม้ว่าตามข้อมูลต่างๆที่ออกมาโดย Apple จะระบุว่า Snow Leopard ชุดอัพเกรดซึ่งมีราคา 29 เหรียญนั้นจะต้องเป็นการอัพเกรดจากระบบปฎิบัติการ Mac OS X 10.5 Leopard อย่างไรก็ตามรายงานจาก Wired ระบุว่า ผู้ใช้งาน Mac OS X 1.4 Tiger ก็สามารถที่จะติดตั้ง Snow Leopard ได้ อย่างไรก็ตามได้มีการแนะนำไว้ว่า สำหรับการอัพเกรดแบบไม่ล้างเครื่องนั้น อาจจะมีปัญหากับ 3rd Party บางโปรแกรมได้ ซึ่งเราสามารถอัพเกรดแบบ Erase and Install เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาดังกล่าวได้

และยังมีรายงานเพิ่มเติมอีกด้วยว่า แม้ในเครื่องเราจะไม่ได้ติดตั้ง Leopard อยู่ก่อน คือเป็น Hard drive เปล่าๆที่เราพึ่ง format ไป ก็สามารถติดตั้ง Snow Leopard ได้โดยไม่ต้องใช้ชุด Box Set ที่มีราคา 169 เหรียญสหรัฐ อย่างไรก็ตามในเว็บดังกล่าวก็ระบุไว้ว่า การติดตั้งแบบที่กล่าวไปแล้วนั้น ไม่ได้ครอบคลุมอยู่ในข้อความข้อตกลงการใช้งานของ Apple ดังนั้นก็ไ่ม่สามารถยืนยันได้ว่า Apple จะมีท่าทีอย่างไรต่อการใช้งานดังกล่าว
เว็บ Mashable รายงานว่าได้ค้นพบฟีเจอร์บางอย่างที่ถูกซ่อนไว้ ภายในโปรแกรม Yelp ซึ่งเมื่อผู้ใช้เขย่าเครื่อง 3 ครั้ง โปรแกรมจะเข้าสู่โหมดการใช้งานที่ซ่อนไว้ โดยจะทำการแสดงผลข้อมูลภาพจากกล้อง แล้วก็มแสดงข้อมูลออกมาร่วมกับภาพดังกล่าว โดยฟีเจอร์นี้จะใช้ได้กับ iPhone 3GS เท่านั้น เพราะจะมีการใช้งานเข็มทิศดิจิตอลร่วมด้วย

ประเด็นดังกล่าวอาจจะไม่เป็นเรื่องใหม่อะไรนัก เพราะก่อนหน้านี้ ก็เคยมีนักพัฒนาบางรายพยายามที่จะพัฒนาโปรแกรมรูปแบบดังกล่าว คือการใช้ Real Time Video Stream ร่วมกับโปรแกรมมาแล้ว ประเด็นสำคัญก็คือว่าฟีเจอร์ดังกล่าว เป็นฟีเจอร์ที่ Apple ยังไม่อนุญาตให้ใช้อย่างเป็นทางการใน iPhone OS 3.0 ผู้พัฒนาที่จะใช้งานคุณสมบัตินี้จะต้องรอจนกว่า iPhone OS 3.1 ออกมาเสียก่อน ซึ่งทำให้ผู้พัฒนาโปรแกรม Yelp ดังกล่าวซ่อนการใช้งานนี้ให้ทำงานได้ต่อเมื่อ ต้องเขย่าเครื่องติดต่อกัน 3 ครั้ง เรียกว่าเป็นสูตรลับหรือ Easter Egg เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของ Apple ไม่แน่ว่าหลังจากนี้การซ่อนฟีเจอร์ลับไว้ ด้วยสูตรลับรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง อย่างบน บน ล่าง ล่าง ซ้าย ขวา ซ้าย ขวา A B A B Select Start อาจจะถูกนำมาใช้สำหรับโปรแกรมใน App Store กันเพิ่มขึ้นบ้างก็เป็นได้

163835-monocle2.jpg
หลังจาก Mac OS X 10.6 Snow Leopard ได้ออกมาให้ได้ทดลองใช้กันไปบ้างแล้ว ในหลายๆเว็บมีรายงานว่า Snow Leopard นั้นมีระบบแจ้งเตือน Malware ติดตั้งมาภายในตัวด้วย โดยจากรายงานเบื้องต้นพบว่ามี Trojan Horse สองตัวคือ OSX.RSPlug.A และ OSX.Iservice ที่เคยเป็นข่าวอยู่ก่อนหน้านี้ สามารถถูกตรวจพบได้ และจะมีรายงานแจ้งเตือนผู้ใช้ เมื่อมีการเปิดไฟล์ติดตั้งโปรแกรม ที่มี Trojan ดังกล่าวแฝงตัวอยู่ภายใน
antimal-090826.png
สำหรับ Malware หรือ Trojan ดังกล่าวนั้น มักจะแฝงตัวมาพร้อมกับการโหลดซอฟท์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ ตามเว็บ Torrent ทั้งหลาย เช่นกรณีที่เกิดกับ Adobe CS4 และ iWork '09 เถื่อนเมื่อต้นปีที่ผ่านมา
AppleInsider รายงานว่า Apple กำลังปรับปรุงรูปแบบของ MacBook ใหม่ โดยจะมีการปรับปรุงทั้งรูปโฉมภายนอก และการสถาปัตยกรรมการวางโครงสร้างอุปกรณ์ภายในใหม่ โดยรุ่นใหม่ดังกล่าวจะออกมาหลายช่วงราคา และรุ่นถูกสุดจะเริ่มต้นที่ราคาต่ำกว่า 999 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 33,000 บาท) ซึ่งจะทำให้ Apple สามารถมีส่วนแบ่งในตลาดของ Notebook ราคาถูกเพิ่มขึ้นได้บ้าง

โดยแหล่งข่าวดังกล่าวระบุว่า สำหรับ MacBook รุ่นราคาถูกนั้นอาจจะใช้ CPU Core 2 Duo รุ่นก่อนๆหน้านี้ และตัดคุณสมบัติบางอย่างอย่างเช่น FireWire ออกไป เพื่อลดราคาให้ต่ำลงมา หรืออาจจะเป็น CPU ตระกูล Atom เพื่อลดราคาให้ต่ำลงมามากๆก็เป็นได้

ปัจจุบัน Apple ทำตลาดกับ MacBook ที่ใช้วัสดุเป็นพลาสติกสีขาวอยู่เพียงรุ่นเดียว หลายฝ่ายมองว่า MacBook รุ่นนี้ควรจะได้รับการออกแบบใหม่กันมานานแล้ว และในที่สุดเมื่อปีเดือนตุลาคม 2008 ก็มีการปรับ MacBook ไปใช้วัสดุอลูมิเนียมในขณะที่การออกแบบตัวเครื่องใช้เทคโนโลยี Unibody ในการผลิต อย่างไรก็ตามได้มีการปรับเปลี่ยน MacBook รุ่นดังกล่าว รีแบนด์ใหม่ให้อยู่ในกลุ่ม MacBook Pro และนำเอา MacBook สีขาวกลับมาทำตลาดภายใต้ชื่อ MacBook อีกครั้ง
รายงานจาก Bloomberg ระบุว่าประสิทธิภาพในการทำรายได้ของธุรกิจร้านค้าปลึกของ Apple หรือ Apple Store นั้นยังคงทำรายได้ให้กับ Apple อยู่ แม้ว่าในธุรกิจร้านค้าปลีกอื่นๆ จะมียอดขายลดต่ำลงในช่วงภาวะเศรษฐกิจซบเซา ข่าวรายงานว่าในช่วงหกเดือนแรกของปีที่ผ่านมา Apple มีรายได้จากธุรกิจค้าปลีกถึง 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้านั้นคิดเป็นร้อยละ 2.5 ในขณะที่ภาพรวมของธุรกิจค้าปลีกอื่นๆในสหรัฐ มีการอัตราการเติบโตลดลงอยู่ที่ร้อยละ 9.2

โดยร้าน Apple Store ที่ Fifth Avenue ซึ่งเป็นสาขาใหญ่ของเป็นสาขาที่ทำรายได้ให้สูงสุดถึง 350 ล้านเหรียญสหรัฐ
มหาวิทยาลัยอาริโซน่า แจก MacBook Pro จำนวน 500 เครื่องให้กับนึกศึกษาใหม่ในปีนี้ ซึ่งเป็นนักศึกษาในกลุ่มที่เรียกว่า "MacBook Scholars" โดยเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมสนับสนุนการศึกษา ซึ่งมีขึ้นปีนี้เป็นปีแรก

โดย MacBook Pro ที่แจกให้กับนักศึกษาจะเป็นรุ่นที่สั่งทำพิเศษ มูลค่าประมาณ 1,300 เหรียญสหรัฐ มีขนาดหน้าจอ 13" พร้อมกับ CPU ความเร็ว 2.0GHz และฮาร์ดดิสก์ความจุ 160GB โดยในเครื่องได้มีการติดตั้งโปรแกรมต่างๆ สำหรับใช้ในการเรียนการสอนไว้ให้ใช้งาน และ Logo ของ Apple ที่เป็นสีขาวก็สั่งทำเป็นสีแดง พร้อมทั้งมีเครื่องหมายของมหาวิทยาลัยบนฝาของตัวเครื่องด้วย นอกจากนั้นยังมีเครื่องพิมพ์ ,โปรแกรม iWork และ iPod touch ให้กับนักศึกษาด้วย !

MacScholarship.preview.jpg
MacBook7.preview.jpg

หลังจากลือกันมาพักนึงว่า Mac OS X 10.6 Snow Leopard ระบบปฎิบัติการรุ่นล่าสุดของ Apple จะออกมาก่อนกำหนดการณ์เดิมที่เคยประกาศไว้ว่าจะออกวางตลาดในช่วงเดือนกันยายน มาเป็นวันที่ 28 สิงหาคม ในที่สุดวันนี้ Apple ประกาศอย่างเป็นทางการแล้วเรียบร้อย ว่า Snow Leopard นั้นจะวางตลาดในวันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม ในร้านค้าของ Apple และร้านค้าตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตทุกแห่ง

นอกจากนี้ในร้านค้าปลึกออนไลน์ของ Apple เอง ก็ยังมีการเปิดรับซื้อล่วงหน้าแล้วด้วยเช่นกัน

สำหรับผู้ใช้ที่อัพเกรดจาก Mac OS X 10.5 Leopard นั้น Snow Leopard จะมีมูลค่า 29 เหรียญสหรัฐ และราคา 49 เหรียญสหรัฐ สำหรับการซื้อแบบชุด Family Pack ส่วนผู้ใช้งาน Mac OS X 10.4 Tiger หรือรุ่นก่อนหน้านั้น หากต้องการซื้อชุด Retail ก็สามารถซื้อชุด Box Set ซึ่งประกอบไปด้วย Mac OS X 10.6 Snow Leopard , iLife '09 และ iWork '09 ได้ในราคา 169 เหรียญสหรัฐ และราคา 229 เหรียญสหรัฐสำหรับชุด Family Pack ที่สามารถติดตั้งได้ 5 ชุด
promo_lead_snow_announce_20090824.jpg

วานก่อนที่ผ่านมา Apple ได้ทำจดหมายตอบกลับ FCC ในกรณีที่ทาง FCC มีหนังสือสอบสวนยื่นถาม Apple ต่อเรื่องที่ Apple ถอดโปรแกรม Google Voice และโปรแกรมที่ใช้ Google Voice ออกจาก App Store โดยคำตอบกลับนี้ Apple ได้ทำเป็นเอกสารเผยแพร่เป็นข่าวในแถลงข่าวของบริษัทด้วย

เนื้อหาในจดหมายดังกล่าวนี้เริ่มต้นด้วยปูมหลังของ App Store และ iPhone โดย Apple ระบุว่าปัจจุบัน App Store มีโปรแกรมให้บริการกว่า 65,000 โปรแกรม มีผู้ดาว์นโหลดกว่า 1.5 พันล้านครั้ง ซึ่งทำให้บริษัทอื่น (เช่น Nokia, Microsoft , RIM , Palm หรือแม้แต่ Verizon) หาทางที่จะสร้าง platform ของตัวเอง และ Application Store ของตัวเองบ้าง

และสำหรับขั้นตอนในการตรวจสอบโปรแกรมของ App Store นั้นเน้นไปที่การให้ความสำคัญกับการ "ปกป้องความเป็นส่วนตัวของลูกค้า, ป้องกันเด็กและเยาวชนจากเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม, และหลีกเลี่ยงโปรแกรมที่จะมีผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของระบบ" และหลายโปรแกรมที่ถูกปฎิเสธจาก App Store มีผลมาจากข้อบกพร่องต่างๆ โดยกระบวนการตรวจสอบจะมีการตรวจสอบและแจ้งผลการทดสอบ ให้กับนักพัฒนาเพื่อนำไปแก้ไข และนำกลับมาตรวจสอบใหม่อีกในครั้งต่อไปหลังจากแก้ไขแล้ว

ส่วนประเด็นคำถามต่างๆที่ FCC ทำหนังสือสอบถามมานั้น โดยสรุปแล้ว Apple แจงว่าอันดับแรกนั้น เรื่องต่างๆ ไม่เป็นไปตามที่เป็นข่าวกันอยู่ช่วงที่ผ่านมา Apple ไม่ได้ปฎิเสธโปรแกรม Google Voice และยังทำการศึกษามันอยู่ แต่โปรแกรมนั้นยังไม่ได้รับการอนุมัติ เพราะว่าในขั้นตอนที่ส่งโปรแกรมเข้ามาตรวจสอบนั้น พบว่าการทำงานของโปรแกรมดังกล่าว ทับซ้อนกับคุณสมบัติการใช้งานพื้นฐานในการใช้งานโทรศัพย์ของระบบ ทั้งเรื่องของ Telephone Call , Text messaging และ Voicemail ซึ่งระบบได้จัดเตรียมไว้ให้แล้ว

นอกจากนี้ Apple ได้ชี้แจงว่า Google Voice ไม่ใช้งานฟังก์ชันพื้นฐานในส่วนของ Visual Voicemail และ Messaging พร้อมกันนั้นยังได้ทำการเปลี่ยนเส้นทางการใช้งานทั้ง Voicemail และ Text Messaging ไปยังบริการของ Google เองโดยไม่ได้เก็บข้อมูลไว้ในระบบ ซึ่งเป็นการ Block การทำงานพื้นฐานของระบบ และยังทำการอัพโหลดข้อมูล Contact list ไปยังเซิร์ฟเวอร์ของ Google ซึ่งไม่มีอะไรรับประกันได้ว่าข้อมูลดังกล่าว จะถูกใช้อย่างไรบ้าง ซึ่ง Apple ยืนยันว่าถึงตอนนี้ Apple ก็ยังศึกษาอยู่ว่า Google Voice นั้นจะมีผลกระทบอะไรกับการใช้งานของ iPhone บ้าง
เว็บ iLounge รายงานโดยอ้างอิงข้อความจากเว็บบอร์ด WeiPhone ซึ่งเป็นภาษาจีนระบุว่า iPhone 3GS นั้นสามารถเล่นไฟล์วีดีโอความละเอียดสูง ทั้งแบบ HD 720p และ HD 1080p ได้ โดยการทดสอบนั้นได้ทำจากการส่งข้อมูลไฟล์วีดีโอแบบ HD ขนาดความจุต่างๆ เข้าเครื่องผ่านโปรแกรม FileAid และใช้โปรแกรมดังกล่าวเล่นไฟล์วีดีโอที่ส่งเข้าไป

ผลการทดลองพบว่า iPhone 3GS นั้นมีความสามารถเพียงพอที่จะเล่นไฟล์วีดีโอความละเอียดสูงแบบ HD เข้ารหัสแบบ H.264 มีอัตราข้อมูลสูงกว่า 30Mbps ได้ถึงขนาดความละเอียด 1980x1080 จุดเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตามความละเอียดดังกล่าวหากเป็นการดูภายในเครื่อง iPhone 3GS เองก็จะไม่เห็นผลความแตกต่างอะไร เนื่องจากข้อจำกัดของหน้าจอการแสดงผลที่มีความละเอียดเพียง 480x320 จุดเท่านั้น และถึงแม้จะใช้สายต่อจอเพื่อแสดงผลภายนอก ก็ยังถูกจำกัดไว้ที่ความละเอียดเพียง 640x480 จุด และอัตราการส่งข้อมูลที่มาตรฐาน 1.5Mbps เท่านั้น ทั้งนี้ผลการทดสอบดังกล่าวยังไม่ได้วัดความแตกต่างในเรื่องของความร้อน และการใช้พลังงานระหว่างการเล่นวีดีโอแบบ HD

ก่อนหน้านี้ในช่วงเดือนเมษา เคยมีข่าวลือว่า Apple จะออกสาย AV ใหม่รองรับการเล่นไฟล์วีดีโอแบบ HD ออกมา แต่ก็ยังไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ ที่จะเป็นไปตามข่าวลือดังกล่าว
ก่อนหน้านี้เราเคยเสนอข่าวที่ว่า ระหว่าง Apple และ Google ในช่วงก่อนหน้านี้นั้น ได้มีข้อตกลงระหว่างกันของทีมบริหารทรัพยากรบุคคล ว่าจะไม่มีการดึงตัวทีมงานระหว่างบริษัทของกันและกัน ล่าสุดรายงานจาก Bloomberg ระบุว่าเมื่อช่วงเดือนสิงหาคมปี 2007 นั้น Steve Jobs ซึ่งดำรงตำแหน่ง CEO ของ Apple ได้เคยยื่นข้อเสนอ ในการทำข้อตกลงลักษณะดังกล่าว กับ Ed Colligan ซึ่งดำรงตำแหน่ง CEO ของ Palm อยู่ในขณะนั้น ปัจจุบันนั้น Colligan ออกจากตำแหน่ง CEO แล้ว โดย CEO คนปัจจุบันของ Palm คือ Rubinstein ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งบริหารใน Apple มาก่อน

ซึ่งในช่วงดังกล่าวนั้นเป็นช่วงหลังจากที่ Apple ออก iPhone รุ่นแรกมาได้ประมาณ 2 เดือน และ Palm ได้จ้าง Jon Rubinstein ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งบริหารใน Apple ไปพัฒนามือถือรุ่นใหม่ และเริ่มมีกระแสว่า Rubinstein ดึงทีมงานจาก Apple ไปทำงานที่ Palm ด้วย ซึ่ง Steve Jobs ได้แสดงความกังวลต่อประเด็นดังกล่าว และทำข้อเสนอไปยัง Colligan แต่ก็ได้รับการปฎิเสธจาก Colligan โดยเขาระบุว่าข้อตกลงดังกล่าว ดูเหมือนจะขัดกับกฎหมาย

ปัจจุบันสถานะการแข่งกันกันระหว่าง Palm และ Apple มีมากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากที่ Palm Pre ซึ่งถูกวางไว้ว่าเป็น iPhone Killer ได้ออกสู่ตลาด และอ้างว่าสามารถใช้งานร่วมกับ iTunes ได้เหมือน iPod โดยการปลอม USB ID ของอุปกรณ์ให้เป็นแบบเดียวกับ iPod กรณีนี้ จากนั้น Apple ออก iTunes รุ่นอัพเดตออกมา ป้องกันวิธีการดังกล่าว และ Palm ก็ได้ออกอัพเดตตามมาเพื่อแก้ไขอีก กรณีขัดขากันระหว่าง Palm และ Apple คงจะยังมีให้เห็นอีกหลายกรณีต่อไปในอนาคต ทั้งนี้รายงานผลการสำรวจความพึงพอใจจากผู้ใช้ iPhone 3GS และ Palm Pre ระบุว่า ผู้ใช้ iPhone 3GS มีความพึงพอใจต่อผลิตภัณฑ์มากกว่า
Apple ปล่อยตัวอัพเดตสำหรับแก้ปัญหาเสียงน่ารำคาญที่เกิดขึ้นกับ Hard Drive ใน MacBook Pro บางรุ่นออกมาแล้วเมื่อวานนี้ โดยรุ่นที่มีผลกระทบจากปัญหาดังกล่าวคือรุ่นที่ใช้ Hard Drive ขนาดความจุ 500GB ความเร็ว 7200 รอบต่อวินาที (MacBook Pro June 2009) สามารถโหลดตัวอัพเดตได้จากลิงค์ Hard Drive Firmware Update 2.0 (ขนาด 3.71MB) และเมนู Software Update

ในวันเดียวกันยังได้ออกตัวเฟิร์มแวร์อัพเดต สำหรับแก้ไขข้อบกพร่องในส่วนของ Bluetooth ออกมาด้วย โดยการอัพเดตนี้จะมีผลกับเครื่อง Mac ที่ใช้ซิปเซ็ต Bluetooth ของ Broadcom จะช่วยแก้ไขข้อบกพร่องบางอย่าง กับการใช้งานร่วมกับ Apple Wireless Mighty Mouse และ Apple Wireless Keyboard ให้ใช้งานได้ดีขึ้น สามารถโหลดตัวอัพเดตได้จากลิงค์ Bluetooth Firmware Update 2.0.1 (ขนาด 1.78MB) และเมนู Software Update
เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา Apple ได้ออกตัวอัพเดตสำหรับ iPhoto '09 รุ่น 8.1 ออกมา โดยได้เพิ่มความสามารถในการพิมพ์ รูปแบบเพิ่มเติมเข้ามา โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

  • Hardcover books can now be ordered in a new extra-large (10″ x13″) size
  • Includes three new book themes with travel-oriented designs: Tropical, Asian, Old World
  • A variety of new holiday greeting cards themes are now available

สำหรับตัวอัพเดตนั้นสามารถอัพเดตได้จากโปรแกรม Software Update หรือโหลดได้จากลิงค์ iPhoto 8.1 (ขนาด 160.4MB)
Mac Rumors รายงานจากหน่วยงานสำรวจความพึงพอใจสองสำนัก ที่จัดทำการสำรวจขึ้นในเดือนสิงหาคม พบว่า iPhone 3GS ได้รับคะแนนความพึงพอใจจากผู้ใช้งานมากกว่า Palm Pre มือถือไฮเทคจากค่าย Palm ที่ถูกจัดวางไว้ว่าจะเป็นผู้โค่น iPhone จากบรรดาเซียนเทพทั้งหลายมากนาน ตั้งแต่ Palm เริ่มปล่อยข่าวออกมา อย่างไรก็ตามหลังจากที่ผลิตภัณฑ์ตัวจริงออกสู่ตลาดเป็นที่เรียบร้อย ผลสำรวจความพึงพอใจของผู้ใช้งาน กลับสะท้อนความคิดเห็นในทางตรงกันข้าม

โดย iPhone 3GS นั้นได้รับคะแนนความพึงพอใจอยู่ที่ร้อยละ 82 ในขณะที่ Palm Pre นั้นได้รับคะแนนความพึงพอใจอยู่ที่ร้อยละ 45 และในแง่ของความคาดหวัง iPhone 3GS ได้รับคะแนนว่าให้มากกว่าที่ผู้ใช้คาดหวังถึงร้อยละ 38 ในขณะที่ Palm Pre นั้นได้เพียงร้ยอละ 18 เท่านั้น ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะตำแหน่ง iPhone Killer ที่บรรดาเซียนเทพทั้งหลายช่วยกันสร้างกระแสมากมายก่อนหน้านี้ เมื่อความคาดหวังมาก แต่ทำได้ไม่เป็นอย่างที่คิดก็ย่อมได้รับความพอใจลดลงไปตามระเบียบ

iPhone 3GS ครองอันดับหนึ่งยอดขายในญี่ปุ่น

ประเทศญี่ปุ่นซึ่งถือว่าเป็นเจ้าแห่งเทคโนโลยีการสื่อสารประเทศนึง มีมือถือออกมากันแทบจะไม่เว้นแต่ละสัปดาห์ ถือว่าเป็นตลาดที่ท้าทายมากตลาดหนึ่ง ก่อนหน้านี้เคยมีกระแสข่าวว่าตลาดญี่ปุ่นไม่ค่อยตอบรับ iPhone เท่าไรนัก (ในข่าวใช้คำว่าเกลียดเลยทีเดียว) อย่างไรก็ตามในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา MobileCrunch ระบุรายงานจากหน่วยงานวิจัยทางการตลาดของญี่ปุ่นแห่งหนึ่งรายงานว่า iPhone ได้รับความนิยมครองยอดขายอันดับหนึ่งในช่วงเดือนที่ผ่านมา โดยตารางอันดับมีดังต่อไปนี้

  1. Apple iPhone 3GS 32 GB
  2. Sharp SH-06A
  3. Panasonic 830P
  4. Sharp SH-05A
  5. NEC N-08A
  6. Sony Ericsson Walkman Phone Premier3
  7. Sharp SH-02A
  8. Casio W63CA
  9. Apple iPhone 3GS 16 GB
  10. Sharp SH001
ไม่เพียงแต่ iPhone 3GS ขนาดความจุ 32GB ที่ครองยอดขายอันดับหนึ่งเท่านั้น แต่ iPhone 3GS ขนาดความจุ 16GB ก็รั้งอันดับ 9 ติดตาราง Top 10 กับเขาด้วยเหมือนกัน
รายงานจาก NPD หน่วยงานวิจัยทางการตลาดระบุว่าในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2009 iTunes Store ขึ้นแท่นครองแชมป์เป็นร้านค้าปลีกเพลงอันดับ 1 ของสหรัฐแล้วเรียบร้อย โดยมีส่วนแบ่งตลาดถึงร้อยละ 26 ในขณะที่เมื่อปี 2008 นั้นมีส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 21 และร้อยละ 14 ในปี 2007 ตามลำดับ สำหรับอันดับสองได้แก่ Walmart มีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ร้อยละ 14 และอันดับสามได้แก่ Best Buy

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นผลจากการที่อุตสาหกรรมเพลงในสหรัฐได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบ จากการขายแผ่น CD มาเป็นการดาว์นโหลดที่เพิ่มขึ้น  โดยปัจจุบันการขายผ่านช่องทางดิจิตอลนั้นมีส่วนแบ่งตลาดถึงร้อยละ 35 เลยทีเดียว เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 30 ในปี 2008 และร้อยละ 20 ในปี 2007 จากแนวโน้มดังกล่าว NPD คาดว่าภายในปี 2010 สัดส่วนระหว่างการขายแผ่น CD และการขายผ่านช่องทางดิจิตอลจะเท่ากันครึ่งต่อครึ่ง

และหากพิจารณาเฉพาะตลาดช่องทางการขายแบบดิจิตอลเพียงอย่างเดียวแล้ว iTunes Store ก็ยังคงครองอันดับหนึ่งโดยมีส่วนแบ่งตลาดในช่วงครึ่งปี 2009 อยู่ที่ร้อยละ 69 ส่วนอันดับสองได้แก่ Amazon มีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ร้อยละ 8 สำหรับ iTunes Store นั้นขึ้นแท่นอันดับ 1 ตลาดเพลงดิจิตอลในสหรัฐอเมริกามาตั้งแต่ปี 2003

สำหรับประเทศไทยแม้จะยังไม่มี iTunes Store เปิดให้บริการ แต่จากข้อมูลของทาง GMM Grammy ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่อันดับหนึ่งของประเทศ ก็ระบุว่าแนวโน้มตลาดในไทยก็เปลี่ยนจากช่องทางการขายแผ่น CD แบบเก่ามาเป็นดิจิตอลดาวน์โหลดมากขึ้นเช่นกัน ปัจจุบันค่ายเพลงเองก็ให้ความสำคัญกับช่องทางดิจิตอลมากกว่าการขายแผ่น CD แบบดั้งเดิมเรียบร้อยแล้ว
รายงานจาก All Things Digital ระบุว่า Apple กำหนดวันจัดงานแถลงข่าวไว้ตรงกับวันพุธที่ 9 กันยายนที่จะถึงนี้ ที่ San Francisco โดยงานแถลงข่าวจะจัดที่ Yerba Buena Center for the Arts ซึ่งเคยใช้จัดงานแถลงข่าวครั้งก่อนๆที่ผ่านมา โดยจะเน้นไปที่การอัพเดต iPod และ iTunes ส่วนสิ่งที่คาดว่าจะเป็น Apple Tablet นั้นแหล่งข่าวยืนยันว่าจะไม่มีการการเปิดตัวใดๆ ในงานแถลงข่าวครั้งนี้แน่นอน

สำหรับผู้ที่จะนำเสนอ Keynote ในงานนั้น ยังไม่ชัดเจนว่าจะเป็น Steve Jobs หรือไม่ ถ้าหากว่าเป็น Steve Jobs ก็นับว่าเป็นการกล่าว Keynote ครั้งแรกของเขานับตั้งแต่แถลงข่าวเรื่องการลางานเพื่อรักษาปัญหาสุขภาพเมื่อปลายปีที่ผ่านมา

สัปดาห์ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวลือว่างานแถลงข่าวจะจัดขึ้นในวันที่ 7 กันยายน อย่างไรก็ตามกำหนดเวลาในครั้งนี้ก็ดูเหมือนจะยังไม่ยืนยัน แต่เป็นกระแสข่าวที่ค่อนข้างมีความชัดเจนมากกว่าในครั้งก่อน
เป็นภาพจากรายงานของ MacRumors ระบุว่ามาจากแหล่งข่าวที่อ้างว่าภาพต่อไปนี้ เป็น Retail Package ของ Mac OS X 10.6 Snow Leopard โดยในภาพเป็นกล่องภาษาโปรตุเกส ดูเหมือนว่ากระบวนการผลิต Snow Leopard นั้นน่าจะพร้อมแล้วสำหรับการออกจำหน่าย แต่จะเป็น build ไหนกันแน่สำหรับ Snow Leopard รุ่นแรกที่จะออกวางตลาด จะเป็น build 10A432 เหมือนอย่างที่ลือกันหรือไม่ คงต้องรอติดตามกันอีกที ภาพแรกเป็นภาพหน้ากล่องโดยเป็นภาพเสือหิมะภาพเดิมที่เห็นกันมาพักใหญ่ๆแล้ว และเป็นภาพเดียวกับในชุด Wall Paper ใหม่ในรุ่นนี้ พร้อมทั้งข้อความว่า "The world's most advance operating system. Perfectly optimized"

211932-img0015copy_500.jpg

เป็นภาพชุด พร้อมทั้งคลิปวีดีโอ ที่อ้างว่าเป็นภาพของ iPod touch รุ่นใหม่ โดยตัวเครื่องมีกล้องอยู่ข้างหลัง พร้อมกันนั้นยังมีรูเล็กๆ ที่คาดว่าจะเป็นช่องไมค์ในตัวอยู่ด้วย คาดว่าจะเปิดตัวในงานที่จะจัดขึ้นในต้นเดือนกันยายนที่จะถึงนี้

ภาพต้นตอมาจากเว็บ blog ที่ชื่อว่า The Covino & Rich Show โพสต์ภาพที่อ้างว่าเป็น iPod touch รุ่นใหม่ โดยระบุว่าเป็นเครื่องที่ใช้ในการทดสอบ "ความทนทาน" สภาพเครื่องจึงมีรอยขูดขีดพอได้โดยทั่วไป โดยมีตัวเลขระบุบนเครื่องว่าเป็นปี 2009 และมีการเปรียบเทียบกับเครื่องรุ่นปี 2008 ให้ดู ผู้ส่งภาพมาอ้างว่าทำงานกับ Apple และตัวเครื่องมาจากฝ่ายที่ทำงานด้านอะไหล่ จากภาพดูเหมือนจะเป็นไปในแนวทางเดียวกันกับข่าวต่างๆของ iPod touch รุ่นใหม่ที่ออกมาก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตามเรายังให้น้ำหนักของภาพดังกล่าวเป็นเพียงแค่ข่าวลือ (ภาพทั้งหมดคลิกดูได้ที่ Link ของ Blog ข้างต้น)

3821327676_3235797d8f.jpg

Wall Street Journal รายงานว่าในวันอังคารที่ 18 สิงหาคม ที่จะถึงนี้คณะกรรมการบริหารของ Apple จะประชุมกันเพื่อแต่งตั้ง ผู้ที่จะมานั่งเก้าอี้คณะกรรมการบริหารของ Apple ซึ่งว่างลงจากกรณีที่ Eric Schmidt ได้ลาออกไปเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา 

WSJ อ้างแหล่งข่าวใกล้ชิดกับ Apple ระบุว่า Tim Cook ซึ่งดำรงตำแหน่ง Chief Operation Officer ใน Apple ซึ่งเคยรักษาการณ์แทน Steve Jobs ในช่วง 6 ที่เขาลาป่วย อาจจะได้รับการแต่งตั้งให้นั่งเก้าอี้บริหารดังกล่าว อย่างไรก็ตามต้องรอดูผลจากการประชุมคณะกรรมการบริหาร ในวันอังคารหน้าที่จะถึงนี้ก่อน

ก่อนหน้านี้ Tim Cook เคยถูกจับตามองว่าจะเป็นผู้ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่ง CEO แทน Steve Jobs ในอนาคต
เว็บ MediaMemo รายงานอ้างแหล่งข่าวจากวงการเพลง ระบุว่า Apple กำลังวางแผนที่จะจัดงานแถลงข่าวผลิตภัณฑ์ใหม่ในวันที่ 7 กันยายนที่จะถึงนี้ โดยจะมีการเปิดตัวถึงโปรเจค "Cocktail" ซึ่งจะทำอัลบั้มเพลงที่ขายใน iTunes เป็นแบบ Enhance Album และในงานเดียวกันก็จะมีการเปิดตัว iPod รวมถึง iPod touch รุ่นใหม่ๆด้วย

ก่อนหน้านี้มีข่าวลือว่า iPod touch และ iPod nano รุ่นใหม่จะมีกล้องภายใน และสำหรับ iPod touch อาจจะมีไมโครโฟนในตัวเพิ่มเข้ามาด้วย นอกจากนั้นยังมีข่าวลือว่า iTunes 9 รุ่นใหม่จะสนับสนุนการใช้งาน Blu-ray , มีการจัดการโปรแกรม iPhone และมีการทำงานร่วมกับเว็บ Social Network อย่างเช่น Last.fm และสำหรับผลิตภัณฑ์ที่เป็นกระแสข่าวลืออย่างต่อเนื่องในตอนนี้อย่าง Tablet นั้น เว็บ The Loop อ้างแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ว่าจะยังไม่มีการเปิดตัวในงานดังกล่าว

ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา Apple ใช้งานแถลงข่าวในช่วงเดือนกันยายน ซึ่งเป็นช่วงก่อนหน้าเทศกาลวันหยุด ซึ่งถือว่าเป็นฤดูจับจ่ายในประเทศสหรัฐ ในการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ iPod รุ่นต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง จนแทบจะกลายเป็นประเพณีไปแล้ว อีกทั้งผู้บริหารระดับสูงของ Apple อย่าง Phil Schiller เองก็เคยระบุไว้ว่าช่วงดังกล่าวเป็นช่วงของผลิตภัณฑ์กลุ่ม iPod ว่าแล้วมาย้อนอดีตกันหน่อยว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เดือนกันยายน มีผลิตภัณฑ์อะไรของ Apple ออกมาแถลงข่าวกันบ้าง
กระแสข่าวลือเรื่อง Apple Tablet ยังคงมีออกมาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะๆ Gizmodo รายงานอ้างว่ามีแหล่งข่าวที่เชื่อได้ว่ามีข้อมูลของผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ระบุว่าเจ้าอุปกรณ์ตัวนี้จะมีขนาดหน้าจอ 10" รูปร่างหน้าตาเหมือนกับ iPhone ขนาดใหญ่ มีปุ่ม Home Button และมีวัสดุภายนอกเป็นพลาสติกสีดำ 

โดยจะมีออกมาสองรุ่น โดยรุ่นหนึ่งจะมีกล้อง Webcam ในตัว ในขณะที่อีกรุ่นหนึ่งที่ระบุว่าเป็นผลิตภัณฑ์ "เพื่อการศึกษา" จะไม่มีกล้องภายใน ราคาจะอยู่ในช่วง 700-900 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 23,000 - 30,500 บาท) และจะสามารถใช้เป็นหน้าจอแสดงผลจอเพิ่มเติม รวมทั้งเป็นอุปกรณ์ป้อนข้อมูลแบบ Touch screen ใช้กับเครื่อง Mac ได้อีกด้วย อาจจะวางขายในช่วงปลายปีนี้

ในขณะที่แหล่งข่าวของ AppleInsider ระบุว่าอุปกรณ์ดังกล่าวจะใช้ชิป ARM ซึ่งพัฒนาขึ้นโดยทีมงาน P.A. Semi แต่แหล่งข่าวของ AppleInsider บอกว่ามันจะยังไม่วางขายในปีนี้แต่จะเป็นช่วงต้นปี 2010 ซึ่งก็เป็นการยืนยันข่าวลือก่อนหน้านี้ที่ทาง AppleInsider เคยนำเสนอไว้ แต่ก็มีแหล่งข่าวอื่นระบุว่ามันจะมีขนาดประมาณ 8" - 10" เป็นจอแบบ OLED ใช้ ARM Cortex-A9 

นอกจากนี้ใน Forum ของ MacRumors ยังมีผู้โพสต์ VDO Clip ที่อ้างว่าเป็นหน้าจอระบบปฎิบัติการของเครื่องดังกล่าวอีกด้วย อย่างไรก็ตามทุกอย่างยังคงเป็นเพียงแค่ข่าวลืออยู่ ต้องรอติดตามกันต่อไปว่าอุปกรณ์ที่จะออกมาจริงๆจะเป็นอย่างไร สำหรับภาพต่อไปนี้ เป็นภาพจำลองที่มีการสร้างกันขึ้นมาเอง ของ Gizmodo

500x_apple-tablet-big_01.jpg
หลังจากที่ Apple ได้ปล่อย Mac OS X 10.6 Snow Leopard รุ่นทดสอบตัวล่าสุด build 10A342 ออกมาให้กับนักพัฒนา ซึ่งคาดกันว่า build นี้จะเป็นตัวล่าสุดแล้วที่จะออกมาเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับจำหน่าย ตอนนี้ก็ได้มีข้อมูลเพิ่มเติมทะยอยกันออกมาเรื่อยๆ ข้อมูลแรกจาก Gear Live ระบุว่า Icon สำหรับตอนติดตั้งโปรแกรมนั้น ได้เปลี่ยนจากภาพ "กาแลกซี" เดิมที่เคยใช้ใน Leopard มาใช้เป็นภาพของ "Snow Leopard" ซึ่งดูเหมือนเป็นภาพเดียวกับในชุด Wallpaper ใหม่ที่ปรากฎออกมาก่อนหน้านี้ ทำให้มีการคาดการกันว่าภาพดังกล่าวจะเป็นภาพที่จะถูกพิมพ์ลงในแผ่น DVD สำหรับติดตั้งระบบตัวจริงที่จะออกมาหลังจากนี้
104925-10a432_install_icon.jpg
Apple ได้ปล่อย Mac OS X 10.6 Snow Leopard ตัวล่าสุดซึ่งเป็น build 10A432 ให้กับนักพัฒนาแล้ว โดยก่อนหน้านี้ไม่กี่วันได้มีกระแสข่าวของ build ดังกล่าวออกมาว่ามันจะเป็น build สุดท้ายที่อยู่ในสถานะ Golden Master ที่พร้อมจะส่งไปเข้าสายการผลิต เพื่อทำออกมาเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับวางจำหน่ายในขั้นตอนต่อมา สำหรับ Snow Leopard Server นั้นมีเลข build ที่มากกว่ารุ่น Desktop เล็กน้อย​ โดยเป็น build 10A433 โดยจะมี QuickTime 7 ตัวล่าสุดรุ่น 7.6.4 ติดตั้งมาด้วย

Snow Leopard นั้นเป็นระบบปฎิบัติการ Mac OS X รุ่นใหม่ ซึ่ง Apple ระบุว่าใน Snow Leopard นี้จะไม่เน้นไปที่การเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ แต่จะมุ่งเน้นไปที่การปรับปรุงโครงสร้างระบบภายใน โดยมีการประกาสไว้ในงาน WWDC 09 ว่า Snow Leopard จะวางตลาดในช่วงเดือนกันยายน อย่างไรก็ตามมีกระแสข่าวลือว่า Snow Leopard จะวางตลาดในวันที่ 28 สิงหาคมที่จะถึงนี้
เป็น Security Update สำหรับ Mac OS X 10.4 Tiger และ Mac OS X 10.5 Leopard เพื่อป้องกันช่องโหว่ในด้านความปลอดภัยของโปรแกรม BIND ซึ่งเครื่องมือส่วนหนึ่งของระบบ Unix ที่เป็นพื้นฐานของระบบ ที่ใช้ทำงานกับระบบ DNS โดยการอัพเดตนี้มีทั้งสำหรับรุ่น Desktop และ Server โดยรายละเอียดของตัวอัพเดตนี้นั้นสามารถอ่านได้จากเอกสารสนับสนุนการใช้งาน ส่วนรายละเอียดของช่องโหว่ DNS ข้างต้นนั้นสามารถดูได้จาก ISC โดยระบบที่มีพื้นฐานจาก Unix และใช้ BIND9 เป็นส่วนหนึ่งของระบบจะได้รับผลกระทบจากช่องโหว่นี้ สามารถอัพเดตได้จากโปรแกรม Software Update หรือจาก Link ต่อไปนี้

รายงานจาก Gartner หน่วยงานวิจัยการตลาด ชี้ให้เห็นภาพรวมของตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2009 สำหรับ Apple นั้นยังไม่ติดอยู่ใน 5 อันดับสูงสุด ของผู้ผลิตโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั่วโลก แต่ถ้าดูเฉพาะในส่วนของโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบ Smart phone นั้น Apple อยู่ในอันดับ 3 โดยมีส่วนแบ่งตลาดถึงร้อยละ 13.3 โดยส่วนแบ่งตลาดของ Apple นั้นเพิ่มขึ้นจากไตรมาสแรกร้อยละ 10.8 คิดเป็นร้อยละ 2.8 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีที่ผ่านมา

121423-gartner_smartphone_2Q09.png
ทั้งนี้สาเหตุที่ส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นในปีนี้อาจจะมาจากการที่ว่าในปี 2008 นั้น iPhone 3G วางตลาดในเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นไตรมาสที่ 3 ยอดขายในไตรมาสที่ 2 ปี 2008 ค่อนข้างนิ่ง เพราะหลายฝ่ายรอการวางตลาดของ iPhone รุ่นใหม่ ในขณะที่ในปี 2009 นี้ iPhone 3GS วางตลาดในเดือนมิถุนายน ทำให้มียอดขายในไตรมาสที่ 2 เพิ่มมากขึ้น นอกจากนั้นในช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ก่อนการวางตลาด iPhone 3GS นั้น Apple ได้ทำการกระตุ้นตลาดของ iPhone 3G โดยลดราคาลงมาอยู่ที่ 99 เหรียญสหรัฐ
Phil Schiller ผู้บริหารระดับสูงของ Apple ส่งจดหมายชี้แจงให้กับ Steven Frank หนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัท Panic ซึ่งพัฒนาโปรแกรมใน Mac OS X อย่าง Coda , Transmit และ Unison หลังจากที่เจ้าตัวออกมาประกาศว่าจะคว่ำบาตร iPhone ของเขา หลังจากกรณีที่ลือกันว่า Apple ปฎิเสธโปรแกรมประเภท e-Book reader ทุกโปรแกรมไม่ให้เข้า App Store

ซึ่ง Phil Schiller ได้ชี้แจงว่ากรณีดังกล่าวนั้นไม่เป็นความจริง มีเพียงโปรแกรม e-Book โปรแกรมเดียวเท่านั้น ที่ถูกปฎิเสธจาก App Store อันเนื่องมาจากภายในโปรแกรมมีฟีเจอร์ ในการส่งตัว e-Book กันแบบ Peer-to-Peer ซึ่งมีแนวโน้มจะถูกนำไปใช้ในการละเมิดลิขสิทธิ์ได้ เพียงกรณีเดียวเท่านั้น โปรแกรมอื่นๆนอกเหนือจากนั้น ยังคงอยู่ในกระบวนการตามปกติ พร้อมกันนั้น Phil ยังได้ชี้แจงว่าปัญหาของกระบวนการตรวจสอบโปรแกรมเข้า App Store นั้นเป็นเรื่องที่ Apple ให้ความสำคัญ และกำลังแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นอยู่

สำหรับ Steven Frank นั้นไม่ได้เป็นผู้พัฒนาโปรแกรมสำหรับ iPhone แต่อย่างใด กรณีการประกาศคว่ำบาตรดังกล่าวเกิดขึ้นจากการที่เขาได้ติดตามข่าวคราวต่างๆ ของการร้องเรียนเรื่อง App Store จากแหล่งข่าวต่างๆเท่านั้น ก่อนหน้านี้ Phil Schiller ออกมาชี้แจงเรื่องแบบโปรแกรม Ninjawords มาแล้วครั้งหนึ่ง
รายงานจากคุณ ezy เพื่อนสมาชิกชาว freemac.net ระบุไว้ว่าเมื่อวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา Apple ได้ออกตัวอัพเดต firmware สำหรับ iPod nano 4th Generation (ตัวบางยาวๆรุ่นล่าสุด ณ ปัจจุบัน) รุ่น 1.0.4 ซึ่งแก้ปัญหาการแสดงผลภาษาไทยออกมาแล้ว หลังจากที่ตัวอัพเดต firmware 1.0.3 รุ่นก่อนหน้านั้น ซึ่งออกมาในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ได้แก้ไขและปรับปรุงหลายอย่าง แต่ทำให้การแสดงผลภาษาไทยมีปัญหา

โดยใน Read me ของตัว firmware 1.0.4 มีเขียนระบุไว้ว่า 

  • Fixed issue which resulted in some incorrect daylight savings date settings
  • Thai song information tags now display properly after syncing iPod nano in disk mode
  • Other minor bug fixes
การอัพเดตนั้นสามารถกดอัพเดตได้จากภายในโปรแกรม iTunes หลังจากเชื่อมต่อ iPod เข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์แล้ว
กระแสข่าวของ Snow Leopard เริ่มมีความเคลื่อนไหวอีกครั้ง หลังจากที่ build 10A421 ตัวล่าสุดก่อนหน้านี้ที่ Apple ปล่อยให้กับทางนักพัฒนาไปทดลองใช้งานกันก่อน ออกมาในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ตอนนี้มีข่าวลือว่าตัวอัพเดตใหม่ล่าสุดเป็น build 10A432 เสร็จเรียบร้อยแล้ว และได้ปล่อยให้กับนักพัฒนาบางส่วนนำไปทดสอบการใช้งานกันแล้ว (ยังไม่มีรายงานว่านักพัฒนาที่ลงทะเบียนโดยทั่วไปได้รับการแจกจ่าย build นี้) ขณะเดียวกันเว็บ Mac4Ever ได้รายงานว่า build นี้เป็นรุ่นล่าสุด ก่อนเป็น Golden Master ที่จะนำไปผลิตออกมาจำหน่าย

คำว่า Golden Master นั้นเป็นคำศัพท์ที่ใช้ในขั้นตอนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ Apple เริ่มใช้คำนี้ในการพัฒนาซอฟท์แวร์ตั้งแต่ปี 1988 เป็นสถานะของซอฟท์แวร์ที่ได้รับการพัฒนาจนถึงขั้นตอนสุดท้าย พร้อมที่จะส่งไปเข้าสายการผลิต เพื่อผลิตออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ออกจำหน่ายในที่สุด

ในงาน WWDC 2009 ที่ผ่านมา Apple ได้ประกาศว่า Mac OS X 10.6 Snow Leopard นั้นจะออกวางตลาดในช่วงเดือนกันยายน (แต่ไม่ได้ระบุวันที่วางตลาด) โดยราคาสำหรับการอัพเกรดจาก Mac OS X 10.5 Leopard นั้นอยู่ที่ 29 เหรียญสหรัฐ และ 49 เหรียญสหรัฐสำหรับชุด Family Pack ทั้งนี้ Snow Leopard จะเป็น Mac OS X รุ่นแรกที่ใช้งานได้บนเครื่องที่ใช้หน่วยประมวลผลของ Intel เท่านั้น และดูเหมือนว่านี่จะเป็นการสิ้นสุด Intel Transition ของ Apple อย่างแท้จริงเสียที
คืนวานที่ผ่านมา Apple ออกตัวอัพเดตของโปรแกรม Safari รุ่น 4.0.3 ผ่านทางโปรแกรม Software Update และในหน้าเว็บดาว์นโหลดของ Safari โดยตัวอัพเดตรุ่น 4.0.3 นี้มีการปรับปรุงและแก้ไขเรื่องความเสถียรและความปลอดภัย ส่วนประเด็นหลักๆที่มีการอัพเดตตามเอกสารแนบมีดังต่อไปนี้

  • Stability improvements for webpages that use the HTML 5 video tag
  • Fixes an issue that prevented some users from logging into iWork.com
  • Fixes an issue that could cause web content to be displayed in greyscale instead of color
สำหรับรายละเอียดของการอัพเดต เกี่ยวกับความปลอดภัยนั้นสามารถอ่านได้ที่เอกสารสนับสนุนการใช้งาน
ข่าวเล็กๆ ของโปรแกรมสำหรับ iPhone โปรแกรมหนึ่งใน App Store แต่มีประเด็นต่อเนื่องเกี่ยวกับเรื่องของการปฎิเสธโปรแกรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับ App Store ที่มีบางฝ่ายมองว่า Apple ใช้อำนาจการควบคุมมากเกินไป

สำหรับโปรแกรม Offender Locator ที่ถูกถอดออกจาก App Store ครั้งก่อนนั้น Apple ให้เหตุผลว่าตามกฎหมายของรัฐแคลิฟอร์เนียไม่อนุญาตให้นำข้อมูลสาธารณะใดๆ ไปใช้หาประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ หลังจากที่ถูกถอดออกจาก App Store ไปเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ล่าสุดโปรแกรมดังกล่าวกลับเข้ามายัง App Store อีกครั้ง โดยโปรแกรมรุ่นอัพเดตใหม่ที่ออกมา จะไม่มีข้อมูลของรัฐแคลิฟอร์เนียอยู่ด้วย

กรณีนี้ปัญหาอยู่ที่กฎหมายของแต่ละประเทศและแต่ละรัฐที่แตกต่างกันออกไป และข้อจำกัดทางกฎหมายบางอย่าง ซึ่งอาจจะส่งผลต่อบริษัทได้ ทำให้ Apple ไม่สามารถที่จะเพิกเฉยต่อสิ่งที่มีความเสี่ยงที่จะขัดกับข้อกฎหมายได้
มหากาพย์ iPhone 3GS ขนาดความจุ 8GB ที่ก่อนหน้านี้มีข้อมูลทั้งจากเอกสารภายใน และข้อมูลในเว็บไซต์ของ Rogers Wireless ค่ายมือถือแคนาดาที่เป็นคู่ค้ากับ Apple ได้ระบุถึง iPhone 3GS ขนาดความจุ 8GB โดยในเอกสารภายในได้ระบุว่าร้านค้าปลีกต้องเร่งเคลียร์ iPhone 3G ขนาดความจุ 8GB ออก จากนั้นจะมีการทำตลาด iPhone 3GS ขนาดความจุ 8GB แทนที่ และหลังจากนั้นไม่นานนัก ก็ได้มีการลงข้อมูล iPhone 3GS ขนาดความจุ 8GB ดังกล่าวในเว็บไซต์ของบริษัท อย่างไรก็ตามเรื่องทั้งหมดก็ได้ปิดฉากลงแบบง่ายๆ ไปเรียบร้อยแล้ว

เมื่อรายงานจาก Gizmodo ระบุว่าโฆษกของ Rogers Wireless ค่ายมือถือแคนาดา ได้ชี้แจงว่าเรื่องทั้งหมดเป็นข้อผิดพลาด ในการจัดทำเว็บไซต์ และจะแก้ไขให้ถูกต้องโดยเร็วที่สุด ซึ่งล่าสุดในเว็บดังกล่าวได้นำข้อมูลของ iPhone 3GS ขนาดความจุ 8GB ออกจากเว็บไปเรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตามความสงสัยต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ว่าเป็นความผิดพลาดจริงๆเช่นนั้นหรือ ยังมีให้พบเห็นอยู่พอสมควร
รายงานจาก TechCrunch ระบุว่าในช่วงที่ Eric Schmidt ดำรงตำแหน่งคณะกรรมการบริหารของ Apple อยู่นั้น ระหว่าง Apple และ Google มีข้อตกลงอย่างไม่เป็นทางการร่วมกัน ว่าจะไม่มีการดึงตัวทีมงานซึ่งกันและกัน อย่างไรก็ตามยังไม่มีรายงานเพิ่มเติมว่าข้อตกลงดังกล่าว จะยังมีผลต่อไปอีกหรือไม่ เมื่อ Eric Schmidt ได้ออกจากตำแหน่งคณะกรรมการบริหารดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้การลาออกและไปสมัครงานเองตามขั้นตอนปกตินั้น ไม่ถือเป็นการละเมิดข้อตกลงดังกล่าวแต่อย่างใด

สำหรับข้อตกลงในลักษณะนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ในวงการแต่อย่างใด มีหลายบริษัทที่เป็นคู่ค้า หรือทำงานร่วมกัน ที่แม้จะไม่มีข้อระบุอย่างเป็นทางการ แต่ก็ทราบกันดีว่าจะไม่มีการดึงตัวทีมงานระหว่างกัน แม้แต่ในบริษัทใหญ่ๆ ในบ้านเรา ที่เป็นคู่ค้ากันอยู่ก็มีกรณีเช่นนี้ที่หลายครั้งเรียกกันว่า "เป็นมารยาท" อยู่เหมือนกัน
ก่อนหน้านี้มีรายงานข่าวลือว่าจะมี iPhone 3GS ขนาดความจุ 8GB ออกมาทำตลาด โดยอ้างอิงเอกสารภายในของ Rogers Wireless ซึ่งเป็นคู่ค้าของ Apple ในแคนาดา วันนี้ข้อมูลในเว็บไซต์ของ Rogers Wireless ระบุว่า iPhone 3GS มีขนาดความจุ 8GB ขายแล้ว โดยระบุอยู่ในหน้ารายละเอียดของการเปรียบเทียบกันระหว่าง iPhone 3GS และ iPhone 3G โดยระบุว่า iPhone 3GS รุ่น 8GB มีทั้งสีขาวและสีดำ ภาพต่อไปนี้เป็นการจับภาพส่วนหนึ่งจากหน้าเว็บดังกล่าว จากภาพนั้น iPhone 3GS อยู่ข้างซ้าย และ iPhone 3G อยู่ข้างขวา

235220-rogers_iphone_comparison_500.png
นอกจากหน้าเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์แล้ว หากกดเข้าไปสั่งซื้อก็สามารถเลือกสั่งซื้อได้ด้วยเช่นกัน โดยสามารถเลือกได้ทั้งแบบที่มีแผนการใช้งานรายเดือน และแบบซื้อเครื่องเปล่าๆ เมื่อลองซื้อเครื่องเปล่า iPhone 3GS ขนาดความจุ 8GB ดู ก็จะพบว่าระบบแจ้งราคาว่าเครื่องเปล่าอยู่ที่ราคา 580 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 19,725 บาท)

อย่างไรก็ตามข้อมูล ณ ปัจจุบันยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าทาง Apple จะขาย iPhone 3GS ขนาดความจุ 8GB อย่างเป็นทางการจริงหรือไม่อย่างไร หรือว่าเป็นการลงข้อมูลที่ผิดพลาดในเว็บดังกล่าว รวมถึงหากมีขายจริงๆจะมีขายในทุกประเทศหรือไม่
ข่าวจาก Boy Genius Report อ้างว่ามีข้อมูลจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ระบุว่า iTunes 9 นั้นจะมีฟีเจอร์ใหม่หลายอย่าง โดยหนึ่งในนั้นคือจะรองรับการใช้งาน Blu-ray และจะสามารถจัดการกับโปรแกรมสำหรับ iPhone และ iPod touch ได้ดีขึ้น นอกจากนั้นยังจะรองรับการใช้งาน social network ต่างๆ อีกด้วย

สำหรับการรองรับ Blu-ray นั้นผู้ใช้ก็จะสามารถจัดเก็บข้อมูลจำนวนมากลงแผ่น Blu-ray ได้ ข่าวนี้ค่อนข้างเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับข่าวลือก่อนหน้านี้ที่ว่า iMac รุ่นใหม่จะมี Blu-ray ส่วนการจัดการโปรแกรม iPhone นั้นยังไม่มีรายละเอียดว่าจะออกมาเป็นแบบไหน แต่ปัจจุบันปัญหาของผู้ใช้งาน iPhone และ iPod touch ไม่ใช่ปัญหาไม่มีโปรแกรมเสริมใช้อีกต่อไปแล้ว แต่ปัญหาก็คือโปรแกรมเสริมจำนวนมาก ทำให้ยากต่อการใช้งาน ไม่ว่าจะทั้งในเครื่องตัวเอง และใน App Store ดูเหมือนว่า Apple เองก็กำลังหาทางจัดการกับปัญหาเหล่านี้อยู่

และประเด็นสุดท้ายในเรื่องของการสนับสนุนการใช้งาน social network ทั้งหลายนั้น อาจจะเป็นไปได้ว่าใน iTunes 9 จะเพิ่มความสามารถการใช้งานร่วมกับเว็บต่างๆอย่างเช่น Last.fm , Twitter , Facebook หรืออื่นๆเข้ามาด้วย เพื่อบอกให้เพื่อนของเรารู้ว่าเรากำลังฟังเพลงอะไรอยู่

คาดว่า iTunes 9 นั้นอาจจะออกมาในช่วงเดียวกันกับที่ผลิตภัณฑ์ iPod ออกรุ่นใหม่ออกมา ซึ่งน่าจะอยู่ในห้วงเดือนกันยายนที่จะถึงนี้
เว็บ Apple Insider รายงานอ้างว่า iMac รุ่นใหม่ที่จะออกต่อจากนี้ จะมีฟีเจอร์ใหม่ที่ "เด็ด" สองอย่าง อย่างไรก็ตามแหล่งข่าวปฎิเสธที่จะให้รายละเอียดอะไรเพิ่มเติมมากไปกว่านี้ มีเพียงคำใบ้เล็กน้อยเท่านั้นว่า ฟีเจอร์แรกจะเป็นสิ่งที่ผู้ใช้ Mac หลายคนรอคอย ส่วนอีกสิ่งนึงจะเป็นสิ่งที่ให้ความบันเทิงทางภาพและเสียง แบบกึ่งมืออาชีพ

หลายฝ่ายคาดกันว่าสิ่งหนึ่งนั้นจะเป็นการนำเทคโนโลยี Blu-Ray มาใช้งาน โดยก่อนหน้านี้ Steve Jobs เคยกล่าวว่าเทคโนโลยีดังกล่าวเป็น "bag of hurt" อันเนื่องมาจากค่าใช้จ่ายจำนวนมากที่ต้องจ่ายให้กับใบอนุญาตในการนำมาใช้งาน อย่างไรก็ตามในช่วงหลังได้มีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดของค่าใช้จ่ายดังกล่าวไปบ้างแล้ว อาจจะทำให้ Apple หันกลับมามองที่เทคโนโลยีดังกล่าวอีกครั้งก็เป็นได้ (ใน Final Cut Studio รุ่นใหม่นั้น สามารถที่จะเขียนแผ่น Blu-Ray ได้ด้วยเช่นกัน)

นอกจากนั้นยังมีการคาดคะเนกันว่า Apple จะปรับลดราคา iMac รุ่นใหม่ลงมาเช่นเดียวกับที่ลดราคาสายผลิตภัณฑ์ MacBook และ MacBook Pro ในงาน WWDC ที่พึ่งผ่านมาในปีนี้ สุดท้ายท้ายสุดของกระแสข่าวลือก็คือว่า Apple จะปรับรูปโฉมของ iMac ใหม่ และอาจจะออกมาคล้ายๆกับจอ LED Cinema Display 24" ตัวปัจจุบัน
มีข่าวคราวทิ้งท้ายของ Eric Schmidt ผู้บริหาร Google อดีตหนึ่งในคณะกรรมการบริหารของ Apple สดๆร้อนๆ ทั้งนี้ Eric Schmidt ลาออกจาคณะกรรมการบริหารของ Apple ไปเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยรายงานจาก BusinessWeek ระบุว่าในระหว่างที่ Eric ยังดำรงตำแหน่งคณะกรรมการบริหารอยู่นั้น เขาไม่ได้รับเงินเดือน หรือตัวเลือกในการเสนอหุ้นต่างตอบแทนทุกรูปแบบจากบริษัท มีเพียงสิ่งที่เรียกว่า "ของที่ระลึก" มูลค่า 7,500 เหรียญสหรัฐ และสินค้าของ Apple บางอย่างที่มีมูลค่ารวมประมาณ 8,700 เหรียญสหรัฐเท่านั้น เท่านั้นที่เขารับจาก Apple

สำหรับหุ้นของ Apple ที่เขาถืออยู่นั้นก็มาจากการซื้อจากตลาดหลักทรัพย์เอง โดยไม่ได้ใช้ตัวเลือกที่บริษัทเสนอให้ โดยในเดือนกันยายนปี 2006 เขาซื้อหุ้นของ Apple จำนวน 10,000 หุ้น คิดเป็นมูลค่าขณะนั้น 740,000 เหรียญสหรัฐ ปัจจุบันหุ้นดังกล่าวมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเกือบ 1.7 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นกำไรประมาณ 130% เลยทีเดียว

รายงานดังกล่าวอ้างข้อมูลจากเอกสารที่ Apple ยื่นต่อคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกา นอกจากนั้น ที่ Google เอง Eric Schmidt ก็รับเงินเดือนจากบริษัทเพียง 1 เหรียญสหรัฐต่อปีเท่านั้น เช่นเดียวกันกับที่ Steve Jobs รับเงินเดือนจาก Apple เพียง 1 เหรียญสหรัฐเท่านั้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีรายงานจากเว็บ Daring Fireball กล่าวถึงโปรแกรมสำหรับ iPhone ชื่อ Ninjawords Dictionary ซึ่งไม่เพียงแต่จะเป็นโปรแกรมที่ถูกกำหนดเกณฑ์อายุผู้ใช้งานไว้ที่ 17+ แต่ยังมีการเซนเซอร์คำบางคำออกจากฐานข้อมูลของโปรแกรมอีกด้วย ซึ่งก็เช่นเดียวกันกับหลายๆกรณีของการที่โปรแถมถูกถอด หรือถูกปฎิเสธจาก App Store ว่าจะต้องมีการออกมาเรียกร้องคำอธิบายจาก Apple

ในกรณีดังกล่าว Phil Schiller รองประธานอาวุโสสายงานการตลาดของ Apple ได้ออกมาให้รายละเอียดแล้วว่า ในช่วงแรกที่โปรแกรมดังกล่าวถูกส่งเข้ามาในช่วงเดือนพฤษภาคมนั้น ทีมงานตรวจสอบโปรแกรมของ App Store ได้พบว่าโปรแกรมดังกล่าว มีศัพท์แสลงหลายคำที่เป็นคำไม่เหมาะสมอยู่ในโปรแกรม และทีมงานได้แจ้งให้ผู้พัฒนาส่งโปรแกรมเข้ามาใหม่อีกครั้ง หลังจาก iPhone OS 3.0 ออกมา ซึ่งโปรแกรมจะถูกจัดเกณฑ์การใช้งานไว้ที่ 17+ และฟีเจอร์ Parental Control ใน iPhone OS 3.0 จะจัดการสิทธิการใช้งานในส่วนนี้ของเด็กและเยาวชนอีกครั้ง ปรากฎว่าแทนที่นักพัฒนาจะรอให้ iPhone OS 3.0 ออก (ซึ่งในขณะนั้นยังไม่มีกำหนดเวลาที่ชัดเจนออกมา) นักพัฒนาโปรแกรมดังกล่าวเลือกที่จะถอดคำบางคำดังกล่าวนั้น ออกจากโปรแกรมเอง ไม่ใช่ว่า Apple ไปเซ็นเซอร์คำเหล่านั้น
ไม่ใช่การตรวจสอบการใช้เครื่องเถื่อนเครื่องโจรนะครับ แต่ระบบตรวจสอบดังกล่าว เป็นการตรวจสอบการนำอุปกรณ์พกพาทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น iPod , iPod touch , iPhone หรืออื่นๆ ไปใช้งานในทำนองที่ไม่ถูกต้องกับที่การใช้งานพึงเป็น ก่อนหน้านี้นั้น Apple ได้บรรจุวงจรตรวจสอบของเหลวไว้ภายใน MacBook Pro , iPhone และ iPod มาแล้ว โดยวงจรดังกล่าวจะใช้สำหรับตรวจสอบโดยช่างหรือผู้เชี่ยวชาญของทาง Apple เพื่อดูว่าเครื่องที่มีปัญหานั้น เกิดจากการนำไปใช้งาน ที่ไม่เข้าข่ายการรับประกันหรือไม่

สิทธิบัตรชิ้นนี้คิดค้นขึ้นโดยวัตถุประสงค์เช่นเดียวกับการใช้งานในตัวอย่างข้างต้น ตัวสิทธิบัตรนี้มีชื่อหัวข้อว่า "Consumer Abuse Detection System and Method" ยื่นจดสิทธิบัตรเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2008 เป็นวิธีการในการตรวจการใช้งานอุปกรณ์อย่างไม่ถูกต้อง ซึ่งอาจจะไม่เข้าข่ายการรับประกันสินค้า

โดยระบบจะมีหน่วยความจำเก็บข้อมูล การใช้งานว่าเป็นการใช้งานแบบไหน เกิดขึ้นเมื่อไหร่ ซึ่งจะทำให้การตรวจสอบในภายหลังเมื่ออุปกรณ์มีปัญหา สามารถทำได้สะดวกขึ้น และนอกเหนือไปจากนั้นอาจจะมีการกำหนดไว้ให้อุปกรณ์หยุดทำงาน เมื่อพบการใช้งานที่จะก่อให้เกิดปัญหา เพื่อป้องกันหรือบรรเทาความเสียหายที่จะเกิดขึ้น กับอุปกรณ์นั้นๆได้

patent-2-090806.png
เว็บ TUAW รายงานว่าขณะนี้ Apple ปฎิเสธโปรแกรมประเภท e-Book ไม่ให้เข้าจำหน่ายใน App Store โดยระบุสาเหตุว่าเป็นเพราะ โปรแกรมจำพวกนี้มักจะนำเนื้อหาที่ตนเองไม่ได้เป็นเจ้าของสิทธิ์มาใช้งาน หรือแม้แต่นำมาจำหน่าย อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าตอนนี้ Apple จะยังไม่มีมาตรการอะไรออกมา ว่าจะจัดการกับการส่งโปรแกรมจำพวกนี้เข้า App Store อย่างไรในอนาคต แต่ ณ ปัจจุบัน Apple ปฎิเสธทุกโปรแกรมที่เข้าข่ายลักษณะดังกล่าวที่ถูกส่งเข้ามายัง App Store

ประเด็นนี้หากมองในมุมหนึ่งอาจจะมองได้ว่า เป็นการกีดกันมากเกินไป อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้เคยมีกรณีความที่ Apple ถูกหางเลขฟ้องจากบริษัทอื่น เนื่องจากโปรแกรมใน App Store โดยผู้ฟ้องระบุว่าทาง Apple มีส่วนร่วมด้วยกับการเผยแพร่โปรแกรมดังกล่าวนั้น ในกรณีของหน่วยงานขนาดใหญ่ ความอ่อนไหวทางแง่ของข้อกฎหมายและคดีความ มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

ที่ผ่านมามีโปรแกรมลักษณะนี้บางส่วนที่ใช้เนื้อหาจาก e-Book ที่ไม่ใช่ลิขสิทธิ์ของผู้พัฒนาโปรแกรม มาจำหน่ายใน App Store หากมองในอีกมุมหนึ่งนี่อาจจะเป็นช่องให้ Apple ต้องเจอกับปัญหาคดีความได้ในอนาคต หากผู้ที่เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ชิ้นงานนั้นฟ้องขึ้นมา ?

ก่อนหน้านี้เคยมีข่าวลือว่า Apple จะออกอุปกรณ์ลักษณะ Tablet ของตนเองเพื่อเข้าสู่ตลาด e-Book เต็มตัวอย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์หลายแหล่งมองว่า Apple น่าจะยังไม่มองไปที่ตลาดนั้นเป็นสำคัญ กรณีนี้คงต้องติดตามกันต่อไปว่าจะมีทางออก และความชัดเจนของปัญหาดังกล่าวต่อไปอย่างไร
เว็บ Boy Genius Report รายงานอ้างข้อความส่วนหนึ่งจาก Rogers Wireless ซึ่งเป็นคู่ค้าของ Apple ในประเทศแคนาดา ระบุว่ากำลังเตรียมการที่จะจัดจำหน่าย iPhone 3GS รุ่นความจุ 8GB ในร้านค้าของตน โดยหลักฐานที่ทางเว็บดังกล่าวนำมาแสดง ระบุว่าเป็นเอกสารภายในของทาง Rogers ที่ส่งให้กับทีมงานในบริษัท

โดยในเอกสารดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าทาง Rogers ต้องการที่จะขาย iPhone 3G ขนาดความจุ 8GB ที่มีอยู่ในคลังสินค้าออกไปให้หมดเสียก่อน ที่จะมีการนำเอา iPhone 3GS ขนาดความจุ 8GB มาจัดจำหน่าย (ภาพประกอบจาก Boy Genius Report)

131721-rogers_3gs _8gb_500.jpg
ข่าวลือจาก Boy Genus Report ก่อนหน้านี้ค่อนข้างมีน้ำหนักที่ตรงกับความจริงอยู่พอสมควร ไม่ว่าจะเป็นข่าวยอดจำหน่าย iPhone 3GS ในช่วงแรก , ข่าว iPhone 3GS จะมีเข็มทิศดิจิตอล
ในที่สุด Apple ก็ออก Mac OS X 10.5.8 Leopard รุ่นล่าสุดมาเรียบร้อยแล้ว โดยมีการอัพเดตทั้งรุ่นสำหรับใช้งาน Desktop และ Server โดยสามารถอัพเดตได้ผ่านทางเมนู Software Update สำหรับตัว 10.5.8 นั้นมีการปรับปรุงแก้ไขในเรื่องของความเสถียร และแก้ไขข้อบกพร่องในเรื่องความปลอดภัย 

โดยจุดหลักๆในการปรับปรุงของรุ่นนี้อยู่ที่ ความเสถียรในการเชื่อมต่อเครือข่าย AirPort , แก้ไขข้อบกพร่องเรื่องความละเอียดหน้าจอบางอย่างที่ไม่แสดงใน System Perference หัวข้อ Display และแก้ไขข้อบกพร่องที่มีผลกับเรื่องความเสถียรของการใช้งาน Bluetooth โดยรายละเอียดสำหรับการอัพเดต สามารถดูได้ที่เอกสารสนับสนุนการใช้งาน และข้อมูลรายละเอียดการปรับปรุงด้านความปลอดภัย 

สำหรับ Link ตัวอัพเดตนั้นมีดังต่อไปนี้

เว็บ Ars Technica รายงานว่าพบข้อมูลของผลิตภัณฑ์ที่ใช้ชื่อรหัสว่า iProd1,1 ใน iPhone OS 3.1 ตัวทดสอบรุ่นที่ 3 ตัวล่าสุดที่ทาง Apple ปล่อยให้กับนักพัฒนาเมื่อช่วงสัปดาห์ก่อนหน้า นอกจากนี้ยังมีรหัสผลิตภัณฑ์อีกตัวที่เป็น iProd0,1 ซึ่งเคยมีรายงานการค้นพบไปแล้วเมื่อช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมาไปแล้ว ในครั้งนี้พบรหัสที่ต่างกันคือตัวเลขรุ่น ซึ่งตัวใหม่นี้เป็น "1,1"

คาดว่ารุ่น 0,1 นั้นน่าจะเป็นตัวผลิตภัณฑ์ต้นแบบ ส่วนรุ่น 1,1 นั้นอาจจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่จะออกมาทำตลาดจริงๆ หลายฝ่ายคาดว่าสิ่งนี้จะเป็นอุปกรณ์ในลักษณะ Tablet ที่เป็นข่าวลือกันมาพักใหญ่แล้วว่าจะออกในช่วงปลายปีหรือต้นปีนี้

นอกเหนือจาก iProd แล้วรหัสผลิตภัณฑ์สำหรับตระกูล iPhone และ iPod touch ยังมีรหัสของเครื่องในรุ่นต่อๆไปอยู่เหมือนกับที่เคยพบใน iPhone OS รุ่นก่อนๆหน้านี้มาแล้ว ไม่ว่าจะเป็น iPod 3,1 และ iPhone 3,1  สำหรับตัว iPhone 2,1 นั้นก็เป็นที่ชัดเจนกันไปแล้วว่าคือ iPhone 3GS ในที่สุด
ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ในห้วงเวลาใกล้ๆกับที่ Time Capsule อัพเดตรุ่นใหม่ Apple ก็ได้ถอดโปรแกรม Shake ออกจากหน้าเว็บไปเป็นที่เรียบร้อย ส่วน URL เดิมของ Shake นั้นก็ถูกเปลี่ยนที่อยู่ไปเป็นหน้าโปรแกรม Final Cut Studio แทนแล้ว Shake นั้นเป็นโปรแกรมสำหรับงาน Compositing และ Visual Effect ขั้นสูง ที่เป็นที่นิยมใช้ในแวดวงการผลิตงานภาพยนตร์ Shake นั้นอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของภาพยนตร์ชื่อดังมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Armageddon, Titanic, Lord of the Rings, King Kong , The Dark Knight, The Incredibles , Fantastic 4 , Mission Impossible 3 , Cloverfield , Harry Potter และอื่นๆ รวมถึงงานภาพยนตร์ทางทีวีเช่น the X-Files, Sout Park , Star Trek ฯลฯ โดยที่ Shake นั้นเป็นโปรแกรมเสริมไม่ได้รวมอยู่ในชุด Final Cut Studio

Shake นั้นเปิดตัวครั้งแรกในปี 1997 เดิมทีเป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัท Nothing Real ซึ่งถูก Apple ซื้อเข้ามาในช่วงปี 2002 จากนั้น Apple ก็ออก Shake รุ่นใหม่ๆอยู่อีกหลายปี จนกระทั่งมาถึง Shake 4.1 ซึ่งออกในช่วงกลางปี 2006 ได้มีการประกาศว่าจะไม่มีแผนดำเนินการที่จะอัพเดตคุณสมบัติใหม่ๆอีกต่อไป หลังจากนั้นมีการออก Shake 4.1.1 เป็นตัวอัพเดตเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องอีกครั้งในช่วงปลายปี 2008

ในตอนที่ Shake 4.1 ออกนั้นเอง ก็มีข่าวลือออกมาว่า Apple ได้มีแผนการที่จะออกผลิตภัณฑ์ใหม่ออกมาแทนที่ โดยมีชื่อรหัสว่า "Phenomenon" ซึ่งพัฒนาขึ้นมาจากโปรแกรม Motion และจะออกในปี 2008 อย่างไรก็ตามจนถึงตอนนี้ยังไม่มีผลิตภัณฑ์ดังล่าวออกมา มีเพียงการออกโปรแกรมชุด Final Cut Studio รุ่นใหม่ออกมา ซึ่งมีบางคุณสมบัติที่เพิ่มเข้ามาสามารถใช้งานบางส่วนที่ Shake ทำได้ ทั้งในส่วนของตัว Final Cut เอง และตัว Motion 4

สำหรับโปรแกรมทางด้านนี้ที่กำลังเป็นที่นิยมและยังพัฒนาอยู่ในปัจจุบันก็คือ Nuke
แถลงข่าวจาก Apple ระบุว่า Eric Schmidt ผู้บริหารระดับสูงของ Google ซึ่งดำรงตำแหน่งคณะกรรมการบริหารอยู่ใน Apple ได้ยื่นลาออกจากการดำรงตำแหน่งดังกล่าวแล้วเรียบร้อย โดยสาเหตุหลักมาจากการที่ในช่วงหลังนั้นผลิตภัณฑ์ของ Google และ Apple เริ่มที่จะมีแนวโน้มการแข่งขันกันสูงขึ้น ทำให้ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของเขาในฐานะคณะกรรมการบริหาร Apple จึงส่งผลให้เกิดการตัดสินใจลาออกดังกล่าว

Steve Jobs ในฐานะ CEO ของ Apple ได้กล่าวว่า ในฐานะคณะกรรมการบริหาร Apple ผลงานของ Eric ส่งผลต่อความสำเร็จของ Apple เป็นอย่างมาก น่าเสียใจที่ Google ได้ก้าวเข้าสู่ธุรกิจที่เป็นธุรกิจหลักของ Apple ทั้ง Android และ Chrome OS ซึ่งทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของเขา ในฐานะคณะกรรมการบริหารต้องลดลง ตั้งแต่เขางดเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการ ในการประชุมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่มีความทับซ้อนกันของทั้งสองบริษัท ดังนั้นเราได้ตัดสินใจกันแล้วว่าตอนนี้ เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมแล้ว สำหรับการการลาออกจากคณะกรรมการของ Eric

Eric นั้นเข้าร่วมงานในฐานะคณะกรรมการบริหารของ Apple ตั้งแต่ปี 2006 ก่อนหน้าการลาออกของ Eric ในครั้งนี้ หน่วยงานควบคุมกิจการพาณิชย์ของสหรัฐได้เข้ามาสอบสวนความสัมพันธ์ระหว่าง Apple และ Google ซึ่งในตอนนั้นนอกจาก Eric แล้วยังมี Arthur Levinson อดีต CEO ของ Benentech อีกคนที่ดำรงตำแหน่งคณะกรรมการบริหารในทั้งสองบริษัท ทั้งนี้ในปัจจุบัน Levinson ยังคงดำรงตำแหน่งคณะกรรมการบริหารของทั้งสองบริษัทอยู่ต่อไป

และแล้ว True Move ก็เปิดเผยรายละเอียดราคาเครื่อง iPhone 3GS ออกมาแล้ว โดยเครื่องรุ่น 16GB นั้นอยู่ที่ราคา 24,500 บาท (ราคาไม่รวม VAT ถ้ารวม VAT จะตก 26,215 บาท) และรุ่น 32GB นั้นจะอยู่ที่ราคา 28,500 บาท (ราคาไม่รวม VAT ถ้ารวม VAT จะตก 30,495 บาท) ราคาดังกล่าวเป็นราคาเครื่องเปล่า ไม่ติดสัญญา โดยจะเปิดให้จองเครื่องตั้งแต่วันที่ 5 - 24 สิงหาคมนี้ ค่าจองล่วงหน้า 2,000 บาท ผ่านทางเว็บ www.truemove.com และจะเริ่มรับเครื่องได้ตั้งแต่วันที่ 28 ส.ค. เป็นต้นไป สำหรับผู้ที่จองล่วงหน้าจะได้คูปองสำหรับดู True Vision ฟรี 1 เดือน (ดีใจจัง -_-") หลังจากช่วง Pre Order ราคาอาจจะมีการปรับเปลี่ยน (ไม่มีรายละเอียดว่าแพงขึ้น หรือถูกลง?) 

รายละเอียดราคาโปรโมชั่นแบบต่างๆ มีดังตารางต่อไปนี้ (คลิกที่ภาพเพื่อดูรูปใหญ่)

T8158399-25.jpg
ส่วน iPhone 3G รุ่นก่อนหน้านั้น ทาง True Move ไม่นำมาทำตลาดอีกต่อไป ทั้งนี้ True Move ระบุว่าสำหรับ iPhone 3G ที่หยุดทำตลาดไปเมื่อประมาณหนึ่งเดือนก่อนนั้น สรุปแล้วยอดจำหน่าย iPhone 3G มียอดประมาณเกือบ 5 หมื่นเครื่อง
True Move จะแถลงข่าวในวันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม เกี่ยวกับ iPhone 3GS รุ่นใหม่ ที่กำลังจะนำมาจัดจำหน่าย โดยจะแถลงข่าวที่ร้าน True Move Shop สยามสแควร์ ซ.2 หลายคนที่รอข่าวคราว ราคา และแผนการทำการตลาด วันนี้ก็คงจะรู้ผลกันเสียที

รายงานจาก Siam Pod คาดว่า iPhone 3GS ขนาดความจุ 16GB น่าจะเปิดตัวที่ราคา 25,000 บาท และรุ่น 32GB ราคา 29,000 บาท
เมื่อคืนวานที่ผ่านมา Apple ได้ออกอัพเดตสำหรับ iPhone OS รุ่น 3.0.1 ออกมา เพื่อแก้ไขช่องโหว่ในระบบ SMS ซึ่งมีข่าวออกมาก่อนหน้านี้ และได้มีการนำมาเปิดเผยรายละเอียดในงาน Black Hat cybersecurity ในลาสเวกัสเมื่อสองวันก่อนหน้านี้ โดยรายละเอียดของการอัพเดตดังกล่าวสามารถดูได้จากเอกสารสนับสนุนการใช้งาน

143106-iphone_3.0.1_500.png
การอัพเดตครั้งนี้สำหรับ iPhone ทุกรุ่น ไม่ว่าจะเป็น iPhone , iPhone 3G และ iPhone 3GS ส่วน iPod touch นั้นไม่มีตัวอัพเดตออกมาเนื่องจากไม่ได้มีส่วนของการใช้งาน Core Telephony ซึ่งเป็นระบบสำหรับการใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่ ตัวอัพเดตมีขนาดประมาณ 300MB

ช่องโหว่ดังกล่าวมีผลกระทบกับ Android และ Windows Mobile ด้วยเช่นกัน สำหรับ Android นั้นทาง Google ได้ออกอัพเดตมาแก้ไขแล้วก่อนหน้า Apple เล็กน้อย ส่วนทาง Windows Mobile นั้นยังไม่มีรายงานเข้ามาในช่วงนี้แต่อย่างใด

Pages

OpenID accepted here Learn more about OpenID
จำนวนผู้รับข่าว

รับข่าวทางอีเมล์



Endless Motion Streamer
รับงานถ่ายวีดีโอ ถ่ายทำ VTR , Presentation , ภาพยนตร์โฆษณา , MV , ถ่ายวีดีโอ งานหมั้น งานแต่งงาน งานบวช งานเลี้ยง , ถ่าย OB งานประชมสัมนา งานเปิดตัวสินค้าต่างๆ ราคากันเอง สนใจรายละเอียดคลิกชมได้ที่นี่

About this Archive

This page is an archive of entries from August 2009 listed from newest to oldest.

July 2009 is the previous archive.

September 2009 is the next archive.

Back to Main index or look in the archives to find all content.