October 2009 Archives

แม้จะไม่ได้ออก Hardware รุ่นใหม่ แต่ Apple ก็ออกซอฟท์แวร์อัพเดตสำหรับ Apple TV ออกมาใหม่เป็นรุ่น 3.0 โดยผู้ใช้เครื่อง Apple TV สามารถอัพเกรดกันได้ฟรีผ่าน โดยใน Apple TV 3.0 นี้มีการออกแบบส่วนติดต่อกับผู้ใช้ใหม่หมด ให้ดูง่ายขึ้นและเข้าถึงข้อมูลส่วนต่างๆได้เพิ่มขึ้น เปลี่ยนจากการใช้เมนูแบบ Hierarchy ที่ใช้ใน iPod มาเป็นเมนูแบบ Drop Down ที่เหมาะกับการใช้งานในอุปกรณ์ที่มีจอใหญ่อย่าง Apple TV นอกจากนั้นยังเพิ่มการรองรับ iTunes LP , iTunes Extra , Genius Mixes และ Internet Radio

150414-apple_tv_3.0_500.jpg
เมนูใหม่จะทำให้ผู้ใช้เข้าถึง Content ที่เช่าหรือซื้อมาได้ง่ายขึ้น iTunes LP และ iTunes Extra สามารถใช้งานได้แบบเต็มจอ เพิ่มประสบการณ์ในการรับฟังและรับชม ทั้งภาพและเพลงที่ซื้อมาได้เป็นอย่างดี สำหรับ Geniuse Mixes ก็เป็นแบบเดียวกับฟีเจอร์ที่มีใน iTunes 9 และ iPod รุ่นใหม่ๆ เป็นการสร้าง Playlist อัตโนมัติจากฐานข้อมูลเพลงที่เรามีอยู่ ส่วน Internet Radio นั้นก็เพิ่มรายการช่องวิทยุทาง Internet และยังเพิ่มการชม Photo ให้รองรับฟีเจอร์ Faces และ Events ที่มีใน iPhoto อีกด้วย
เว็บ Hardmac รายงานว่า Apple กำลังเตรียมตัวที่จะเปิดตัว Aperture รุ่นใหม่ โดยจะมีชื่อว่า Aperture X ในห้วงเวลาอันใกล้นี้ คาดว่าจะเป็นช่วงเดือนพฤศจิกายน หรือธันวาคมที่จะถึง อย่างไรก็ตามยังไม่มีรายละเอียด ว่าในโปรแกรมรุ่นใหม่ดังกล่าวนั้น จะมีอะไรใหม่บ้าง และจะใช้ประโยชน์อะไรกับ Snow Leopard ได้มากน้อยแค่ไหน

ก่อนหน้านี้เล็กน้อยมีผู้พบรายการหนังสือที่กำลังจะออก ในเว็บ Amazone มีชื่อหนังสือว่า Aperture X มีกำหนดการณ์ว่าจะออกในเดือนพฤษภาคม 2010 อย่างไรก็ตามภายหลังได้มีการถอดออกจากรายการ หลังจากมีผู้นำมาโพสต์กันตามเว็บต่างๆ

สำหรับ Aperture นั้นเป็นโปรแกรมจัดการงานถ่ายภาพระดับมืออาชีพของ Apple โดยมีผลิตภัณฑ์ที่เป็นคู่แข่งอย่าง Lightroom จากค่าย Adobe สถานการณ์ปัจจุบันทั้งสองผลิตภัณฑ์ ต่างก็ขับเคี่ยวกันชนิดหายใจรถต้นคอฟีเจอร์ชนฟีเจอร์ รุ่นชนรุ่นกันเลยทีเดียว
หลังจากมีรายงานเรื่องรหัสผลิตภัณฑ์ MacBook Pro รุ่นใหม่ใน Mac OS X 10.6.2 ก็ทำให้เริ่มลือ และเริ่มคาดหวังกันไปว่า MacBook Pro รุ่นใหม่จะออกมาในระยะเวลาอันใกล้ อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้เคยมีการให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับแผนงานผลิตภัณฑ์ของ Apple ภายในปีนี้ไว้แล้วว่าในปีนี้จะไม่มีสินค้าใหม่ออกมาแล้ว

รายงานจาก Gizmodo ระบุว่าหลังจากงานแถลงข่าวให้เปิดตัวเครื่องรุ่นใหม่ๆ ของ Apple เมื่อสัปดาห์ก่อน Phill Schiller ซึ่งดำรงตำแหน่งรองประธานกรรมการอาวุโสของ Apple ได้ให้สัมภาษณ์ไว้ว่าตอนนี้ (ซึ่งก็คือตอนนั้น ที่ iMac, Mac mini และ MacBook ออกรุ่นใหม่) Apple ได้ออกสินค้าสำหรับเทศกาลจับจ่าย ที่จะมาถึงในปลายปีหมดเรียบร้อยทุกสายการผลิตแล้ว จะไม่มีผลิตภัณฑ์ใหม่ใดๆ ออกมาอีกภายในปีนี้

เหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่ใช่ครั้งแรก เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีก่อน ก็เคยมีการออกมาให้สัมภาษณ์ลักษณะนี้จาก Apple มาแล้วเหมือนกัน โดยครั้งนั้นก็ออกมากลบกระแสข่าวลือเรื่องเครื่องใหม่ ที่จะส่งผลให้ผู้ซื้อบางคนลังเลกับข่าวลือเรื่องเครื่องรุ่นใหม่ดังกล่าว

หมายเหตุ : คำสัมภาษณ์ของ Phill มีขึ้นก่อนที่มีข่าวเรื่องรหัสผลิตภัณฑ์ MacBook Pro รุ่นใหม่
รายงานจากเว็บ Applesfera ระบุว่าได้พบรหัสสินค้าของ MacBook Pro รุ่นใหม่ที่ยังไม่วางตลาด ใน Mac OS X 10.6.2 ตัวทดสอบรุ่นล่าสุดที่ Apple แจกให้นักพัฒนา โดยใน build นี้เป็น build 10C531 ตัวล่าสุดซึ่ง Apple แจกจ่ายให้กับนักพัฒนาเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ รหัสสินค้าอ้างอิงถึง MacBook Pro 6,1 และ MacBook Pro 6,2 โดยเป็นรหัสสินค้าที่ยังไม่ได้วางตลาดมาก่อน

211038-macbookpro61.jpg
สำหรับ MacBook Pro รุ่นปัจจุบันนั้นเป็น MacBook Pro 5,x โดยพึ่งออกมาเมื่อเดือนมิถุนายน 2009 ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามปัจจุบันยังไม่มีกระแสข่าวลือใดๆ เกี่ยวกับการออกรุ่นใหม่ของ MacBook Pro ออกมาแต่อย่างไร แต่ก็มีบางกระแสคาดว่า อาจจะมีการนำเอาหน่วยประมวลผล Nahalem (Core i7) มาใช้ใน MacBook Pro รุ่นที่จะออกปลายปี 2009 หรือต้นปี 2010

คาดว่าหน่วยประมวลผลที่จะใช้ใน MacBook Pro รุ่นใหม่นั้นจะเป็นหน่วยประมวลผลแบบที่ใช้ใน iMac ที่ผ่านๆมานั้น MacBook Pro และ iMac ค่อนข้างจะใช้เทคโนโลยีในการผลิตที่ใกล้เคียงกัน
Apple ประกาศในหน้าโครงการ Open Source ที่พัฒนาการนำระบบแฟ้มข้อมูลแบบ ZFS มาใช้งาน โดยระบุว่าโครงการได้ยกเลิกการพัฒนาแล้ว และระบบอีเมล์เวียนรวมถึงข้อมูลอื่นๆ จะถูกถอดออกจากหน้าเว็บในไม่ช้า

เป็นการสิ้นสุดข่าวลือเรื่องที่ว่า Apple จะนำเอาระบบแฟ้มข้อมูลแบบ ZFS มาใช้ ที่ลือกันมานานนับตั้งแต่ก่อนออก Mac OS X Leopard ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ Apple เองก็มีความสนใจในการนำเอา ZFS มาใช้งาน ดังจะเห็นได้จากการเปิดโครงการพัฒนาดังกล่าวข้างต้นในปี 2007 จนถึงขนาดมีข่าวลือว่า Apple จะนำเอา ZFS มาใช้งานใน Leopard แทนที่ระบบแฟ้มข้อมูลแบบเดิมที่ใช้อยู่ อย่างไรก็ตามที่สุดแล้ว มีเพียงการนำมาใช้แบอ่านอย่างเดียวเท่านั้น

หลังจากนั้นก็มีกระแสข่าวว่า ZFS จะถูกนำมาใช้ใน Snow Leopard Server จนกระทั่งมีข้อมูลโผล่มาอีกในหน้าเว็บ Snow Leopard Server  อย่างไรก็ตามหลังจากนั้นสักพักข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ ZFS ในหน้าเว็บ Snow Leopard Server ก็ถูกถอดออกไป และ ZFS ก็ยังไม่ได้มีการนำมาใช้งานใน Snow Leopard Server แต่อย่างใด
หลังจาก Windows 7 ระบบปฎิบัติการรุ่นล่าสุดจาก Microsoft วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 22 ตุลาคมที่ผ่านมา Apple ก็ได้ประกาศผ่านเอกสารสนับสนุนการใช้งาน ว่าโปรแกรม Boot Camp รุ่นที่ออกมารองรับ Windows 7 จะออกมาภายในปลายปีนี้ โดยในเอกสารระบุว่าเครื่อง Mac Intel ที่รองรับนั้นจะเป็น Mac Intel ที่ออกตั้งแต่ปี 2007 เป็นต้นมา 

ไม่มีเหตุผลอย่างเป็นทางการว่าเพราะอะไร ที่เครื่องรุ่นปี 2006 ไม่สามารถใช้งานได้ อย่างไรก็ตามหากพิจารณาแนวทางการสนับสนุนผลิตภัณฑ์ของ Apple จากก่อนหน้านี้ที่ผ่านๆมาแล้ว เรื่องนี้ก็ถือเป็นเรื่องปกติ 

แม้ว่า Boot Camp รุ่นปัจจุบันจะระบุเพียงแค่ว่ารองรับการใช้งาน Windows XP และ Vista เท่านั้น แต่ก็ยังมีรายงานอย่างแพร่หลายว่า Boot Camp รุ่นปัจจุบันนั้นสามารถติดตั้ง Windows 7 ได้ด้วย อย่างไรก็ตามการออกมาสนับสนุนการใช้งานอย่างเป็นทางการจากผู้ผลิตอย่าง Apple ย่อมก่อให้เกิดความสะดวก ในขั้นตอนการติดตั้ง และการใช้งานมากกว่า

และแม้ว่า Boot Camp จะทำให้เครื่อง Mac สามารถใช้งาน Microsoft Windows ได้ แต่ก็ยังมีตัวเลือกอีกหลายโปรแกรมที่ผู้ใช้นิยมใช้งาน Windows ภายใต้ระบบปฎิบัติการ Mac OS X แบบ Virtualization ผ่านโปรแกรมอย่าง VMWare , Parallels Desktop อีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งโปรแกรมเหล่านี้ก็จะออกรุ่นที่สนับสนุนการใช้งาน Windows 7 ออกมาในห้วงเวลาใกล้ๆกัน
032247-ads_500.pngสิทธิบัตรชิ้นนี้ยื่นในปี 2008 เป็นระบบในการรวมการแสดงโฆษณาจากผู้สนับสนุน เข้ากับระบบปฎิบัติการ โดยตัวอย่างภาพในสิทธิบัตรดังกล่าวแสดงเป็นเมนู ที่มีตัวเลือกเกี่ยวกับการแสดงโฆษณาให้เห็น โดยผู้ใช้จะได้รับสินค้า , บริการฟรี , ของขวัญ หรือ ส่วนลดในการซื้อสินค้า

รายละเอียดในสิทธิบัตรดังกล่าวระบุไว้ว่าโฆษณา จะมีทั้งในรูปแบบของภาพเคลื่อนไหว หรือเสียง และระหว่างที่แสดงโฆษณาอยู่อาจจะมีการทำงานบางอย่างที่ใช้งานไม่ได้ จนกว่าโฆษณาจะจบลง

ในช่วงสักประมาณ 10 ปีก่อน รูปแบบการทำธุรกิจแบบนี้เคยปรากฎมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการแจกคอมพิวเตอร์ฟรี , การให้ใช้อินเตอร์เน็ทฟรี โดยแลกกับการแสดงป้ายโฆษณาบนหน้าจอของผู้ใช้ อย่างไรก็ตามรูปแบบธุรกิจดังกล่าวไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากปัจจัยหลายอย่างที่ยังไม่ตอบโจทย์นักการตลาด ช่วงก่อนหน้านี้มีรายงานว่า Microsoft เองก็กำลังมีแผน สำหรับการให้บริการโปรแกรม Microsoft Office แบบมีโฆษณาสนับสนุนอยู่เหมือนกัน

สำหรับสิทธิบัตรชิ้นนี้ก็เป็นเพียงอีกสิทธิบัตรหนึ่งเท่านั้น ยังไม่แน่ว่าจะถูกนำไปใช้ในรูปแบบไหน คงต้องดูกันต่อไป สำหรับผู้ที่มีชื่อรเป็นผู้ร่วมคิดค้นสิทธิบัตรชิ้นนี้คนนึงก็คือ Steve Jobs
ช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมามูลค่าหุ้นของ Apple ปรับตัวสูงขึ้น ทำสถิติราคาสูงที่สุดนับตั้งแต่เปิดซื้อขายกันมา หลังจากที่ผลประกอบการณ์ในปีนี้ออกมาดีผิดหูผิดตา ทำให้ราคาขึ้นไปสูงสุดถึง 207 เหรียญสหรัฐต่อหุ้น หุ้น Apple นั้นเคยขึ้นสูงสุดก่อนหน้านี้ในช่วงปลายปี 2007 จากนั้นก็ลดลงจนมาปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้ง ในกลางปี 2008 แต่ก็ยังไม่มากกว่าที่เคยเป็นในปี 2007 จากนั้นก็ลดลงเรื่อยๆตามภาวะเศรษฐกิจ และค่อยปรับตัวเป็นแนวโน้มขาขึ้นชัดเจน ในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา ตามแผนภูมิต่อไปนี้

135745-aapl_all_time_high.jpg
ปัจจุบันมูลค่าหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ของ Apple มีมูลค่ารวมทั้งสิ้นประมาณ 186,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นบริษัทที่มีมูลค่าหุ้นตามหลังจาก Exxon Mobil , Microsoft และ Wal-Mart ราคาหุ้นของ Apple เพิ่มขึ้นมากอย่างเห็นได้ชัดในช่วงหลายปีหลัง ที่ผลประกอบการณ์ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
131504-aluminum_apple_remote.jpgพร้อมๆกับที่ Apple ออก iMac , Magic Mouse , Mac mini และ MacBook รุ่นใหม่ ก็ยังมีผลิตภัณฑ์ตัวอื่นที่ออกรุ่นใหม่ออกมาอีก ได้แก่ Apple Remote อุปกรณ์เสริมชิ้นนึงที่ไม่ได้รับการเปลี่ยนแปลงมานานพอสมควรแล้ว โดย Apple Remote ตัวใหม่นี้จะใช้วัสดุเป็นอลูมิเนียม (คล้ายๆกับ iPod nano) โดยมีปุ่มสำหรับควบคุมทิศทางอยู่ตรงกลางเหมือนเดิม แต่เปลี่ยนจากปุ่มแบบกดในรุ่นก่อน มาเป็น Wheel คล้ายๆกับใน iPod ส่วนปุ่ม Menu และ Play/Pause นั้นเป็นปุ่มแยกต่างหาก สามารถใช้งานได้กับเครื่อง Mac ทุกรุ่น ผ่านทางการสื่อสารแบบ Infrared และนอกจากนั้นยังใช้งานได้กับ iPod Universal Dock อีกด้วย

การอัพเดตครั้งนี้คล้ายกับการอัพเดต iPod ในสมัยก่อน ที่เปลี่ยนจากปุ่มกด 4 ทิศทางมาใช้ Click Wheel ที่สามารถหมุนสั่งเมนูขึ้นลงได้ง่ายกว่าการกดทีละครั้ง สำหรับราคาของ Apple Remote อยู่ที่ 19 เหรียญสหรัฐ (750 บาท)

พร้อมกันนี้ยังมีการอัพเดต AirPort Extreme และ Time Capsule โดยเพิ่มประสิทธิภาพในการเชื่อมต่อเครือข่ายไร้สายขึ้นมาอีก 50% และเพิ่มระยะทางในการใช้งานขึ้นอีก 25% และสำหรับ Time Capsule นั้นเมื่อใช้งานร่วมกับ Mac OS X 10.6 Snow Leopard จะทำการสำรองข้อมูลจาก Time Machine ได้เร็วขึ้นกว่า 60% เลยทีเดียว
ตรงตามโผอีกแล้ว สำหรับข่าวลือเม้าส์รุ่นใหม่ของ Apple หลังจากที่ลือกันมาพักนึง และแล้วในที่สุดเม้าส์ตัวใหม่ของ Apple ก็คลอดออกมาสู่ตลาดเป็นที่เรียบร้อย และมีการเปลี่ยนชื่อจากตระกูล Mighty Mouse มาเป็น Magic Mouse ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากกรณีที่เครื่องหมายการค้า Mighty Mouse ได้ถูกรับรองสิทธิเป็นของบริษัทอื่นไปเมื่อไม่นานมานี้ โดยเจ้า Magic Mouse นี้มาพร้อมกับเทคโนโลยี Multi-touch ก่อนหน้านี้เคยมีสิทธิบัตรบางชิ้นของ Apple ที่เป็นการนำเอาเทคโนโลยี Multi-touch มาใช้งานในรูปแบบของเม้าส์ไร้ปุ่ม แต่ใช้การสัมผัสแบบต่างๆ ในการควบคุมแทน รวมถึงเทคโนโลยีอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างการนำ Multi-touch มาใช้ในพื้นผิวสามมิติรูปแบบต่างๆ ซึ่งเจ้า Magic Mouse นี้ก็เป็นรูปแบบหนึ่งเช่นกัน
121957-magicm_500.jpgรูปร่างหน้าตา Magic Mouse ได้รับการออกแบบให้มีรูปร่างผอมเพียวกว่าเมื่อเทียบกับ Mighty Mouse พื้นผิวไม่มีปุ่มใดๆทั้งสิ้น การใช้งานใช้การสัมผัสแบบ Gesture ในการสั่งงานรูปแบบต่างๆ เช่นการปัด การถู หรือการคลิกในตำแหน่งที่กำหนด ในส่วนนี้คงต้องใช้เวลาในการทำความคุ้นเคยกันสักพัก การเชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ ใช้การเชื่อมต่อแบบไร้สายผ่านเทคโนโลยี Bluetooth ราคาค่าตัวอยู่ที่ 69 เหรียญสหรัฐ (2,390 บาท) สำหรับผู้ที่ซื้อ iMac รุ่นใหม่ จะได้ Magic Mouse รวมอยู่ด้วย

122036-gestures_500.jpg
แม้ Magic Mouse ตัวใหม่จะดูตื่นตาตื่นใจ แต่ก็ยังมีข้อสงสัยกันอยู่ว่า ในการใช้งานจริงแล้ว จะสามารถใช้งานทดแทนการมีปุ่มหลายๆปุ่ม เพื่อเรียกใช้ Expose และอื่นๆได้หรือไม่ รวมถึงหากใช้งานกับโปรแกรม 3 มิติบางตัวที่ต้องใช้ปุ่มที่ 3 จะสามารถใช้งานได้อย่างไร คงต้องรอดูกันอีกสักระยะ (อย่างไรก็ตามถ้ามันหนักหนามากนัก การจะซื้อ Mouse ที่มี 3 ปุ่มมาใช้สักอัน ก็ไม่ใช่เรื่องที่หายากอะไร ปัจจุบันก็เป็นที่รู้โดยทั่วกันอยู่แล้วว่า Mac OS X ใช้งานกับ USB Mouse โดยทั่วไปได้)
หลังจากลือกันมานานจนเกือบจะข้ามปี ในที่สุด iMac รุ่นที่ใช้หน่วยประมวลผลแบบ Quad-Core ก็ออกมาสู่ตลาดเสียที โดยรูปร่างหน้าตาของเครื่องยังคงเป็นทรงเดิม Aluminium แพนด้าขอบดำ มาพร้อมกับจอ LED-backlit อัตราส่วน 16:9 ขนาด 21.5 และ 27 นิ้ว รวมถึงอุปกรณ์เสริมต่างๆ เป็นไปตามข่าวลือล่าสุดก่อนหน้านี้ ที่ว่า iMac รุ่นใหม่จะมาพร้อมเม้าส์ตัวใหม่ และ Remote แบบใหม่ (สำหรับ Remote ต้องซื้อเพิ่ม)

121755-led_imac_500.jpg
โดยราคาจะเริ่มต้นที่ 1,199 เหรียญสหรัฐ (43,900 บาท) ใช้ Core 2 Duo ความเร็ว 3.06 หน่วยความจำ 4GB แบบ DDR2 , HDD 500GB , NVIDIA GeForce 9400M นั่นคือรุ่นเริ่มต้น ยังมีรุ่นที่มีคุณสมบัติเพิ่มเติมขนาดความจุ HDD เป็น 1TB และเพิ่มการ์ดแสดงผลกราฟฟิกเป็น ATI Radeon 4670 และ 4870 อีกตามลำดับ และนอกเหนือไปจากนั้น ใน iMac รุ่น 27" นั้นยังมีรุ่นที่เป็น Quad Core ที่มีให้เลือกทั้ง Core i5 และ Core i7 อีกด้วย นี่เป็นครั้งแรกที่ iMac ได้ปรับมาใช้หน่วยประมวลผลแบบ Desktop (ก่อนหน้านี้ใช้แบบ Mobile แบบเดียวกับที่ใช้ใน Notebook มาโดยตลอด) โดยรายละเอียดเพิ่มเติม และราคาสามารถดูได้จากหน้าเว็บร้านค้าปลีกออนไลน์ของ Apple

นอกจากนั้น iMac ตัวใหม่ก็ยังมาพร้อมกับ คีย์บอร์ดไร้สาย รวมถึง Magic Mouse ซึ่งเป็น Mouse ไร้สายตัวใหม่ล่าสุดของ Apple ที่ใช้เทคโนโลยี Multi-touch ตัวแรกของโลก และช่องอ่าน SD card แบบที่มีใน MacBook Pro อีกด้วย 
Apple ออกมาอัพเดต Mac mini โดยเพิ่มคุณสมบัติเพิ่ม ในขณะที่ยังคงราคาเท่าเดิมไว้ที่ 599 เหรียญ (22,900 บาท) และ 799 เหรียญ (29,900 บาท) พร้อมกันนั้นยังได้เพิ่มตัวเลือกใหม่ Mac mini with Snow Leopard Server ซึ่งจะมาพร้อมกับ Mac OS X 10.6 Snow Leopard Server ในราคา 999 เหรียญ (37,900 บาท)

** สำหรับ Mac OS X 10.6 Snow Leopard Server นั้นหากซื้อแยกเดี่ยวจะอยู่ที่ 499 เหรียญสหรัฐ (18,990 บาท)

environment_hero_20091020.jpg
โดยใช้หน่วยประมวลผล Intel Core 2 Duo 2.26GHz และ 2.53GHz ตามลำดับ สำหรับหน่วยความจำ RAM นั้นก็มีมา 2GB และ 4GB ใช้หน่วยความจำแบบ DDR3 และในส่วนของ HDD นั้นรุ่น Desktop มีอยู่สองความจุคือ 160GB และ 320GB ในขณะที่รุ่น Server นั้นก็ออกมาตามข่าวลือที่ลือกันว่า Mac mini รุ่นใหม่จะมาพร้อมกับ HDD สองลูกมานานเกือบปีเสียที โดย Mac mini Server นี้มาพร้อมกับ HDD ขนาด 500GB สองลูก แต่จะไม่มี Optical Drive (ถ้าหากจะใช้ต้องใช้ผ่าน USB , FireWire หรือแชร์จากเครื่องอื่นแทน อย่างไรก็ตามการติดตั้งระบบเบื้องต้นในครั้งแรกนั้น ไม่จำเป็นจะต้องใช้ Optical Drive เพราะมีการติดตั้งระบบมาจากโรงงานอยู่แล้ว)
ลือกันมานานต่อเนื่อง และก็เป็นไปตามข่าวลือล่าสุดก่อนหน้านี้เสียที ในที่สุด Apple ก็ขน MacBook รุ่นใหม่ออกสู่ตลาดแล้ว โดย MacBook รุ่นใหม่นี้มาพร้อมกับตัวเครื่องที่ใช้เทคนิคการออกแบบและผลิตผลิตที่เรียกว่า Unibody คือเป็นกรอบตัวถังเครื่องแบบที่ผลิตออกมาเป็นชิ้นเดียว เหมือนกับที่ใช้ในการผลิต MacBook Pro ก่อนหน้านี้ แต่ใช้วัสดุเป็นพลาสติก Polycarbonate สีขาว ตัวเครื่องหนา 1.08 นิ้ว หนัก 4.7 ปอนด์ (ประมาณ 2.1 กิโลกรัม) การออกแบบลักษณะดังกล่าวนอกจากจะทำให้เกิดความสวยงามแล้ว ก็ยังจะช่วยลดปัญหาความแข็งแรง ในจุดเชื่อมต่อชิ้นเล็กๆน้อยๆได้อีกด้วย (อย่างไรก็ตามการใช้งานจริง คงต้องดูกันต่อไปว่าจะแข็งแรงขึ้นกว่ารุ่นก่อนจริงหรือไม่)
overview_hero1_20091020.jpg
สำหรับหน้าจอใน MacBook รุ่นใหม่นี้เป็นหน้าจอแบบ LED-backlit ขนาด 13.3 นิ้ว มาพร้อมกับ Multi-touch trackpad ผิวกระจก และแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานถึง 7 ชั่วโมง แบบเดียวกับที่ใช้ใน MacBook Pro ซึ่งแน่นอนว่า ไม่ได้มีการออกแบบให้ผู้ใช้สามารถถอดเปลี่ยนสลับแบตได้เองโดยง่าย แต่แลกมาด้วยการเพิ่มเซลล์แบตให้สามารถใช้งานต่อเนื่องได้นานขึ้น
วันที่ 19 ที่ผ่านมา Apple ได้จัดงานแถลงผลประกอบการณ์ไตรมาสที่ 4 ประจำปีงบประมาณ 2009 โดยผลประกอบการในไตรมาสที่ผ่านมานั้นมีรายได้ทั้งสิ้นมูลค่า 9,870 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยเป็นผลกำไรทั้งสิ้น 1,670 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นมูลค่ากำไร 1.82 เหรียญต่อหุ้น เทียบกับไตรมาสเดียวกันในปี 2008 ก่อนหน้านั้นทำรายได้ทั้งสิ้น 7900 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นผลกำไรทั้งสิ้น 1,140  ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นมูลค่ากำไร 1.26 เหรียญต่อหุ้น

ส่วนต่างกำไรสุทธิอยู่ที่ร้อยละ 36.6 เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันในปีก่อนหน้านี้ที่มีส่วนต่างกำไรสุทธิอยู่ที่ร้อยละ 34.7 และรายได้ที่เป็นรายได้จากต่างประเทศ (นอกสหรัฐอเมริกา) เพิ่มขึ้น โดยมีสัดส่วนคิดเป็นร้อยละ 46 ของรายได้ทั้งหมดในไตรมาสนี้

เป็นตัวเลขผลกำไรที่ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของบริษัท ยอดขาย Mac และ iPhone ถล่มทลายทุบสถิติ สำหรับตัวเลขยอดขายสินค้าในไตรมาสนี้นั้น เครื่อง Mac ทำยอดขาย 3.05 ล้านเครื่อง เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันในปีก่อนหน้าถึงร้อยละ 17 ส่วน iPod นั้นทำยอดขายไป 10.2 ล้านเครื่อง ลดลงร้อยละ 8 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และ iPhone ทำยอดขาย 7.4 ล้านเครื่อง เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีก่อนหน้า

Steve Jobs ระบุว่า Apple ตื่นเต้นจากยอดขายของเครื่อง Mac และ iPhone ในไตรมาสนี้มากกว่าไตรมาสก่อนเสียอีก พร้อมกันนี้ยังได้ระบุว่าตอนนี้ Apple มีผลิตภัณฑ์ที่พร้อมสำหรับช่วงเทศกาลจับจ่ายปลายปีที่จะมาถึงนี้แล้ว และยังได้แง้มออกมาว่ายังมีผลิตภัณฑ์ที่เป็น "Really great new products" รออยู่สำหรับปี 2010 อีกด้วย!!
Grand Central Dispatch เป็นเทคโนโลยีของ Apple ที่ถูกนำมาใช้ในระบบปฎิบัติการ Mac OS X 10.6 Snow Leopard รุ่นล่าสุด โดยเป็นตัวจัดการบริหารการประมวลผลด้วยหน่วยประมวลผลหลายหน่วย และหลายแกน และวันนี้เทคโนโลยีดังกล่าวถูกนำไปใช้ใน FreeBSD ซึ่งเป็นระบบปฎิบัติการที่มีพื้นฐานจากระบบ Unix ที่ได้รับความนิยม ในการใช้งานเป็นเครื่องแม่ข่ายแล้ว

ราวหนึ่งเดือนก่อนหน้านี้ Apple ได้ประกาศให้เทคโนโลยี Grand Central Dispatch เป็นโครงการแบบเปิดเผยต้นฉบับ ซึ่งทีมงานพัฒนา FreeBSD ก็ได้นำไปทดลองกับระบบของตน และได้แสดงตัวอย่างไปในงาน EuroBSDCon 2009 ภายหลังจากนั้นเพียงไม่กี่วัน และประกาศว่า FreeBSD จะรองรับ GCD ตั้งแต่รุ่น 8.1 เป็นต้นไป

แม้ว่าการนำเอาโปรแกรมไปใช้งานระหว่างระบบที่มีพื้นฐานจากระบบ Unix เช่น Mac OS X, Linux และ BSD จะสามารถทำได้ไม่ยากนัก แต่การนำเอา GCD ไปใช้นั้นไม่ง่ายเหมือนกับการนำเอา framework อื่นๆที่ทำงานในระดับสูงไปใช้ เนื่องจากมันเกี่ยวข้องกับการทำงานในระดับ kernel สำหรับ GCD ของ Mac OS X นั้นพัฒนาเพื่อใช้งานกับ Mach kernel ส่วนระบบอื่นที่ใช้ kernel อื่นนั้นมีพื้นฐานที่แตกต่างกัน การที่ FreeBSD นำเอา GCD ไปใช้ในครั้งนี้ อาจจะทำให้ระบบอื่นที่ใช้ kernel เดียวกันหรือคล้ายกัน อย่างเช่น OpenBSD , NetBSD , Linux หรือ Solaris สามารถนำ GCD ไปใช้ได้ในอนาคต
ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีสิทธิบัตรของ Apple ที่ได้รับการเปิดเผยระบุหัวข้อว่า "System and method for masking visual compression artifacts in decoded video streams" โดยสิทธิบัตรชิ้นนี้ยื่นจดทะเบียนเมื่อวันที่ 14 เมษายน 2008 

โดยสรุปคร่าวๆแล้วในสิทธิบัตรดังกล่าว ได้กล่าวถึงการใช้งานไฟล์ VDO และการ Streaming VDO ในทุกวันนี้ ที่ใช้เทคนิคการบีบอัดข้อมูลเข้ามาช่วยให้ข้อมูล ที่รับส่งผ่านเครือข่ายมีขนาดเล็กลง แต่มีข้อเสียคือการบีบอัดทำให้ความสมจริง และคุณภาพของภาพลดลง เทคนิคตามสิทธิบัตรนี้จะสร้าง Noise พิเศษขึ้นมาครอบเข้ากับ VDO Stream ที่ผ่านการถอดรหัสแล้วเหล่านั้น หลอกตาเราเพื่อ สร้างความเหมือนจริงให้มากขึ้น ลดการเป็นช่องเหลี่ยมๆ ที่เกิดขึ้นในภาพลง
patent-091015.png
Apple ส่ง Mac OS X 10.6.2 ตัวอัพเดตล่าสุด build 10C527f ให้กับนักพัฒนาแล้ว โดย build นี้ออกมาห่างจาก build ก่อนหน้าซึ่งเป็นเลข 10C519f ประมาณหนึ่งสัปดาห์ โดยใน build ล่าสุดนี้ได้มีการแก้ไขในส่วนของ QuickTime Player , Image Capture , iChat และอีกหลายๆส่วน ที่เกี่ยวข้องกับการแสกนด้วย Image Capture ขนาดของตัวอัพเดตอยู่ที่ 483.5MB

นอกจากนั้นใน build ล่าสุดนี้ยังมีการแก้ปัญหาข้อมูลผู้ใช้หาย เมื่อเปิดใช้ Guest account ในขั้นตอนการอัพเกรดระบบจาก Leopard มาเป็น Snow Leopard แล้วด้วย
Apple ส่งอีเมล์แจ้งให้นักพัฒนาที่ลงทะเบียนไว้กับ Apple ว่าตอนนี้ได้อนุญาตให้โปรแกรมที่แจกฟรี สามารถใช้งาน In App Purchase ได้แล้ว ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ Apple ได้จำกัดความสามารถดังกล่าวไว้ สำหรับโปรแกรมที่คิดเงินจากผู้ใช้เท่านั้น 

การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ ทำให้นักพัฒนาสามารถที่จะพัฒนาโปรแกรมเพียงรุ่นเดียว แล้วขายส่วนที่จะคิดเงินบางส่วนจากในโปรแกรมผ่าน API ที่ชื่อ In App Purchase นี้ได้ ไม่ต้องพัฒนาโปรแกรมแยกเป็นสองรุ่นประเภท Lite หรือ Free เหมือนที่ผ่านมาอีกต่อไป ผลจากการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้มีขึ้นแทบจะทันที เมื่อ Ngmoco ประกาศแจกฟรีเกมส์ Eliminate (แต่ผู้ใช้สามารถซื้อ Energy ในเกมส์เพิ่มได้) และ Rolando 2 ได้เปลี่ยนมาเป็นแจกฟรีสำหรับเกมส์บทแรก (และผู้ใช้สามารถซื้อบทต่อๆไปเล่นได้ถ้าต้องการ)

171402-in-app_purchasing.png
ประเด็นที่น่าสนใจก็คือว่าหลังจากนี้ Apple จะจัดการกับ อันดับ Top Free App และ Top Paid App อย่างไร และการปรับเปลี่ยนนโยบายในครั้งนี้จะส่งผลอย่างไรกับอันดับโปรแกรมทั้งสองแบบ ในอนาคต ไม่แน่ว่านี่อาจจะเป็นการเตรียมพร้อมอย่างนึงของ Apple ในการเข้าสู่อุตสาหกรรมใหม่ๆ อย่างอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ หรือสิ่งที่เป็น Content base ในอนาคตก็เป็นไปได้

นอกจากนี้ผลพลอยได้ที่อาจจะเกิดขึ้น จากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว อาจจะช่วยให้นักพัฒนาสามารถที่จะสู้กับปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์โปรแกรม ผ่านช่องทางต่างๆได้ โดยในโปรแกรมไม่จำเป็นที่จะต้องใส่ความสามารถเต็มมาทั้งหมด จากนั้นให้ผู้ใช้เลือกที่จะชำระเงินเพื่อเปิดใช้งานส่วนต่างๆ ที่มีให้เลือกซื้อได้

ในเบื้องต้นคาดว่าจำนวนโปรแกรมใน App Store น่าจะลดลงพอสมควร จากการที่โปรแกรมไม่จำเป็นจะต้องมีเวอร์ชั่น Lite หรือ Free ออกมาจำนวนมากเหมือนที่ผ่านมา ;-)
คืนวานที่ผ่านมา Apple ได้ส่งจดหมายเชิญสื่อมวลชน ให้เข้าร่วมงานแถลงผลประกอบการไตรมาสที่ 4 ประจำปีงบประมาณ 2009 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 19 ตุลาคม ที่จะถึงนี้ โดยผลประกอบการไตรมาสที่ 4 จะเป็นรายได้บริษัทระหว่างวันที่ 27 มิถุนายน 2009 ถึง 26 กันยายน 2009 และงานแถลงข่าวจะมีขึ้นหลังจากปิดตลาดหลักทรัพย์ในวันที่ 19 เวลา 16.30 น.ตามเวลาท้องถิ่น โดยสามารถติดตามฟังงานแถลงข่าวกันได้ผ่านทาง Audio Webcast

สำหรับไตรมาสดังกล่าว Apple ไม่ได้ออกเครื่อง Mac ใหม่ๆ มีเพียงการอัพเกรดผลิตภัณฑ์สาย MacBook ในช่วงงาน WWDC ในไตรมาสก่อนหน้าเท่านั้น ส่วนสถานการณ์ของ iMac และ Mac mini นั้นน่าจะไม่มียอดขายในช่วงไตรมาสดังกล่าวมากนัก เนื่องจากผู้ใช้จำนวนมากรอการอออกรุ่นใหม่ของเครื่องทั้งสองรุ่นอยู่ รายรับสำคัญในไตรมาสที่ 4 น่าจะมาจาก iPhone 3GS ที่ออกก่อนหน้าเพียงสัปดาห์เดียว และ iPod รุ่นใหม่ทั้งหมด ที่ออกมาในช่วงปลายไตรมาส
เว็บ Hardmac รายงานว่าเครื่อง Mac Pro รุ่นใหม่ที่จะออกในช่วงต้นปีหน้า จะใช้หน่วยประมวลผลรุ่นใหม่ที่ชื่อว่า "Gulftown" จาก Intel ก่อนที่หน่วยประมวลผลรุ่นดังกล่าวจะออกมาทำตลาด กับผู้ผลิตรายอื่นในช่วงไตรมาสที่สองของปีหน้า โดยหน่วยประมวลผลรุ่นนี้จะมีแกนประมวลผลอยู่ที่ 6 แกน และสามารถทำงานพร้อมกันได้ถึง 12 งานในแต่ละแกน มีหน่วยความจำ Cache แบบใช้ร่วมกันสูงถึง 12MB และใช้พลังงานลดลง

นอกจากนั้นยังรายงานอีกว่าความเร็วของ Ethernet ในเครื่องจะเปลี่ยนมาใช้การ์ดแบบ 10Gbit และรองรับการใช้งานหน่วยความจำ RAM ชนิดแถวละ 8GB และ 16GB ซึ่งจะทำให้สามารถใส่หน่วยความจำได้สูงสุดถึง 128GB

ทั้งนี้กระแสข่าวดังกล่าวยังเป็นกระแสข่าวลือที่ยังไม่มีน้ำหนักเท่าไรนัก ดูแล้วยังเป็นเพียงการคาดการณ์จากข่าวคราวแผนงานพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ Intel เสียมากกว่า คาดว่าเป็นการวิเคราะห์โดยใช้พื้นฐานของข่าวที่ว่า เมื่อต้นปีที่ผ่านมา Apple เป็นผู้ผลิตที่ได้รับหน่วยประมวลผล Nehalem มาใช้ในการผลิตก่อนผู้ผลิตรายอื่น
รายงานจากเว็บ iClarified ระบุว่า iPhone 3GS ที่ผลิตออกมาในช่วงหลังนี้ ได้รับการแก้ไขช่องโหว่ใน Boot ROM ที่ถูกใช้ในการทำ jailbreak เรียบร้อยแล้ว โดยช่องโหว่ดังกล่าวเป็นช่องโหว่ที่โปรแกรม jailbreak ใช้กันอยู่ สำหรับการแก้ไขการ jailbreak ก่อนหน้านี้ถ้าจะเคยมีการป้องกันกันอยู่บ้าง ก็เป็นเพียงการอัพเดต Software ใหม่เท่านั้น นี่เป็นครั้งแรกมีการแก้ไข Boot ROM ป้องกันกันตั้งแต่กระบวนการผลิตเลยทีเดียว

สำหรับการป้องกัน Jailbreak นั้นที่ผ่านมาหากจะทำจริงจัง ก็ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับผู้ผลิตอย่าง Apple อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ App Store ยังไม่แข็งแรงพอ ในช่วงที่โปรแกรม 3rd Party สำหรับ iPhone ยังไม่มากพอ ดูเหมือนว่า Apple จะยังไม่ค่อยจริงจังกับการสู้รบตบมือกับการ Jailbreak มากนัก ณ ปัจจุบันที่สถานการณ์เปลี่ยนไปค่อนข้างมากแล้ว โปรแกรมใน App Store มีจำนวนมาก ฐานผู้ใช้ iPhone OS มีจำนวนมาก ความจำเป็นที่ Apple จะต้องพึ่งพาการ Jailbreak ทางอ้อมก็ลดลงตามลำดับ

คงต้องติดตามดูกันต่อไป สำหรับชุมชนนัก Jailbreak ว่าจะมีแนวทางกันอย่างไรต่อไป อันที่จริงก็เป็นที่รับรู้กันมานานแล้วว่า Apple เองไม่ได้เห็นด้วยกับการ Jailbreak เครื่อง เนื่องจากเป็นช่องทางที่ผู้ใช้จะใช้มันไปในการละเมิดลิขสิทธิ์โปรแกรมใน App Store ซึ่งจะส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่าง Apple และ Developer ทั้งหลาย ดังนั้นท่าทีของ Apple ต่อการ Jailbreak จึงเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ นอกจากความไม่เห็นด้วย
กระแสข่าวลือจากเว็บ 9 to 5 Mac ระบุว่า Apple กำลังพัฒนาโปรแกรม FM Radio สำหรับ iPhone และ iPod touch โดยจะมีคุณสมบัติแบบเดียวกับที่มีใน iPod nano รุ่นที่ 5 ซึ่งสามารถที่จะ tag ชื่อเพลงจากสัญญาณวิทยุ และมี Live Pause ที่สามารถหยุดการฟังวิทยุไว้ชั่วคราว แล้วกลับมาฟังต่อจากจุดเดิมได้

โดยโปรแกรมดังกล่าวจะสามารถทำงานเป็น background สามารถใช้ฟังวิทยุไปพร้อมๆ กับการใช้งานอื่นๆได้ อย่างไรก็ตามยังไม่มีรายละเอียดว่าโปรแกรมดังกล่าว จะแยกออกมาเป็นโปรแกรมต่างหาก หรือจะรวมเข้ากับคุณสมบัติของโปรแกรม iPod ในเครื่อง

และที่ยังไม่ชัดเจนที่สุดก็คือว่ามันจะสามารถใช้กับ iPod touch และ iPhone รุ่นล่าสุดได้หรือไม่ หรือจะใช้ได้กับรุ่นใหม่ที่จะออกหลังจากนี้ ก่อนหน้านี้มีการพบว่าชิปเซ็ตที่ทำงานด้าน Bluetooth และ Wi-Fi ใน iPhone และ iPod touch นั้นเป็นรุ่นที่มีความสามารถในการรับ และส่ง สัญญาณ FM ได้ภายในตัวอยู่แล้ว แต่ Apple ยังไม่ได้ใช้คุณสมบัตินี้ของชิปดังกล่าว นอกจากนี้ดูเหมือนว่าจะยังไม่ได้มีการออกแบบวงจรเสาอากาศสัญญาณเผื่อไว้ด้วย หากวงจรดังกล่าวจำเป็นจะต้องใช้เสาส่งสัญญาณแยกต่างหากจาก Bluetooth และ Wi-Fi ก็อาจจะเป็นไปได้ว่า ในเครื่องรุ่นปัจจุบันจะไม่สามารถใช้งานได้ แม้ว่าจะมีโปรแกรมออกมาก็ตาม

ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวที่อ้างว่ามาจากค่ายเพลงอิสระ ระบุว่า Apple คิดค่าธรรมเนียมในการที่ค่ายเพลงจะสามารถเข้ามาพัฒนาเนื้อหา Interactive แบบ iTunes LP เพื่อขายใน iTunes Store เป็นมูลค่าถึง 10,000 เหรียญสหรัฐ ซึ่งจะทำให้ค่ายเพลงเล็กๆ ไม่สามารถแข่งขันกับค่ายเพลงใหญ่ๆได้ ซึ่งแน่นอนว่า ทันทีที่มีกระแสข่าวนี้ Apple ก็ถูกโจมตีวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆนาๆ ตามระเบียบ

อย่างไรก็ตามหลังจากกระแสข่าวดังกล่าวออกมาได้ไม่นานนัก Apple ก็ออกมาบอกว่าบริษัทไม่ได้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการพัฒนาใดๆ และไม่เคยเรียกเก็บ พร้อมกันนั้นกำลังเตรียมการณ์ที่จะเปิดเอกสารสำหรับการพัฒนาเนื้อหา Interactive แบบ iTunes LP ให้กับค่ายเพลงต่างๆ ในอนาคตอันใกล้ เพื่อจะได้ช่วยกันขยายตลาดตรงนี้ให้มากขึ้น กว่าที่มีอยู่ในปัจจุบัน
Apple ปล่อยตัวอัพเดตสำหรับ iMovie รุ่น 8.0.5 โดยนอกจากจะมีการอัพเดตแก้ไขข้อบกพร่องเล็กๆน้อยๆแล้ว ก็ยังมีการเพิ่มเติมคุณสมบัติใหม่เข้ามาด้วย โดยในเอกสารแนบการอัพเดตมีระบุไว้ดังต่อไปนี้

  • Improved compatibility with camcorders using the iFrame video format 
  • Improved compatibility with importing video captured on the iPod nano
  • Fixed problems with resizing the iMovie window during playback

คือการรองรับไฟล์ VDO ที่ถ่ายด้วย iPod nano และการรองรับไฟล์มาตรฐาน iFrame ซึ่งเป็นมาตรฐานใหม่ ซึ่งพัตนาขึ้นโดย Apple เอง ปัจจุบันมีกล้องสองรุ่นของ Sanyo ได้นำไปใช้แล้ว โดย iFrame นั้นจะทำให้ได้ไฟล์ที่มีขนาดเล็ก และมีคุณภาพที่ดี โดยรูปแบบของการบันทึกตามมาตรฐาน iFrame ในกล้องจะเป็นแบบเดียวกับที่ใช้ในการตัดต่องานในเครื่องคอมพิวเตอร์ ดังนั้นการนำวีดีโอเข้า จะทำได้เร็ว และการตัดต่อรวมถึงการนำวีดีโอออก ก็สามารถทำได้อย่างง่ายและรวดเร็ว

ผู้ใช้สามารถอัพเดตได้จากลิงค์ข้างต้น หรือผ่านทางเมนู Software Update ในเครื่องได้เลย
รายงานจากเว็บ Security System News ระบุข้อมูลจากบริษัทซึ่งรับงานติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยให้กับกองทัพสหรัฐ อย่าง VideoNEXT ว่าบริษัทได้เริ่มเปลี่ยนแปลงผลิตภัณฑ์ของตนจากเดิมที่ ใช้งานได้ในระบบ Windows อย่างเดียว มาเป็นเพิ่มการรองรับการใช้งานระบบ Red Hat Linux และ Mac OS X

และล่าสุดได้เริ่มนำ Server ของ Apple (ไม่ได้ระบุว่าเป็น Mac Pro หรือ Xserve) ไปใช้ในงานติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยดังกล่าวแล้ว Chris Gettings ซึ่งเป็น CEO ของบริษัทดังกล่าวระบุว่าเมื่อนำ platform ของ Apple มาใช้ เขาไม่ได้ต้องกับปัญหาเรื่อง Memory Leaks ที่พบเป็นประจำในการใช้งาน Windows และในขณะที่ Red Hat Linux ซึ่งเป็นระบบที่คล้ายกับ Unix มีประสิทธิภาพในการทำงานที่ดี แต่ในแง่ของส่วนการติดต่อกับผู้ใช้แล้วนั้น User Interface ของ Apple ดีกว่ากันมาก มันใช้งานได้ง่ายมากเลยทีเดียว

Pat Mercer ผู้จัดการสาขาที่ Beltsville รัฐ Maryland ระบุว่าในตอนแรกนั้นฝ่าย IT เองก็ไม่ค่อยรู้สึกเห็นด้วยกับการนำระบบของ Apple มาติดตั้งเท่าไร แต่เมื่อถามถึงความต้องการในการใช้งานแล้ว ทางกองทัพต้องการระบบที่มีปัญหากับเรื่องความปลอดภัยน้อยที่สุด ซึ่งคำตอบของประเด็นนี้ก็คือระบบ Mac ซึ่งมีไวรัส และกรณีต่างๆ ในประเด็นดังกล่าวน้อยกว่าระบบอื่นมาก ในขณะที่ค่าใช้จ่ายก็ไม่ได้แตกต่างกันมาก
วันนี้ Google ได้ประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่า Arthur Levinson อดีต CEO บริษัท Genentech ได้ลาออกจากการตำรงตำแหน่งคณะกรรมการบริหารของ Google แล้วเรียบร้อย โดยมีผลนับตั้งแต่ประกาศดังกล่าวออกมา หลังจากที่เขาอยู่ในตำแหน่งนั้นมาถึง 5 ปี โดยที่นอกจาก Google แล้วเขายังดำรงตำแหน่งคณะกรรมการบริหารใน Apple อยู่ด้วย โดยอยู่กับ Apple มาตั้งแต่ปี 2000

ก่อนหน้านี้ Levinson ก็เป็นอีกหนึ่งกรณีที่หน่วยงานกำกับดูแลตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกา เข้ามาสอบสวนในกรณีระหว่าง Apple และ Google ซึ่งมีคณะกรรมการบริหารที่อยู่ในทั้งสองบริษัทอยู่ถึงสองคน โดยอีกคนหนึ่งก็คือ Eric Schmidt ซึ่งได้ประกาศลาออกจากการนั่งเก้าอี้คณะกรรมการบริหาร Apple ไปแล้วในช่วงเดือนสิงหาคมก่อนหน้านี้

การลาออกจาก Google ในครั้งนี้ของ Levinson ทำให้ไม่มีใครที่นั่งเก้าอี้คณะกรรมการบริหารควบทั้ง Apple และ Google เหลืออีกต่อไป
ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีรายงานข่าวเกี่ยวกับ App Store เล็กๆน้อยๆ ประเด็นแรกคือเรื่องของชื่อโปรแกรม มีนักพัฒนาหลายรายพบว่า ชื่อโปรแกรมที่ตนเองต้องการใช้นั้น มีการจองชื่อไปแล้ว โดยที่ยังไม่มีโปรแกรมใดๆออกมา ทั้งนี้โปรแกรมใน App Store นั้นมีข้อกำหนดว่า แต่ละโปรแกรมจะต้องมีชื่อที่ไม่ซ้ำกับโปรแกรมอื่น ประเด็นนี้เป็นประเด็นที่พึ่งพบเพิ่มขึ้นในช่วงนี้ หลังจากที่ App Store เริ่มมีโปรแกรมเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก

มีนักพัฒนาหลายรายห่วงว่าปัญหาดังกล่าวจะเป็นเหมือนกับ ปัญหาเรื่องชื่อโดเมนของเว็บไซต์ ที่มีผู้หัวใสไปจดชื่อหลักๆไว้ เพื่อหวังจะขายต่อในราคาสูงภายหลัง ซึ่ง Apple คงต้องหามาตรการจัดการกับเรื่องนี้เตรียมไว้แก้ไขปัญหาในอนาคต

ทั้งนี้สาเหตุที่นักพัฒนาสามารถมาจองชื่อไว้ก่อน แม้จะยังไม่มีการส่งโปรแกรมเข้า App Store เป็นเพราะชื่อโปรแกรมจะต้องถูกนำไปใช้ในขึ้นตอนการพัฒนา หากพัฒนาจนเสร็จแล้วมาแก้ไขข้อมูลภายหลัง บางครั้งอาจจะเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายนักก็เป็นไปได้

นักพัฒนางอนปรับราคาโปรแกรมจาก 3 เหรียญเป็น 40 เหรียญ หลังจากมีผู้บ่นกันมาก

นักพัฒนาโปรแกรม Alchemize ได้ปรับราคาโปรแกรมของตนใน App Store จาก 2.99 เหรียญสหรัฐ เป็น 39.99 เหรียญสหรัฐ หลังจากที่ผู้ใช้บ่นกันเข้ามามากว่าโปรแกรมดังกล่าวราคาแพงเกินไป ทำให้ตอนนี้โปรแกรมดังกล่าวได้กลายเป็นเกมส์ที่แพงที่สุดใน App Store ไปเรียบร้อยแล้ว 

ทั้งนี้ทางนักพัฒนาได้ประกาศไว้ว่าราคาจะขึ้นชั่วคราว และรายได้จากช่วงนี้จะนำไปบริจาค การขึ้นราคาครั้งนี้ เป็นการตอบโต้เสียงบ่น จากผู้ซื้อที่มักจะมองว่าโปรแกรมต่างๆ จะต้องแจกฟรี หรือมีราคาเท่านั้นเท่านี้ ส่วนผลของการงอนในครั้งนี้จะออกมาเป็นอย่างไรก็คงต้องรอดูกันไปอีกสักระยะ
รายงานจากเว็บไซต์หลายแหล่ง ระบุว่ามีรายงานการพบปัญหา ในขั้นตอนการอัพเกรดระบบจาก Leopard มาเป็น Snow Leopard โดยที่ใน Leopard ได้ทำการเปิดใช้งาน Guest Account ไว้ ว่ามีผลทำให้ข้อมูลของผู้ใช้บัญชีอื่นหายไปด้วย หลังจากที่อัพเกรดและระบบได้ทำการ boot ขึ้นมา หากพบว่าระบบนำคุณเข้าสู่บัญชีของ Guest และหลังจากนั้นเมื่อเปลี่ยนกลับไปใช้งานบัญชีอื่น อาจจะพบว่าข้อมูลหายไปได้

คาดว่ามาจากข้อผิดพลาดบางอย่าง โดยที่ปกติ Guest Account นั้นจะมีการลบข้อมูลในการใช้งานออกหลังจากมีการ Logout แต่กลายเป็นว่าแทนที่จะลบข้อมูลของ Guest Account แต่กลับไปลบข้อมูลของบัญชีผู้ใช้อื่นแทน ทั้งนี้ปัญหานี้มีรายงานเข้ามาบ้างแต่ยังไม่ใช่ปัญหาที่พบกันในทุกกรณี

สำหรับการแก้ไขหากพบปัญหาดังกล่าว ให้ Restore ข้อมูลจาก Time Machine และไปจัดการปิดการใช้งาน Guest Account ใน System Preference

ส่วนการป้องกันปัญหาดังกล่าว เมื่อจะอัพเกรดจาก Leopard ไปเป็น Snow Leopard ให้ทำการปิดการใช้งาน Guest Account ก่อนแล้วจึงไปเปิดใหม่หลังจากอัพเกรดเป็น Snow Leopard เรียบร้อยแล้ว ซึ่งไม่มีรายงานว่าพบปัญหาแต่อย่างใด ปัญหาดังกล่าวมีการแจ้งเข้าไปให้ทาง Apple ทราบแล้ว อย่างไรก็ตาม ณ เวลานี้ยังไม่มีรายละเอียดใดๆออกมาจากทาง Apple

Update : ล่าสุด Apple แจ้งอย่างเป็นทางการออกมาแล้วว่า ทราบถึงปัญหาดังกล่าวที่เกิดขึ้นแล้ว โอกาสเกิดปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นได้น้อยมาก และกำลังดำเนินการแก้ไขอยู่
สัปดาห์ที่ผ่านมา มีรายงานออกมาจากหน่วยงานกำกับดูแลสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้า ของสหรัฐอเมริการะบุว่า ทางหน่วยงานได้มอบสิทธิในความเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า คำว่า "Mighty Mouse"" ที่ใช้กับ อุปกรณ์ควบคุมเคอร์เซอร์คอมพิวเตอร์ ให้กับบริษัท Man & Machine ซึ่งเป็นบริษัทในรัฐ Maryland เรียบร้อยแล้ว โดยบริษัทดังกล่าวนั้นเป็นบริษัทที่ผลิตแป้นพิมพ์แบบกันน้ำ และเม้าส์ ที่ใช้ในงานอุตสาหกรรม และการแพทย์

บริษัท Man & Machine ได้ผลิตผลิตภัณฑ์โดยใช้ชื่อว่า Mighty Mouse ออกมาหลายรุ่น และได้ยื่นจดเครื่องหมายทางการค้าตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม 2004 ส่วน Apple นั้นออก Mighty Mouse มาในเดือนสิงหาคม 2005 ในช่วงที่ผ่านมาการจดทะเบียนยังไม่เรียบร้อย แต่ ณ ตอนนี้บริษัทดังกล่าวถือครองเครื่องหมายการค้าชื่อ Mighty Mouse ไปแล้ว ดังนั้นย่อมเป็นที่แน่นอนว่า Apple จะไม่สามารถใช้ชื่อนี้ได้อีก

ในช่วงเดือนที่ผ่านมามีข่าวลือกันว่า Apple จะผลิต Mouse รุ่นใหม่ที่ใช้ระบบ Multi-touch ออกมา เมื่อต้นเดือนได้มีข่าวการหลุดออกมาของภาพร่าง Mouse รุ่นใหม่ของ Apple ในเว็บ FCC มาแล้วด้วย
หลังจากปล่อย Snow Leopard ตัวอัพเดตรุ่นใหม่ 10.6.2 ให้นักพัฒนานำไปทดลองใช้งานกันเพียงไม่กี่วัน ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา Apple ก็ปล่อยตัวใหม่ล่าสุดเป็น build 10C519f ให้นักพัฒนานำไปทดลองใช้งานกันแล้ว โดยที่ตัวอัพเดตนี้มีขนาด 456MB และมีการปรับปรุงแก้ไขในส่วนต่างๆ เพิ่มเข้ามาเยอะพอสมควร

ซึ่งการอัพเดตครั้งนี้ นอกจากจะมีการปรับปรุงในส่วนของเดิมที่เคยมีรายงานไปแล้ว ก็ยังมีการปรับปรุงในส่วนใหม่ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขในรุ่นที่ผ่านมาเกือบสี่สิบจุด และในเอกสารแนบยังได้ระบุถึงจุดที่นักพัฒนาต้องตรวจสอบเป็นพิเศษว่าจะมีปัญหาอะไรกับการอัพเดตหรือไม่อีกกว่า 150 จุด สำหรับ Know Issue หลักๆที่มีการพบและแจ้งว่ายังมีใน build นี้มีดังต่อไปนี้

  •  There may be video corruption lines with certain video cards
  •  Core Data is generating incorrect SQL and returning wrong results
  •  In Koetori, pressing + may not behave as expected
  •  In some systems with external display attached, opening System Preferences causes the system to hang
เมื่อคืนวานที่ผ่านมา Apple ได้ออกตัวอัพเดตสำหรับ iPhone OS รุ่นใหม่ โดยเป็นรุ่นที่ 3.1.2 มาพร้อมกับการแก้ไขข้อบกพร่องเล็กๆน้อยๆ ในรุ่นก่อนหน้านี้ โดยจะมีผลกับ iPhone และ iPod touch ทุกรุ่น ในเอกสารแนบมีระบุข้อบกพร่องที่ได้รับการแก้ไขไว้ดังนี้

  • Resolves sporadic issue that may cause iPhone to not wake from sleep
  • Resolves intermittent issue that may interrupt cellular network services until restart
  • Fixes bug that could cause occasional crash during video streaming
ขนาดของตัวอัพเดตนั้นมีขนาดประมาณ 230MB ผู้ใช้ iPhone และ iPod touch สามารถอัพได้ได้จากโปรแกรม iTunes
ClickToFlash เป็นโปรแกรมเสริมสำหรับผู้ใช้ Safari ช่วยปิด Flash Movie ในหน้าเว็บ ให้เราคลิกเพื่อสั่งให้ Flash Movie ทำงานได้ต่อเมื่อเราต้องการเท่านั้น ในยุคปัจจุบันที่มีการใช้ Flash กันอย่างเกลื่อนกลาด และบ่อยครั้งที่ไฟล์ Flash เหล่านั้นกินทรัพยากรเครื่องของเราจนน่ารำคาญ ClickToFlash เป็นทางออกสำหรับชาว Safari ที่เจอปัญหาดังกล่าว

โดยตัวโปรแกรมรองรับ Mac OS X ตั้งแต่ Tiger , Leopard และ Snow Leopard เป็นโปรแกรมแจกฟรี สามารถโหลดได้จาก Link ข้างต้น

นอกจากนี้เมื่อใช้งานกับเว็บ YouTube ยังสามารถเลือกที่จะใช้ Flash Player ของ YouTube หรือใช้ QuickTime Plugins เป็นตัวเล่นวีดีโอในแบบ H.264 ได้ และยังสามารถเลือกโหลดไฟล์วีดีโอจาก YouTube เป็นไฟล์ H.264 ได้โดยตรงอีกด้วย !!
Apple ได้ปล่อย Mac OS X 10.6 Snow Leopard รุ่นอัพเดตตัวใหม่ เป็น build 10C514f ให้กับนักพัฒนาแล้ว โดยในรุ่นนี้มีระบุว่ามีการแก้ไขปัญหาเล็กๆน้อยๆ และปรับปรุงประสิทธิภาพในส่วนต่างๆดังต่อไปนี้ Address Book, AppleScript, AppleScriptObjC, ATS, ColorSYnc, Component Manager, Core Animation, Core Audio, Core Chinese Engine, Core Data, Core Graphics, Core Text, File Manager, Garbage Collection, Graphic Drivers, Help Viewer, ImageKit, IOHIFamily, Networking, NS Imaage, OpenCL, OpenGL, OSA, QT Kit, Speech Recognition, Sync Service และ Xtype

นอกจากนี้ในตัวอัพเดตดังกล่าวยังมีระบุ ถึงปัญหาเกี่ยวกับ Optical drive ที่อ่านข้อมูลบางอย่างไม่ได้ รวมถึงปุ่ม Eject ไม่สามารถจะคายแผ่นได้ และปัญหาที่ DVD Player ปิดตัวเอง ที่ทาง Apple พบว่ายังมีปัญหาอยู่ใน build นี้ เป็นคำเตือนสำหรับนักพัฒนาที่จะทดสอบการติดตั้งตัวอัพเดตรุ่นใหม่นี้ไว้ด้วย

สำหรับ Mac OS X 10.6.1 นั้นออกมาเมื่อช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา
แม้ว่า Apple จะไม่นำ Flash มาใช้งานใน Safari ใน iPhone และพยายามที่จะผลักดันการใช้งาน HTML 5 , Javascript รวมถึง CSS มาตรฐานใหม่ๆ ให้ถูกนำมาใช้ทดแทน แต่ Adobe ก็ยังไม่ละความพยายามที่จะเข้ามามีส่วนร่วมกับแพลตฟอร์ม iPhone ล่าสุด Adobe เปิดเผยว่าโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นด้วย Flash รุ่นต่อไป จะสามารถแปลงให้เป็นโปรแกรมสำหรับ iPhone แบบ Native ได้ โดยไฟล์ที่ได้ก็จะเป็นไฟล์ "ipa" เหมือนโปรแกรมอื่นๆใน iPhone เป็นโปรแกรมที่พร้อมที่จะส่งเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบของ App Store ได้ในทันที

ที่ผ่านมาการพัฒนาโปรแกรมใน iPhone จำกัดอยู่เฉพาะการพัฒนาโดย Xcode ซึ่งเป็นเครื่องมือพัฒนาที่ Apple แจกให้นักพัฒนาโหลดไปใช้กันได้ฟรี หากโปรแกรม Flash สามารถใช้ในการพัฒนาโปรแกรมใน iPhone ได้ด้วย การพัฒนาก็จะทำได้ง่ายมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามในแง่ของการดึงประสิทธิภาพของฮาร์ดแวร์ มาใช้ให้ได้อย่างเต็มที่ ว่าทำได้ดีมากน้อยแค่ไหนเมื่อเทียบกับ Native Application ที่พัฒนาด้วย Xcodeคงต้องดูกันอีกครั้งหลังจากที่ตัวจริงออกมา

ที่ผ่านมามีโปรแกรมใน App Store จำนวนหนึ่งที่ใช้การพัฒนาแบบนี้ โดยผ่านการใช้งาน Adobe Flash รุ่นพิเศษที่ทาง Adobe ปล่อยให้นักพัฒนาบางกลุ่มทดลองใช้ก่อน ตัวอย่างเช่นโปรแกรม Chroma Circuit , Fickleblox และอื่นๆอีกพอสมควร
รายงานจาก NPD ซึ่งเป็นหน่วยงานวิจัยทางการตลาด พบว่ายอดผู้ที่มีเครื่อง Mac ในครอบครองนั้นเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 9 ในปีที่ผ่านมา มาเป็นประมาณร้อยละ 12 ในปีนี้ โดยในจำนวนผู้ใช้ Mac เกือบร้อยละ 85 นั้นมี PC อยู่ด้วย และมีถึงร้อยละ 66 ที่มีคอมพิวเตอร์ในบ้านมากกว่า 3 เครื่อง!! ในขณะที่ผู้ใช้ PC Windows นั้นมีเพียงประมาณร้อยละ 29 เท่านั้นที่มีคอมพิวเตอร์หลายเครื่อง

ในจุดนี้ก็มองกันได้หลายมุม หากมองในแง่มุมเซียนเทพที่เกลียด Mac ก็คงจะบอกว่าเป็นเพราะ Mac ไม่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ ผู้ใช้จึงต้องมี PC ด้วย ในขณะที่ PC ตอบโจทย์ทุกความต้องการ มีแค่ไม่กี่คนที่ใช้ PC แล้วต้องมีคอมพ์หลายๆเครื่อง อย่างไรก็ตามเรื่องนี้สะท้อนได้ถึงกลุ่มผู้ใช้งาน Mac และ PC ที่ค่อนข้างมีความต่างกันค่อนข้างชัดเจน 

นอกจากนั้นผลการศึกษายังพบว่า ผู้ที่ซื้อผลิตภัณฑ์ของ Apple มีรายได้โดยเฉลี่ยสูงกว่า และยังมีแนวโน้มที่จะมีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไฮเทคทั้งหลายมากกว่าดังแผนภูมิต่อไปนี้

094931-npd_household_penetration_survey.jpg
Psystar ยังไม่หายไปไหน แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีข่าวการล้มละลายออกมา แต่หลังจากนั้นก็ยังมีข่าวคราวระหว่าง Apple และ Psystar ออกมาเป็นระยะๆ (อย่างไรก็ตาม Apple191 ไม่ได้นำเสนอบ่อยนัก เพราะไม่ค่อยมีนัยสำคัญกับเราๆท่านๆ) สำหรับ Psystar บริษัทที่ดำเนินการขาย Mac clone ในประเทศสหรัฐซึ่งเป็นคดีความฟ้องร้องกับ Apple มาร่วมปี

ความเคลื่อนไหวล่าสุด Psystar ประกาศว่าจะออกใบอนุญาตในโปรแกรมพิเศษของตนที่ทำมาเพื่อให้ PC ของ Psystar สามารถติดตั้งแผ่น Mac OS X แบบ Retail ได้ ให้กับผู้ผลิต PC รายอื่นสามารถนำไปติดตั้ง โดยจะสามารถใช้ตราสัญลักษณ์ของ Psystar เพื่อให้ผู้ซื้อเห็นได้ด้วย ว่าเครื่องดังกล่าวสามารถติดตั้งแผ่น Mac OS X แบบ Retail ได้

ปัจจุบันคดีความต่างๆระหว่าง Apple และ Psystar นั้นก็ยังคงค้างคาอยู่ในการตัดสินของกระบวนการยุติธรรมสหรัฐอเมริกา
สิทธิบัตรชิ้นนี้ยื่นเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และพึ่งได้รับการเปิดเผยไม่กี่วันก่อนหน้านี้ โดยเนื้อหาในตัวสิทธิบัตรนั้นเป็นเรื่องของการใช้งานเทคโนโลยี Multi-Touch ด้วยมือสองข้างแบบใหม่ ก่อนหน้านี้ Apple ก็ได้ถือครองสิทธิบัตรที่เกี่ยวกับการใช้งาน Multi-Touch หลายอย่างจากการเข้าซื้อบริษัท Fingerworks เมื่อปี 2005 ทำให้ Apple สามารถนำเอาเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้งาน ในหลายผลิตภัณฑ์ในช่วงนี้ ซึ่งสิทธิบัตรก่อนหน้านี้ก็มีชิ้นที่ระบุถึงการใช้งานแบบสองมืออยู่ด้วยเหมือนกัน

124928-two_hand_sensing.jpg

บางท่านอาจจะสงสัยว่าใน iPhone , iPod touch ตอนนี้เราก็ใช้สองมือได้อยู่แล้วนี่ สิ่งที่แตกต่างไปจากการใช้งานสองมือก่อนหน้านี้ ก็คือความสามารถใหม่ๆ ในการตรวจจับการใช้งาน นิ้วทั้งสิบ รวมถึงอุ้งมือ เพื่อตรวจสอบการใช้งานได้เพิ่มขึ้น รองรับการใช้งานที่หลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการพิม์ การพักมือการชี้ การเคลื่อนที่ การใช้งานแบบ 3 มิติ การเขียนลายมือ ซึ่งจะทำให้สามารถใช้งานต่างๆเหล่านี้ได้ โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ป้อนข้อมูลภายนอกอื่นๆเพิ่มเติมเลย

มาลองลุ้นกันดูครับ ว่าผลิตภัณฑ์ที่จะนำเอาสิทธิบัตรฉบับนี้ไปใช้ จะออกมารูปแบบไหน และออกมาเมื่อไหร่ ?
เว็บ Engadget รายงานข้อมูลจากเว็บ FCC ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านการสื่อสารของสหรัฐอเมริกา ระบุว่า Keyboard และ Mouse ไร้สายของ Apple รุ่นใหม่ได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว โดยในเอกสารอนุมัตินั้นได้มีการแสดงภาพร่างของผลิตภัณฑ์ เพื่อระบุตำแหน่งสัญลักษณ์ของ FCC ซึ่งในเวลาไม่นานหลังจากที่มันโผล่ออกมา ก็ถูกลบออกจากหน้าเว็บไซต์แทบจะทันที

ก่อนหน้านี้เล็กน้อยมีข่าวว่า Apple จะออกเม้าส์รุ่นใหม่ในระยะเวลาอันใกล้นี้ จากภาพในเว็บไซต์ FCC ดูเหมือนว่าเม้าส์ดังกล่าวจะมีขนาดและรูปร่างคล้ายๆกับ Mighty Mouse รุ่นปัจจุบัน แต่ว่าจะมีขนาดที่ดูผอมกว่าเล็กน้อย
130436-apple_mouse.jpg
สำหรับ Keyboard นั้นเป็นภาพร่างด้านหลังดูแล้วใกล้เคียงกับรุ่นที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน แต่มีขนาดที่เล็กลงกว่าเดิมเล็กน้อย อาจจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก (?)
130435-apple_keyboard.jpg
สัปดาห์ที่ผ่านมามีกระแสข่าวว่า Apple กำลังทำ Mouse รุ่นใหม่ซึ่งมีความสามารถในการใช้งานแบบ Touch sensitive โดยจะทำให้เราสามารถใช้งานได้ซับซ้อนมากขึ้น จากการสัมผัสตามตำแหน่งต่างๆของเม้าส์ ล่าสุด AppleInsider ได้รายงานเพิ่มเติมรายละเอียด ที่เม้าส์รุ่นใหม่ของ Apple น่าจะออกมาเพิ่มเติม

ย้อนกลับไปในปี 2006 เมื่อเดือนมีนาคม Apple ได้จดสิทธิบัตร Mouse ที่ใช้เทคโนโลยี Multi-touch ซึ่งมา โดยเม้าส์ใหม่ดังกล่าวไม่ต้องใช้วงแหวนหรือปุ่ม scroll อีกต่อไป แต่สามารถใช้การสัมผัสคล้ายกับในการใช้งาน iPhone ได้

อย่างไรก็ตามในเรื่องของวัสดุที่จะใช้ผลิตนั้นยังขัดแย้งกันอยู่ในแต่ละกระแสข่าว บ้างก็ว่าจะเป็นอลูมิเนียม บ้างก็ว่าจะยังคงเป็นกรอบพลาสติกสีข่าวเหมือนเดิม
จากอันดับผู้ที่รวยที่สุดในสหรัฐอเมริกาที่นิตรยสาร Forbes ได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกๆปี ปีนี้ Steve Jobs ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Apple และปัจจุบันดำรงตำแหน่ง CEO ของ Apple ก็ติดโผกับเขาด้วยโดย Steve Jobs อยู่ในอันดับที่ 43 มีสินทรัพย์มูลค่าประมาณ 5,100 ล้านเหรียญสหรัฐ อย่างไรก็ตามแม้ว่าอันดับจะสูงขึ้นแต่เมื่อเทียบกับเมื่อก่อนแล้วมูลค่าทรัพย์สินของเขาลดลงจากก่อนหน้านี้ถึงประมาณ 600 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปีก่อน Steve Jobs ติดโผอันดับที่ 61 และอันดับก่อนหน้านั้นสูงสุดที่เขาเคยติดคือ 49 ในปี 2007

ในรายงานระบุว่าการลงทุนของ Jobs ที่ประสบความสำเร็จที่สุดก็คือการซื้อ Pixar มาจาก George Lucus ในปี 1986 ด้วยมูลค่า 10 ล้านเหรียญสหรัฐ หลังจากนั้นในปี 2006 เขาได้ขาย Pixar ให้กับ Disney ทำให้ Jobs กลายเป็นบุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นใน Disney สูงสุด ซึ่งปัจจุบันมูลค่าหุ้นดังกล่าวมีมูลค่ากว่า 3,900 ล้านเหรียญสหรัฐ

Steve Jobs เป็นผู้บริหารที่มีชื่อเสียงมากในเรื่องของเงินเดือน เขารับเงินเดือนจาก Apple เพียงปีละ 1 เหรียญสหรัฐเท่านั้น เนื่องจากเขาได้รับผลประโยชน์จากบริษัมมากมายจากมูลค่าหุ้นต่างๆ และของกำนัลที่บริษัทมอบให้เป็นพิเศษในแต่ละปีอยู่แล้ว
ข้อมูลจาก Net Application ซึ่งเก็บข้อมูลการใช้งานจากเว็บไซต์จำนวนมากทั่วโลก สรุปรายงานการใช้งาน Web Browser ประจำเดือนกันยายนที่ผ่านมา พบว่า Safari ของ Apple มีสัดส่วนการใช้งานเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 4.07 ในเดือนสิงหาคมมาเป็นร้อยละ 4.24 ในเดือนกันยายน 

สำหรับ Internet Explorer นั้นมีสัดส่วนลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 65.71 ในช่วงปีที่ผ่านมาแนวโน้มสัดส่วนการใช้งานของ IE นั้นยังมีแนวโน้มที่ลดลงเรื่อยๆ  สำหรับ FireFox และ Opera นั้นมีสัดส่วนการใช้งานเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่มากไปกว่าที่เคยเป็นในอดีต ส่วน Chrome นั้นมีสัดส่วนการใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างค่อนข้างชัดเจน คาดว่าภายในต้นปีหน้า คงจะมีสัดส่วนการใช้งานแซงหน้า Safari ได้ในที่สุด

สำหรับรายงานสัดส่วนการใช้งานระบบปฎิบัติการนั้น Mac OS X มีส่วนแบ่งการใช้งานเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 4.87 ในเดือนสิงหาคม มาเป็นร้อยละ 5.12 ในเดือนกันยายน เป็นครั้งแรกในรอบปีที่ Mac มีส่วนแบ่งเพิ่มขึ้นเกินร้อยละ 5 ส่วน Mac OS X 10.6 Snow Leopard ที่พึ่งออกมาใหม่ล่าสุดนั้น มีรายงานระบุว่าผู้ใช้ Mac OS X รุ่นก่อนหน้า อัพเกรดไปใช้ Snow Leopard ในห้วงเวลา 1 เดือนแรกกันมากถึงร้อยละ 18 เลยทีเดียว
รายงานจาก Computerworld พบว่า Apple ได้ทำการเข้าซื้อกิจการบริษัท Placebase ซึ่งเป็นบริษัทที่ทำผลิตภัณฑ์ด้านแผนที่ คล้ายๆกับ Google Maps มาไว้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยข้อมูลปัจจุบันของ Jaron Waldman ซึ่งมีตำแหน่งเป็น CEO ของ Placebase ได้เข้ามาทำงานกับ Apple โดยอยู่ในส่วนของ "Geo Team"

ประเด็นที่น่าสนใจอยู่ที่ว่าความเคลื่อนไหวในครั้งนี้ จะสะท้อนให้เราเห็นภาพอะไรที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคตต่อจากนี้หรือไม่ ที่ผ่านมา Apple ใช้บริการออนไลน์ของ Google หลายอย่างในผลิตภัณฑ์ของตน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Google Maps ที่ถูกนำมาใช้กับโปรแกรม Maps ใน iPhone และการใช้งาน API ด้านแผนที่ใน iPhone OS 3.0 ซึ่งแม้ว่าจะนำเอาแผนที่ของ Google มาใช้งานในโปรแกรมต่างๆ ของนักพัฒนาภายนอกได้ แต่ก็ไม่ได้รับอนุญาตให้นำไปใช้งานกับโปรแกรมในลักษณะ Turn-by-Turn ตามเวลาจริง

หลังจากที่ผลิตภัณฑ์ของ Google หลายอย่างเริ่มเข้ามาทับซ้อนกับผลิตภัณฑ์ของ Apple มากขึ้นเรื่อยๆ จนส่งผลให้ Eric Schmidt ผู้เป็น CEO ซึ่งเคยนั่งเป็นคณะกรรมการบริหารใน Apple ต้องลาออกจากตำแหน่งดังกล่าว รวมถึงปัญหาความขัดแย้งระหว่าง Apple และ Google ในเรื่องของโปรแกรม Google Voices และ iPhone นี่อาจจะเป็นอีกหนึ่งความพยายามในการเตรียมตัว ที่จะค่อยๆลดความสำคัญของการใช้งานบริการของ Google และเตรียมบริการของตนเองขึ้นมาใช้งานทดแทน
AdMob ผู้ให้บริการระบบโฆษณาในตลาดโทรศัพท์มือถือรายงานข้อมูลสถิติ การแสดงโฆษณาในช่วงที่ผ่านมาระบุว่าในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมานั้น iPhone นั้นมียอดส่วนแบ่งการตลาดเป็นจำนวนร้อยละ 40 ของปริมาณการแสดงโฆษณาทั้งหมดของบริษัท โดยตัวเลขดังกล่าวเป็นตัวเลขรวมการใช้งานจากทุกๆประเทศ เป็นส่วนแบ่งที่เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 33 ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ทำให้ iPhone ขึ้นมาอยู่อันดับหนึ่งแซงหน้า Symbian เรียบร้อยแล้วตามแผนภูมิต่อไปนี้

160006-worldwide_os_share_500.png
อย่างไรก็ตามตัวเลขดังกล่าว เป็นส่วนแบ่งตลาดในมุมมองของผู้ให้บริการโฆษณาเท่านั้น ไม่ใช่ส่วนแบ่งตลาดตามยอดขายของอุปกรณ์แต่ละยี่ห้อแต่อย่างใด
รายงานจาก Gizmodo ระบุว่าอุปกรณ์ Tablet ผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Apple ที่คาดกันว่าจะออกมาในช่วงต้นปีหน้า จะเน้นไปที่การเปลี่ยนอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์แบบเดิม มาเป็นแบบอิเล็กทรอนิกส์ โดย Gizmodo อ้างแหล่งข่าวว่า Apple ได้พูดคุยกับ The New York Times มาตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และยังได้คุยกับสำนักพิมพ์อีกหลายราย เช่น McGraw Hill และ Oberlin Press เกี่ยวกับแนวทางในการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว โดยจะใช้แนวทางการขายผ่าน iTunes Store

นอกจากนั้นยังมีรายงานว่า Apple ได้ติดต่อพูดคุยกับผู้บริหารของนิตยสารอีกหลายฉบับ  มีการแสดงตัวอย่างของเนื้อหาในรูปแบบ Interactive ที่ผู้ใช้สามารถตอบโต้กับสิ่งที่กำลังอ่านหรือดูอยู่ได้ เพื่อนำเสนอให้เป็นถึงอนาคตของแนวทางดังกล่าว เมื่อมองจากในช่วงที่ผ่านมากับตลาดต่างๆ ที่ Apple พยายามสร้างพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น ดนตรี, ภาพยนตร์, เกมส์พกพา ความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ย่อมเป็นการเตรียมพร้อมหาแนวร่วมในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่กำลังจะออกมาในอนาคตอันใกล้ เหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วกับ iPod , iPhone และ iPod touch แน่นอน
รายงานจาก The New York Time ระบุว่า Apple ได้รับ Michael Tchao ซึ่งเคยเป็นหนึ่งในทีมงานพัฒนาผลิตภัณฑ์ Newton ซึ่งเป็น PDA ที่ Apple ผลิตออกมาทำตลาดในช่วงปี 1993 แต่ไม่ประสบความสำเร็จนักเนื่องจากหลายปัจจัย ทั้งยังมีขนาดที่ใหญ่ และมีราคาที่ค่อนข้างแพงมาก แต่ก็ยังคงได้รับคำชมในหลายๆด้านมาจนถึงทุกวันนี้ 

หลังจากออกจาก Apple ไปในครั้งนั้น นับถึงปัจจุบันก็ผ่านไปกว่า 15 ปีแล้ว และในครั้งนี้เขากลับมาทำงานในตำแหน่ง รองประธานฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์ รายงานตรงกับ Phil Schiller ซึ่งเป็นรองประธานอาวุโสฝ่ายดังกล่าว Tchao ทำงานกับ Apple ตั้งแต่ปี 1986 ถึงปี 1994 จากนั้นก็ออกไปทำงานกับบริษัทอื่นๆ และในปี 2002 ได้ทำงานในตำแหน่งผู้จัดการ Nike Techlab ซึ่งเป็นทีมงานที่พัฒนาผลิตภัณฑ์ Nike+ ที่ใช้งานร่วมกับ iPod

ยังไม่มีรายละเอียดว่า Tchao นั้นเข้ามารับผิดชอบงานในสายงานผลิตภัณฑ์ไหนเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตามคาดกันว่า นี่น่าจะมีความเชื่อมโยงกับผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Apple ที่ลือๆกันว่า Apple จะออก Tablet มาทำตลาดในช่วงต้นปีหน้า

ใครที่ยังไม่รู้จักกับ Newton ลองดูภาพยนตร์โฆษณาของ Newton นี้ดูนะครับ

Pages

OpenID accepted here Learn more about OpenID
จำนวนผู้รับข่าว

รับข่าวทางอีเมล์



Endless Motion Streamer
รับงานถ่ายวีดีโอ ถ่ายทำ VTR , Presentation , ภาพยนตร์โฆษณา , MV , ถ่ายวีดีโอ งานหมั้น งานแต่งงาน งานบวช งานเลี้ยง , ถ่าย OB งานประชมสัมนา งานเปิดตัวสินค้าต่างๆ ราคากันเอง สนใจรายละเอียดคลิกชมได้ที่นี่

About this Archive

This page is an archive of entries from October 2009 listed from newest to oldest.

September 2009 is the previous archive.

November 2009 is the next archive.

Back to Main index or look in the archives to find all content.