January 2010 Archives

หลังจากงานแถลงข่าวเปิดตัว iPad ผ่านพ้นไป Apple ก็เปิดให้โหลด iPhone OS SDK รุ่น 3.2 เพื่อให้นักพัฒนาเตรียมตัวนำไปใช้พัฒนาโปรแกรมสำหรับอุปกรณ์ตัวใหม่นี้เตรียมกันไว้ จุดที่น่าสนใจใน iPhone OS SDK 3.2 ที่ออกมาสำหรับ iPad นั้นมีดังต่อไปนี้

  • รองรับการต่อจอภายนอก โดยโปรแกรมสำหรับ iPad จะรองรับการแสดงผลออกหน้าจอภายนอก ที่เชื่อมต่อกับ iPad ผ่านทาง Dock
  • File Sharing จะมี directory ที่เป็นจุดสำหรับใช้งานร่วมกันกับ PC และ Mac อยู่ โปรแกรมใน iPad จะสามารถเขียนและอ่านข้อมูลจาก directory ดังกล่าวได้
  • ไม่มี Multi-Task ในเอกสารระบุว่าโปรแกรมสามารถทำงานได้เพียงครั้งและหนึ่งโปรแกรมเท่านั้น
  • Universal App โปรแกรมที่เขียนนั้นรองรับทั้ง iPhone และ iPad

ผ่านไปแล้วเรียบร้อยสำหรับงานแถลงข่าวผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Apple โดยหัวข้องานในครั้งนี้ Apple โปรยไว้ว่า "Come See Our Latest Creation" และก็เป็นไปตามที่คาดกันไว้ว่าผลิตภัณฑ์ที่ Apple เปิดตัวในครั้งนี้ก็คืออุปกรณ์ในลักษณะของ Tablet นั่นเอง โดย Apple ตั้งชื่อเจ้าสิ่งนี้ว่า iPad (ชื่อนี้เคยมีการลือกันมาก่อนหน้า iSlate อย่างยาวนานและหายไปในช่วงที่ชื่อ iSlate โผล่มา จนมาลือกันอีกครั้งก่อนเปิดตัวไม่นานนัก)


wireless_20100127.jpg
รูปร่างหน้าตาของ iPad นั้นคล้ายกับ iPhone ขนาดใหญ่ โดยมีหน้าจอกว้าง 9.7 นิ้ว พร้อมกับความละเอียดหน้าจอ 1024x768 มาพร้อมกับหน่วยความจำขนาด 16GB , 32GB และ 64GB ตามลำดับ สำหรับหน่วยประมวลผลนั้นใช้ชิปที่ผลิตโดย Apple เองชื่อว่า "Apple A4"  น้ำหนักเบาเพียง 1.5 ปอนด์ (ประมาณ 0.7 กิโลกรัม) มีความหนา 0.5 นิ้ว

สำหรับราคานั้นเริ่มต้นที่ 499 , 599 และ 699 เหรียญสหรัฐตามลำดับสำหรับรุ่นที่ไม่มีการเชื่อมต่อ 3G ภายใน ส่วนเครื่องที่มี 3G ก็มีราคา 626 , 729 และ 829 เหรียญสหรัฐตามลำดับ โดยรุ่นที่มีแต่ Wi-Fi อย่างเดียวจะเริ่มวางจำหน่ายภายใน 60 วันข้างหน้า และรุ่นที่มี 3G ด้วยนั้นจะเริ่มขายภายใน 90 วันข้างหน้า

หลังจากงานแถลงข่าวผลประกอบการจบลง โดยธรรมเนียบปฎิบัติ Apple ก็จะเปิดโอกาสให้ผู้สื่อข่าวได้สัมภาษณ์สอบถามคำถามต่างๆ จากผู้บริหาร โดยประเด็นสำคัญๆจากช่วงตอบคำถามดังกล่าวมีดังต่อไปนี้

  • Apple เปิด Store ใหม่ในไตรมาสที่ผ่านมา 10 แห่ง ตอนนี้มี Store ทั่วโลกทั้งสิ้น 283 แห่ง
  • มียอดผู้เข้าใช้งาน Store กว่า 50,900 ล้านคน
  • มีการปรับการคิดบัญชีแบบใหม่ทำให้ Apple TV และ iPhone จะต้องรวมรายได้จากการอัพเกรดในช่วง 2 ปีมาคิดรวมด้วย (หรือว่า iPhone และ Apple TV จะต้องเสียเงินค่า Upgrade firmware เหมือน iPod touch ?)
  • Tim Cook บอกว่า "เราเชื่อว่าผลิตภัณฑ์ที่เราขายออกไปนั้นเป็นผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดที่เราเคยทำมา และผลิตภัณฑ์ในสายการผลิตตอนนี้น่าตื่นเต้นมาก"
  • ต่อคำถามถึงผลิตภัณฑ์ที่น่าตื่นเต้นดังกล่าว Tim Cook บอกว่าให้รอดูในงานแถลงข่าววันพุธที่จะถึงนี้
  • เมื่อถามถึงยอดขาย iPhone ในจีน เขาบอกว่า Apple ไม่ได้มองยอดขายแยกรายประเทศ แต่มองถึงการทำการตลาดระยะยาว และเชื่อว่ามันมีศักยภาพที่จะเติบโตได้
  • ในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา Apple อาจจะขาย iPhone ได้มากกว่านี้ แต่ Apple เลือกที่จะใช้วิธีการจัดการคลังสินค้า ไม่ให้สินค้าล้นตลาดมากเกินไป
  • สำหรับการพิจารณาโปรแกรมใน App Store ที่ได้รับการบ่นจากบางฝ่ายนั้น Tim Cook บอกว่าปัจจุบันมีโปรแกรมใน App Store กว่า 100,000 โปรแกรมและร้อยละ 90 ได้รับการพิจารณาแล้วเสร็จภายใน 2 สัปดาห์ สิ่งที่ Apple คำนึงถึงที่สุดในการตรวจสอบโปรแกรมคือเรื่องของการเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งาน และโปรแกรมส่วนใหญ่ที่ถูกปฎิเสธนั้นเป็นเพราะพบข้อบกพร่อง
Apple แถลงผลประกอบการไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2010 ออกมาแล้วเรียบร้อย โดยเป็นผลประกอบการในช่วงตั้งแต่เดือนตุลาคม ถึงเดือนธันวาคมปี 2009 ที่ผ่านมา Apple รายงานว่ารายได้ทั้งสิ้นในไตรมาสดังกล่าวอยู่ที่ 15,680 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นกำไรมูลค่า 3.38 พันล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นมูลค่าต่อหุ้น 3.67 เหรียญสหรัฐต่อหุ้น สูงกว่าไตรมาสเดียวกันในปีก่อนหน้านั้นที่มีรายได้อยู่ที่ 11,880 ล้านเหรียญ คิดเป็นกำไร 2.26 พันล้านเหรียญ หรือ 2.50 เหรียญสหรัฐต่อหุ้น

ในปีนี้กำไรขั้นต้นนั้นอยู่ที่ร้อยละ 40.9 เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้านั้นที่อยู่ร้อยละ 37.9 และมีรายได้จากการขายนอกสหรัฐอเมริกานั้นคิดเป็นร้อยละ 58 ของรายได้ทั้งหมด จากตัวเลขดังกล่าวถือว่าเป็นสถิติที่ดีที่สุดในประวัติการณ์ของ Apple เลยทีเดียว นอกจากนี้ยังเป็นไตรมาสที่เครื่อง Mac และ iPhone ทำตัวเลขยอดขายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์อีกด้วย

สำหรับเครื่อง Mac นั้นมียอดขาย 3.36 ล้านเครื่องในช่วงไตรมาสดังกล่าว เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึงร้อยละ 33 และ iPod สามารถขายได้ 21 ล้านเครื่อง ลดลงจากปีก่อนร้อยละ 8 ส่วน iPhone นั้นทำยอดขายทั้งสิ้น 8.7 ล้านเครื่องเพิ่มขึ้นตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน

Steve Jobs บอกว่าจากผลประกอบการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้ Apple เป็นบริษัทที่มีมูลค่ากว่าห้าหมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เป็นเรื่องน่าประหลาดใจมาก ทั้งยังได้กล่าวอีกด้วยว่าผลิตภัณฑ์ใหม่ที่บริษัทจะนำออกสู่ตลอดในปีนี้ เป็นผลิตภัณฑ์ที่แข็งแรงในตัวเองเป็นอย่างยิ่ง ในสัปดาห์นี้จะมีผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะเข้ามาเป็นผลิตภัณฑ์สายหลักตัวใหม่ ซึ่ง Apple ตื่นเต้นกับมันมาก
MacRumors รายงานข้อมูลจากบันทึกการเข้าใช้งานเว็บไซต์ของตน ระบุว่าพบผู้ใช้งานที่เข้าใช้ด้วย Web Browser ที่ระบุรุ่นของ Browser ว่าใช้ระบบปฎิบัติการ Mac OS X 10.7 ซึ่งอย่างที่เราทราบๆกันดีว่าข้อมูลดังกล่าวเปลี่ยนแปลงได้ไม่ยาก แต่ที่ทำให้ทาง MacRumors เชื่อว่าน่าจะเป็นของจริงนั้น ก็เพราะว่า IP ของผู้ใช้งานรายดังกล่าวนั้น เป็น IP ของ Apple นั่นเอง

ทั้งก่อนหน้านั้นก็ยังมีตัวเลข Mac OS X 10.7 โผล่อยู่ในเว็บรายงานข้อบกพร่องของ Service บางตัวที่เป็นโครงการพัฒนาแบบเปิดเผยต้นฉบับอีกด้วย

ปัจจุบัน Apple ยังไม่เคยให้ข้อมูลแก่สาธารณะว่าจะเปิดตัวหรือมีแผนการใดๆเกี่ยวกับ Mac OS X 10.7 ค่อนข้างแตกต่างจากในช่วง Mac OS X 10.6 ที่มีการเปิดเผยข้อมูลบางส่วน และแผนการพัฒนาออกมาล่วงหน้าก่อนออกวางตลาดจริงเป็นปี แต่ก็มีการคาดการณ์กันว่า Apple จะเปิดตัว Mac OS X 10.7 ในงาน WWDC ในเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้
เว็บ Hardmac รายงานว่า CPU รุ่นใช้พลังงานน้อยรุ่นใหม่จาก Intel ที่เปิดตัวไปเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมานั้น ยังไม่พร้อมที่จะผลิตออกมาจำนวนมาก ซึ่งการผลิตที่ล่าช้านี้ อาจจะส่งผลกระทบต่อการออกผลิตภัณฑ์ของ Apple ที่ใช้ CPU รุ่นดังกล่าวอย่าง MacBook Air ให้ออกรุ่นใหม่ล่าช้าตามไปด้วย จนกว่า Intel จะพร้อมผลิต CPU รุ่นดังกล่าวออกมาเป็นจำนวนมาก หรือจะออกมาจำนวนไม่มากนัก แต่ให้ราคาพิเศษกับ Apple ก่อนเพือใช้ในการผลิตเครื่องชุดแรกออกมา

ไม่แน่ว่ากว่า MacBook Air รุ่นใหม่จะออก เราอาจจะได้เห็น MacBook หรือ MacBook Pro รุ่นใหม่ออกมาก่อนก็ได้ ทั้งนี้ในงานแถลงข่าววันที่ 27 มกราคมที่จะถึงนั้น คาดกันว่า Apple จะมุ่งเน้นไปที่การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่เป็นหลัก สำหรับผลิตภัณฑ์ Mac นั้นค่อนข้างเป็นสินค้าที่มีตลาดอยู่ตัวอยู่แล้ว ที่ผ่านมาก็มีหลายครั้งที่ Apple อัพเกรดรุ่นใหม่ออกมาแบบเงียบๆ ถ้าในช่วงนั้นมีผลิตภัณฑ์อื่นที่ทาง Apple อยากให้อยู่ในกระแสความสนใจมากกว่าอยู่
เกาะติดความเคลื่อนไหวข่าวลือของ Tablet ที่คาดว่าจะเปิดตัวในงานแถลงข่าววันที่ 27 กันอีกครั้ง กับข้อมูลข่าวลืออัพเดตล่าสุด 

โดย iLounge นั้นระบุว่า Tablet นี้จะมี Dock Connector ถึงสองช่องด้วยกัน เพื่อให้สามารถเสียบใช้งานได้ทั้งแนวตั้ง และแนวนอน ตามแต่จะต้องการ และทำให้ยืดหยุ่นต่อการออกแบบผลิตภัณฑ์อุปกรณ์เสริม และด้านหลังของมันจะใช้วัสดุที่เป็น "Metal" และจะมีแถบยาวๆสำหรับเป็นสายส่งสัญญาณวิทยุ ถ้านึกไม่ออกก็นึกถึงด้านหลังของ iPhone รุ่นแรกที่มีตำแหน่งสีดำๆด้านหลังเป็นชิ้นส่วนของวงจรเสาอากาศ เนื่องจากฝาหลังที่เป็นโลหะทั้งหมดจะขัดขวางการทำงานของวงจรดังกล่า และ iLounge เชื่อว่า Tablet ดังกล่าวจะสามารถเชื่อมต่อ 3G และ Wi-Fi ได้

สำหรับกระแสเรื่องกล้องนั้น MacRumors เชื่อว่าเจ้าผลิตภัณฑ์ใหม่ดังกล่าวที่ว่านี้ จะมีกล้องด้านหน้าติดตั้งมาด้วย ซึ่งจะทำให้สามารถใช้งานระบบจดจำใบหน้า และใช้งานเป็น Video Conference ได้ เป็นสิ่งหนึ่งที่หลายคนคาดหวังอยากให้มีใน iPhone กันมานานแล้ว เพราะในส่วนของซอฟท์แวร์นั้น Apple เองก็มี iChat ที่รองรับการใช้งานดังกล่าวเป็นอย่างดีอยู่แล้ว
แม้ว่าช่วงนี้แสงไฟจะจับไปที่ Tablet ที่ลือกันว่าจะออกมาในช่วงสัปดาห์หน้า แต่กระนั้น Apple ก็ยังไม่หยุดพัฒนาผลิตภัณฑ์หลักอื่นๆ อย่าง Mac OS X ล่าสุดได้ส่ง Mac OS X 10.6.3 รุ่นล่าสุด build 10D538 ออกมาให้นักพัฒนาได้นำไปทดสอบการใช้งานกันแล้ว โดยมีการแก้ข้อบกพร่องในหลายจุด รวมถึง Quick Time X และ Logic Studio ซึ่งได้รับการพัฒนาทั้งในแง่ของความช่องโหว่ความปลอดภัย และความเข้ากันได้กับระบบ จึงทำให้การใช้งานมีความเสถียรมากยิ่งขึ้น

ส่วนปัญหาที่พบและเป็นจุดบกพร่องที่ทางทีมพัฒนารู้แล้วก็คือการแสดงภาพผ่านทาง Front Row ยังมีอยู่ใน build ล่าสุดนี้เหลือเพียงจุดเดียว หลังจากปรับปรุงในรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ คาดว่าอีกไม่นานคงได้ปล่อย Mac OS X 10.6.3 ตัวอัพเดตมาให้กับผู้ใช้โดยทั่วไปได้อัพเดตกัน
ความเคลื่อนไหวล่าสุดของข่าวลือเกี่ยวกับ Tablet ที่คาดกันว่า Apple จะเปิดตัวในอีกไม่ถึงสัปดาห์ข้างหน้านี้ ออกมาอีกระลอกแล้ว โดย AppleInsider รายงานว่าได้รับข้อมูลจากแหล่งข่าววงในบอกว่า Tablet จะหน้าตาคล้ายกับ iPhone รุ่นแรก กรอบตัวเครื่องจะเป็นอะลูมิเนียมใช้เทคโนโลยีการผลิตแบบ Unibody แต่ว่าจะบางกว่า iPhone รุ่นแรก และมีปุ่มปรับระดับเสียงอยู่ด้านข้าง พร้อมทั้งปุ่ม Home อยู่ในตำแหน่งเดิม โดยหน้าจอจะมีขนาด 10 นิ้ว มีขอบสีดำ ซึ่งจะคล้ายๆกับภาพกราฟฟิกที่มีการทำจำลองกันออกมาก่อนหน้านี้

134137-apple_tablet_concept.jpg
ส่วนพวกช่องการเชื่อมต่อต่างๆนั้นก็มีช่องเสียบหูฟังที่เป็นทั้ง Audio In และ Out แบบเดียวกับที่ใช้ใน iPhone มีลำโพงภายในพร้อมไมโครโฟน , GPS , เชื่อมต่อ 3G ได้ และช่องเสียบ Dock นอกจากนั้นยังระบุว่าจะรองรับ CDMA และใช้งานกับ Verizon ได้
Apple แจ้งต่อผู้สื่อข่าวว่าในวันที่ 25 มกราคมที่จะถึงนี้ จะแถลงผลประกอบการไตรมาสที่ 1 ประจำปีงบประมาณ 2010 ซึ่งเป็นผลประกอบการระหว่างเดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคมปี 2009 โดยจะแถลงหลังจากปิดซื้อขายตลาดหลักทรัพย์ในวันดังกล่าว และก็เช่นเคยหลังจากแถลงผลประกอบการเสร็จ ก็จะต่อด้วยช่วงสอบถาม ซึ่งจะสามารถรับฟังได้ผ่านทาง Live audio webcast

ในช่วงไตรมาสดังกล่าวนั้น Apple วางตลาดเครื่อง Mac รุ่นใหม่หลายรุ่น ทั้งการอัพเดต MacBook , Mac mini และ iMac เมื่อกลางเดือนตุลาคม และก็ออก Magic Mouse นอกจากนั้นช่วงต้นไตรมาสก็ยังพึ่งออกผลิตภัณฑ์ iPod รุ่นใหม่ออกมาด้วย 

นักวิเคราะห์คาดว่ารายได้ของ Apple ในไตรมาสที่ 1 ประจำปีงบประมาณ 2010 น่าจะอยู่ที่ 12,050 ล้านเหลีียญสหรัฐ มากกว่าที่ Apple เคยให้ตัวเลขคาดการณ์ไว้ว่าอยู่ที่ประมาณ 11,300-11,600 ล้านเหรียญสหรัฐ สำหรับตัวเลขรายได้ของไตรมาเดียวกันในปีงบประมาณ 2009 นั้นมีรายได้อยู่ที่ 10,170 ล้านเหรียญสหรัฐ
ก่อนหน้านี้หลายคนคุ้นชื่อ iSlate ที่มีการลือกันมาพักนึงว่าผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Apple จะใช้ชื่อว่า iSlate เนื่องจากมีการพบว่า Apple ได้ไปจดทะเบียนชื่อดังกล่าวมาไว้ครอบครอง ความเคลื่อนไหวล่าสุดตอนนี้พบว่าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา Apple ได้ยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าชื่อว่า "iPad" มาไว้เพิ่มเติมอีกหนึ่งชื่อ ก่อนหน้านานมาก ก็เคยมีการลือกันว่า Apple อาจจะใช้ชื่อ iPad แต่ก็เงียบหายไปพักใหญ่

อย่างไรก็ตามในข้อมูลผู้เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าดังกล่าว ในประเทศต่างๆ ยังไม่ได้เป็นชื่อของ Apple โดยตรง แต่หลายฝ่ายก็เชื่อกันว่าบริษัทที่จดทะเบียนในตอนนี้นั้น เป็นบริหารตัวแทนทางใดทางหนึ่งของ Apple ซึ่งก็เป็นวิธีที่ Apple มักจะใช้ในการปกปิดความลับของผลิตภัณฑ์ในช่วงที่ผ่านมา
Boy Genius Report รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวไม่เปิดเผยว่า iPhone OS 4.0 ที่ลือกันว่าจะมีการเปิดเผยในงานแถลงข่าววันที่ 27 ที่จะถึงนี้นั้น จะเป็น iPhone OS ที่ทำงานได้เฉพาะ iPhone 3G และ 3GS เท่านั้น สำหรับ iPod touch ก็น่าจะได้เฉพาะรุ่นล่าสุด และจะมีการเปิดความสามารถในการทำงานแบบ Multi-Task พร้อมทั้งมีการยกเครื่อง User Interface ใหม่ให้ใช้งานได้สะดวกยิ่งขึ้น

สำหรับการทำงานแบบ Multi-Task นั้นก่อนหน้านี้ก็คาดกันว่าจะมีมาใน iPhone OS 3.0 แต่ Apple เลือกที่จะผลักดันให้นักพัฒนาและผู้ใช้งานใช้ระบบ Push Notification แทน โดยระบุว่าเป็นระบบที่ไม่ทำให้เปลืองการใช้งานแบตเตอรี่เครื่องที่มีอยู่จำกัด อย่างไรก็ตามเป็นที่รู้กันดีในหมู่ผู้ที่ติดตามข่าวอย่างต่อเนื่องว่า Apple เองก็ได้ซุ่มพัฒนารูปแบบการทำงานแบบ Multi-Task สำหรับ iPhone OS อยู่เรื่อยๆ

สำหรับ User Interface แบบใหม่นั้นเราอาจจะได้เห็นการจัดการของหน้า Home Screen แบบใหม่ ที่ทำให้เราจัดการกับการติดตั้งโปรแกรมจำนวนมากได้สะดวกขึ้น ปัจจุบันแม้ว่าจะมี Spotlight ให้ค้นหาโปรแกรมและข้อมูลในเครื่องได้ง่ายขึ้นแล้ว แต่ปัจจุบันโปรแกรมสำหรับใช้งานกับ iPhone OS มีออกมาจำนวนมาก UI ของหน้า Home Screen แบบเดิมๆน่าจะไม่เพียงพอต่อการใช้งานต่อไปในอนาคตเสียแล้ว
หลังจากที่ Apple ได้เข้าซื้อกิจการ Lala Media เมื่อต้นปีที่ผ่านมา หลายฝ่ายก็ตั้งข้อสังเกตกันว่า iTunes รุ่นถัดไปน่าจะเพิ่มความสามารถในการทำงานแบบออนไลน์ หรือที่นิยมเรียกว่าการทำงานใน Cloud เข้ามาด้วย ซึ่งส่วนนี้เป็นสิ่งที่ทีมงานวิศวกรของ Lala Media ถนัดและทำงานกันมานาน

ในหัวข้อข่าวของเว็บ TechCrunch นั้น Michael Robertson ผู้บริหาร MP3tunes (อดีต CEO ของ MP3.com) ตั้งข้อสังเกตว่า Apple อาจจะไม่เพียงให้บริการการฟังเพลงในแบบการคิดค่าบริการรายเดือนเท่านั้น แต่อาจจะเตรียมพร้อมให้บริการในรูปแบบที่เปิดทางให้ผู้ใช้งาน สามารถที่จะย้ายเพลงที่ตัวเองมีใน iTunes Library ไปไว้ใน Cloud ได้อีกด้วย เขาเชื่อว่า Apple เองก็ได้จัดทำความสามารถนั้นของตนเองไว้ก่อนแล้ว แต่ก็ซื้อทีม Lala เข้ามาร่วมทีมด้วยเพื่อให้การพัฒนาเป็นไปได้โดยเร็ว และเพิ่มเทคโนโลยีในส่วนที่เป็นของ Lala เข้ามาผนวกกันด้วย

ถ้ายังจำกันได้ช่วงกลางปี 2009 ที่ผ่านมา Apple ก็ประกาศเป็นทางการ ว่าจะทุ่มงบกว่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในการสร้างศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ในรัฐ North Carolina ซึ่งน่าจะเชื่อมโยงกันกับการแนวทางการขยับไปให้บริการในรูปแบบใหม่ของ iTunes ที่คาดกันในครั้งนี้
มีแหล่งข่าวหลายแหล่งรายงานว่าสื่อที่เกี่ยวกับเกมส์อย่าง IGN และ Kotaku รวมถึงผู้ผลิตเกมส์หลายราย ได้รับเชิญเข้าร่วมงานแถลงข่าวของ Apple ที่จะมีขึ้นในวันที่ 27 นี้ด้วย ซึ่งก็น่าจะเป็นสัญญาณว่าผลิตภัณฑ์ใหม่ที่กำลังจะออกนี้ อย่างน้อยๆต้องมีประเด็นที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมเกมส์ด้วยแน่ๆ

จนถึงตอนนี้ที่ลือๆกันมาแล้วก็มีสองอุตสาหกรรมที่ค่อนข้างจะเข้ามาเกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ใหม่ดังกล่าว อย่างแรกที่ลือกันมานานคืออุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ ไม่ว่าจะเป็นนิตยสาร หนังสือ หนังสือพิมพ์ และอย่างใหม่ที่พึ่งเปิดเป็นประเด็นกันก็คืออุตสาหกรรมเกมส์ ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจอะไรนักถ้าหากผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ว่านั้น จะเน้นไปที่เรื่องของเกมส์ด้วย เพราะโดยศักยภาพแล้วมันทำได้แน่ๆ ตลาดเกมส์ใน iPhone และ iPod touch ที่ทำผ่าน App Store ก็เติบโตจนเป็นจุดแข็งให้กับ Apple มาแล้วในช่วงสองปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตามบางกระแสมองว่า ที่จะเชิญเข้ามาร่วมงานในครั้งนี้อาจจะเป็นเรื่องของ iPhone OS 4.0 ที่คาดว่าน่าจะออกในช่วงกลางปีนี้หรือไม่ ทั้งนี้ Apple จะต้องให้ข้อมูลและให้นักพัฒนาโปรแกรมทั้งหลายเตรียมตัวให้พร้อมก่อน ก่อนที่จะปรับเข้าสู่ OS รุ่นใหม่ในช่วงดังกล่าว
และแล้วข่าวที่ลือกันมานาน ก็เป็นจริงอีกครั้งเมื่อ Apple ส่งบัตรเชิญเรียกสื่อมวลชนเข้าร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ในวันที่ 27 มกราคมที่จะถึงนี้ โดยงานจะจัดขึ้นเวลา 10.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น ที่ Yerba Buena Center for Arts ในรัฐ San Francisco ซึ่งเป็นหอประชุมที่ Apple มักจะใช้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อยู่เป็นประจำในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา

คำโปรยของงานในบัตรเชิญครั้งนี้ระบุว่า "Come see our latest creation" ค่อนข้างสื่อกันตรงไปตรงมา ว่าต้องการให้มาเห็นสิ่งใหม่ล่าสุดที่ Apple ได้สร้างสรรค์ขึ้นมา ก่อนหน้านี้มีข่าวลือมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ลือว่าจะจัดวันที่ 26 แล้วก็มีกระแสข่าวใหม่ออกมาว่าจะจัดในวันที่ 27 ส่วนข่าวที่ลือๆกันนั้นก็คือลือว่า Apple จะออกผลิตภัณฑ์ที่เป็น Tablet ออกมาในงานวันดังกล่าว

122548-appleinvite_500.jpg
หลังจากมีการส่งบัตรเชิญอย่างเป็นทางการออกมาสักพัก Clayton Morris แห่ง FoxNews.com ก็ออกมาให้ข่าวว่าแหล่งข่าววงในระบุว่าในวันงานดังกล่าว Apple จะออกผลิตภัณฑ์ใหม่ Tablet และเปิดตัว iPhone OS 4.0 รวมถึง iLife 2010
รายงานจาก DigiTimes อ้างข่าวจาก China Times ระบุว่า Apple กำลังเตรียมที่จะออก iMac ขนาดหน้าจอ 22 นิ้วในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ที่สำคัญหน้าจอมันไม่ใช่แค่ 22 นิ้วอย่างเดียว แต่จะเป็นจอแบบ touch screen เสียด้วย โดยผู้ผลิตที่ผลิตสินค้าให้กับ Apple มายาวนานอย่าง Quanta เป็นบริษัทที่คาดว่าจะได้รับงานนี้ไป

ในรายงานระบุว่าเครื่องคอมพิวเตอร์แบบ "all-in-one" นั้นได้รับความนิยมอย่างสูงในช่วงที่ผ่านมา และคาดว่าในปี 2010 จะมียอดขายเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าจากคู่แข่งรายอื่นเช่น Dell ซึ่ง Apple จะต้องทำให้เครื่องของตนมีฟีเจอร์เพิ่มเติมที่จะแข่งกับเครื่องยี่ห้ออื่นได้
เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา Psystar ได้ลงนามในคำสั่งศาล ที่ระบุว่า Psystar แพ้คดีที่ Apple ฟ้องว่า Psystar ละเมิดลิขสิทธิ์การใช้งาน Mac OS X โดยการจำหน่ายเครื่อง PC ที่ติดตั้ง Mac OS X ได้ เรียบร้อยแล้ว เรื่องราวเริ่มเป็นคดีความขึ้นเมื่อเดือนกรกฎาคมปี 2008 หลังจากที่ Psystar เริ่มจำหน่ายเครื่องคอมพิวเตอร์ PC ซึ่งสามารถติดตั้งระบบปฎิบัติการ Mac OS X ได้ในช่วงเดือนเมษายนปีเดียวกัน

โดยศาลสั่งให้ Psystar จ่ายค่าเสียหายให้กับ Apple เป็นมูลค่า 2.7 ล้านเหรียญสหรัฐ และหลังจากมีคำสั่งศาลออกมา ก็ทำให้ Psystar ต้องยุติกิจการของตน แม้ว่าจะปิดบริการไปแล้ว ปัจจุบันเว็บไซต์ของ Psystar ยังอยู่ เพื่อขายเสื้อยืดที่มีข้อความว่า "I sued Psystar ... and all I got was a lousy injunction" และเปิดรับบริจาคเงิน ส่วน Rebel EFI ที่ก่อนหน้านี้ Psystar ระบุว่าจะทำออกมาขายนั้น ก็ได้หยุดการขายไปแล้วตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคมที่ผ่านมา (แม้ว่า Psystar จะหยุดขาย Rebel EFI ไปแล้ว แต่ EmpireEFI ซึ่งเป็นโปรแกรม Open Source ต้นฉบับโครงการยังคงพัฒนาอยู่)

ในเว็บไซต์ของ Psystar ได้เขียนไว้ว่า "ด้วยความเคารพเราไม่เห็นด้วยกับคำสั่งศาล ที่ระบุว่าเราเป็นผู้ละเมิดลิขสิทธิ์" ทั้งยังเขียนด้วยว่า "Psystar ไม่เคยละเมิดลิขสิทธิ์ มันคือซอฟท์แวร์ของคุณ คุณจะใช้มันที่ไหนยังไงก็ได้ สำนักพิมพ์ไม่สามารถห้ามผู้ซื้อได้ว่า ห้ามอ่านหนังสือที่ซื้อไปในห้องน้ำ หรือค่ายเพลงไม่สามารถห้ามไม่ให้เราฟังเพลงในขณะที่กำลังขี่จักรยานอยู่ได้ ซอฟท์แวร์ก็ไม่ต่างกัน"
รายงานจาก Bloomberg ระบุว่า Apple ได้ตอบโต้กลับต่อกรณีที่ถูก Nokia ฟ้องในหลายๆเรื่อง โดย Apple ได้ร้องขอให้หน่วยงานกำกับดูแลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา (ITC) ห้ามนำเข้าสินค้าจาก Nokia ซึ่งก็เป็นการตอบโต้กลับในกรณีเดียวกันที่ Nokia ได้ร้องขอแบบเดียวกันไปยัง ITC ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา

กรณีระหว่างสองบริษัทนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อ Nokia ยื่นฟ้อง Apple เมื่อเดือนตุลาคม 2009 ที่ผ่านมา ว่าได้ละเมิดสิทธิบัตรของตนใน iPhone จากนั้น Apple ก็ยื่นฟ้องกลับในเดือนธันวาคมว่า Nokia ก็ละเมิดสิทธิบัตรของตนเช่นเดียวกัน ฟ้องกันไปฟ้องกันมา ส่วนจะลงเอยอย่างไรนั้นคงต้องติดตามดูกันต่อ
จากกรณีภัยธรรมชาติแผ่นดินไหวที่สร้างความเสียหายให้กับชาวเฮติเป็นจำนวนมากที่เกิดขึ้น Apple ร่วมกับกาชาดสหรัฐอเมริกา รับบริจาคเงินผ่าน iTunes Music Store โดยผู้ที่ใช้บัญชี iTunes Music Store สหรัฐอเมริกา สามารถร่วมบริจาคได้จากหน้าแรกใน iTunes Store [iTunes Link]

โดยยอดเงินบริจาคจะตัดผ่านบัญชีบัตรเครดิตของผู้ใช้ ตามมูลค่าที่ต้องการบริจาคตั้งแต่ 5 - 200 เหรียญสหรัฐ ทั้งนี้ข้อมูลส่วนตัวของผู้บริจาคจะไม่ได้รับการเปิดเผย อย่างไรก็ตามผู้บริจาคจะได้รับอีเมล์จาก Apple เพื่อยืนยันการเป็นผู้บริจาค และสามารถใช้ลดหย่อนภาษีในภายหลังได้

itunes-100115.png
อ่านหัวข้อแล้วหลายคนคงตั้งท่าด่าว่าอะไรว่ะ แค่นี้ก็ต้องจดสิทธิบัตรด้วยฟายชัดๆ ไม่ต้องแปลกใจครับ อาการทำนองนี้ปรากฎขึ้นไปแล้วเรียบร้อยตามเว็บเซียนเทพทั้งหลายที่อ่านข่าวไม่ละเอียดแล้วก็รีบด่าเขาไปก่อน .. สิทธิบัตรชิ้นนี้ที่ Apple ยื่นนั้น ไม่ใช่การนำเอา Contact มาแสดงในหน้าแรกเพียงอย่างเดียว แต่มันครอบคลุมถึงวิธีีการและแนวคิด ในการนำเอา Contact มาแสดงในหน้า Home Screen ให้ง่าย และสามารถใช้งานได้ยืดหยุ่น
131135-home_screen_contacts_500.jpg
โดยไอคอนที่จะแสดงนั้น จะมีเงื่อนไขในการแสดงที่ผู้ใช้กำหนดได้ในรูปแบบต่างๆ และอาจจะไม่แสดงอยู่ตลอดเวลา แต่จะแสดงเมื่อตรงกับเงื่อนไขที่กำหนดเท่านั้น สำหรับรายละเอียดขั้นตอนการทำงานนั้น สามารถคลิกเข้าไปดูได้ตามลิงค์ข้างต้น ผู้ประดิษฐ์ที่ระบุชื่อไว้ในสิทธิบัตรนี้คือ Marcel Van Os ซึ่งเป็นนักออกแบบของ Apple
Kodak เปิดเผยว่าได้ทำการยื่นฟ้อง Apple และ Research In Motion (ผู้ผลิต Black Berry) ว่าได้ทำการละเมิดสิทธิบัตรของตนในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกล้องดิจิตอล โดยได้ทำการยื่นฟ้องต่อหน่วยงานกำกับดูแลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐ และศาลเขตตะวันตกรัฐนิวยอร์ก

Kodak อ้างว่าได้ทำการพูดคุยกับทั้ง Apple และ RIM มาหลายปีแล้ว แต่ไม่สามารถหาข้อตกลงที่พึ่งพอใจร่วมกันได้ ทาง Kodak จึงต้องออกมาปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาของตน โดยไม่ได้มุ่งหวังก่อปัญหาให้กับผลิตภัณฑ์ใดๆ แต่ต้องการความชอบธรรมในการใช้งานเทคโนโลยีเท่านั้น
จากข่าววานก่อนที่พบว่า Intel จะแจกของรางวัลให้กับผู้เข้าร่วมโครงการของ Intel Retail Edge เป็น MacBook Pro Core i5 นั้น ล่าสุด Intel ได้แก้ไขรางวัลดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว โดยระบุว่ารางวัลที่จะแจกจริงๆแล้วนั้นคือ HP Envy พร้อมทั้งชี้แจงว่าข้อมูลก่อนหน้านั้น เป็นข้อผิดพลาดทางการตลาดของ Agency

ก็ต้องดูกันต่อไปว่า MacBook Pro รุ่นใหม่ที่ควรจะเปลี่ยนไปใช้สถาปัตยกรรมใหม่ได้แล้วนั้น สุดท้ายจะออกมาเมื่อไหร่ ส่วนรุ่นล่าสุดปัจจุบันนั้นได้รับการอัพเกรดล่าสุดเมื่อเดือนมิถุนายน 2009 ที่ผ่านมา
สิทธิบัตรชิ้นนี้เป็นเรื่องว่าด้วยการใช้งานปากกา หรือ Stylus ในการใช้งานร่วมกับหน้าจอแบบสัมผัส โดยเป็นหน้าจอแบบสัมผัสชนิด Capacitive แบบเดียวกับที่ใช้ใน iPhone และ iPod touch อย่างที่ทราบกันว่าจอแบบนี้ ไม่ใช้แรงกดแต่ใช้ปะจุไฟฟ้าจากนิ้วของเราในการตรวจสอบ ซึ่งไม่สามารถใช้พวก Stylus โดยทั่วไปในการสั่งงานได้ สิทธิบัตรนี้ดูเหมือนจะเป็นการแก้ไขในเรื่องดังกล่าว โดยมีการออกแบบให้หัวปากกามีส่วนพิเศษที่สามารถส่งสัญญาณประจุไฟฟ้าให้หน้าจอตรวจสอบได้
070421-stylus.jpg

ผู้ประดิษฐ์ที่ลงชื่อไว้ในสิทธิบัตรคือ John Elias ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท FingerWorks แม้ว่า Steve Jobs จะเคยกล่าวว่าไม่มีใครอยากจะใช้ Stylus อีกแล้ว เพราะมันหายได้ง่าย แต่ดูเหมือนหน่วยงานวิจัยของ Apple ก็ยังคงพัฒนาการใช้งานด้วย Stylus ในรูปแบบต่างๆอยู่ นอกจากสิทธิบัตรข้างต้นแล้ว Apple ก็จดสิทธิบัตรการสั่งงานคอมพิวเตอร์ด้วยปากกา ไปเมื่อกลางปี 2009 ที่ผ่านมานี้เอง
24/7 Wall St. รายงานว่า Apple และนักพัฒนาโปรแกรมใน App Store น่าจะเสียรายได้ไปให้กับการละเมิดลิขสิทธิ์เป็นมูลค่าประมาณ 450 ล้านเหรียญสหรัฐ นับตั้งแต่ App Store เปิดให้บริการมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2008

โดยตัวเลขดังกล่าวเป็นการประมาณมาจากยอดการโหลดและข้อมูลต่างๆ ของ App Store เท่าที่ได้รับการเปิดเผยในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งหากเป็นไปตามตัวเลขนี้ก็เท่ากับว่าเฉพาะ Apple เอง ก็สูญเสียรายได้ไปกับการละเมิดลิขสิทธิ์ถึง 150 ล้านเหรียญเลยทีเดียว

ทั้งนี้ในช่วงที่ผ่านมานั้น Apple ยังไม่ได้เอาจริงเอาจังกับการป้องกันปัญหาในจุดนี้มากนัก อาจจะเป็นเพราะว่ารายได้หลักของ Apple นั้นมาจากยอดขาย iPhone และ iPod touch มากกว่า แต่ในอนาคตก็คงต้องมีอะไรออกมาบรรเทาความเสียหายจากการละเมิดลิขสิทธิ์ออกมาบ้างแน่นอน ไม่เช่นนั้นแล้วจะส่งผลกระทบต่อนักพัฒนาที่ถือว่าเป็น Partner กับ Apple โดยตรง
เว็บ Vallerywag ประกาศเสนอรางวัลอย่างงามให้กับผู้ที่สามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับ Tablet ของ Apple ตัวเป็นๆได้ โดยระบุว่าจะให้รางวัล 10,000 เหรียญสหรัฐสำหรับผู้ที่มีรูปภาพ และให้ 20,000 เหรียญสหรัฐสำหรับผู้ที่มี clip วีดีโอ และหากมีภาพของ Steve Jobs กำลังใช้อุปกรณ์ดังกล่าวอยู่ จะให้ถึง 50,000 เหรียญ ! แต่ยังไม่หมดแค่นั้น ถ้าใครมีตัวเป็นๆของผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมาให้เล่นหนึ่งชั่วโมง จะได้รับค่าตอบแทนถึง 100,000 เหรียญสหรัฐเลยทีเดียว !!!
155036-valleywag_tablet_scavenger_hunt.jpg
โดยเงินรางวัลดังกล่าวจะจ่ายให้หลังจากที่ผลิตภัณฑ์ตัวจริงเปิดตัวแล้ว และพบว่ามันใช่ตัวจริงอย่างนั้นจริงๆ เอากันเข้าไป -*-
Boy Genius Report อ้างแหล่งข่าวระบุว่าผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Apple ที่คาดกันว่าจะออกมาในรูปของ Tablet นั้นจะเหมือนกับเป็น "iPhone on steroids" โดยให้รายละเอียดเพิ่มเติมในข่าวว่าตัว Tablet จะมีสิ่งเหล่านี้

  • Gestures ที่ใช้ควบคุมการใช้งาน Multi-touch จะมีรูปแบบหลากหลายมากมาย
  • ใช้ CPU ของ ARM ที่เร็วมาก
  • ทำงานบน iPhone kernel
  • รหัสผลิตภัณฑ์คือ K48AP
  • ช่วงที่ผ่านมา Apple ไม่ได้ออกอัพเดตสำหรับ iPhone OS ออกมา เพราะว่ามีรหัสหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ใหม่ดังกล่าว และ Apple ไม่ต้องการให้มันหลุดออกมาก่อน
  • มันคือ "iPhone on steroids"
สำหรับรหัสผลิตภัณฑ์นั้น นอกจาก Boy Genius แล้วก็ยังมีข้อมูลในเว็บ Reddit ระบุไว้ว่าเป็นรหัสเดียวกันนี้ด้วย นอกจากนั้นยังมีรายงานว่า iPhone รุ่นใหม่ที่จะออกมาในปีนี้มีรหัสผลิตภัณฑ์ภายในว่า N90AP (โดย iPhone 3GS นั้นมีรหัสผลิตภัณฑ์ภายในเป็นรหัส N88AP)

สำหรับความน่าเชื่อถือของข่าวลือในช่วงหลังๆ นั้น Boy Genius Report ค่อนข้างที่จะผิดพลาดไปพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง iPhone 3GS ความจุ 8G และอื่นๆ อย่างไรก็ตามยังมีข่าวลือบางอย่างที่เป็นจริง อย่งเช่นเรื่องระบบจัดการ Application ใน iTunes และฟีเจอร์ Twitter/Facebook sharing ใน iTunes 9
มีนักพัฒนาโปรแกรมสำหรับ iPhone จำนวนมากรายงานกันเข้ามาว่า หลังจากปีใหม่ที่ผ่านมา Apple ได้ปรับปรุงกระบวนการในการพิจารณาโปรแกรมเข้าสู่ App Store ให้มีระยะเวลาที่สั้นลง อย่างไรก็ตามยังไม่ได้มีการแจ้งใดๆอย่างเป็นทางการจาก Apple เป็นเพียงข้อมูลที่นักพัฒนาทั้งหลายมาพูดคุยกันเองตามชุมชนต่างๆเท่านั้น

Jared Judd ผู้พัฒนาโปรแกรม "Cootie Lert" แจ้งว่าโปรแกรมของเขาได้รับการอนุมัติเข้าสู่ App Store โดยใช้ระยะเวลารอคอยเพียงแค่ 48 ชั่วโมงเท่านั้น ซึ่งเร็วกว่าช่วงก่อนหน้านั้นอย่างเห็นได้ชัดเจน โดยก่อนหน้านั้นในช่วงวันที่ 23-28 ธันวาคมที่ผ่านมา Apple ได้ปิดปรับปรุงระบบ iTunes Connect และหลังจากที่เปิดให้บริการอีกครั้ง ก็มีรายงานจากนักพัฒนาจำนวนมาก ว่าประสิทธิภาพในการทำงานต่างๆ ได้รับการปรับปรุงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

น่าจะเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับ Apple และ App Store รวมถึงนักพัฒนาโปรแกรมต่างๆด้วย กับการปรับปรุงที่เกิดขึ้นนี้
มีรายงานว่าเว็บ Intel ได้ส่งอีเมล์ถึงสมาชิกที่เข้าร่วมโครงการ Intel Retail Edge ว่าจะมีการชิงรางวัลโดยที่ผู้ชนะจะได้รับ MacBook Pro ตัวใหม่เป็นรางวัล โดยที่ MacBook Pro ตัวใหม่ดังกล่าวที่ Intel ระบุในเอกสารนั้น เขียนไว้ว่าเป็น Intel's new Core i5 ซึ่งจะออกในช่วงเดือนมกราคม ปัจจุบัน MacBook Pro ของ Apple ยังเป็น Intel Core 2 Duo อยู่เลย

093818-intel_retail_edge_i5_mbp.jpg
ซึ่งก็มีรายงานว่าอีเมล์ดังกล่าว ได้มีการส่งให้ผู้เข้าร่วมโปรแกรมทั้งในสหรัฐและอังกฤษ โดยกลุ่มเป้าหมายคือพนักงานที่ทำงานอยู่ในร้านค้าปลีก ที่จำหน่ายสินค้าของ Intel และเข้าร่วมการอบรมกับ Intel

งานนี้ไม่รู้ว่าเป็นแค่การพิมพ์ผิด หรืออย่างไรกันแน่ ?
เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา Apple ได้ทำการอัพเดต Logic Pro และ MainStage ให้ทำงานที่ระบบ 64 bit แล้วเรียบร้อย ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้งานสามารถใช้หน่วยความจำได้มากขึ้น

โดยก่อนหน้านี้โปรแกรมทำงานที่ระบบ 32-bit ซึ่งมีข้อจำกัดในการใช้งานหน่วยความจำสูงสุดไม่เกิน 4GB หลังจากเปลี่ยนเป็นระบบ 64 bit แล้วข้อจำกัดดังกล่าวจะหมดไป หน่วยความจำทั้งหมดที่ติดตั้งในเครื่อง และไม่ได้ถูกใช้งานโดยระบบปฎิบัติการ จะสามารถนำมาใช้งานจาก Application ได้เต็มที่ Apple ระบุว่าการเข้าถึงหน่วยความจำที่เพิ่มขึ้นนี้ จะทำให้สามารถใช้งาน Plug-ins ที่ต้องการหน่วยความจำหนักๆได้มากขึ้น อย่างเช่นการใช้เสียงที่มาจาก sample เสียงจริง

อย่างไรก็ตาม Apple ระบุว่าในเรื่องของคุณภาพเสียงที่ได้นั้น ไม่แตกต่างกันไม่ว่าโปรแกรมจะทำงานในระบบ 32 หรือ 64 bit ทั้งนี้ผู้ใช้งานสามารถเลือกได้ว่าจะให้โปรแกรมทำงานในแบบไหน และการอัพเดตโปรแกรมสามารถทำได้ผ่านโปรแกรม Software Update
ข้อมูลจากเว็บ netkas.org พบว่าใน Mac OS X 10.6.3 Snow Leopard ตัวอัพเดตใหม่ล่าสุดที่ Apple ปล่อยให้นักพัฒนานำไปทดลองใช้นั้น Apple ได้พัฒนาเพิ่มเติมให้สนับสนุนการใช้งาน OpenGL 3.0 เกือบสมบูรณ์แล้ว โดยมี extension จำนวน 22 ตัวที่รองรับแล้ว (จากทั้งหมด 23) 

ก่อนหน้านี้ใน Mac OS X 10.6.2 นั้นมีการสนับสนุน OpenGL 3.0 เพียง 15 รายการเท่านั้น นี่เป็นสัญญาณว่าในอนาคต Apple จะขยับไปรองรับการใช้งาน OpenGL 3.0 มากยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ประสิทธิภาพในการทำงานด้านกราฟฟิกของเครื่อง Mac นั้นมีสูงยิ่งขึ้น ทั้งนี้การแสดงผลในเครื่อง Mac รุ่นปัจจุบันนั้นก็รองรับ OpenGL 3.0 ซึ่งออกมาตั้งแต่ช่วงกลางปี 2008 เรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงแค่การเพิ่มเติมในส่วนของระบบ เพื่อที่จะใช้ประโยชน์จากสิ่งต่างๆเหล่านั้นให้ได้เต็มที่เท่านั้น
ยิ่งใกล้วันที่คาดกันว่า Apple จะแถลงข่าวเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ข่าวลือต่างๆนาๆ ก็ยิ่งออกมาบ่อยขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดมีรายงานจาก TG Daily ระบุว่าผู้ผลิตชิ้นส่วนจอ LCD และ OLED ขนาด 10.1 นิ้ว ในเอเชียแจ้งว่าตอนนี้ชิ้นส่วนดังกล่าวขาดตลาด เพราะว่า Apple ได้สั่งซื้อไว้เป็นจำนวนมาก เพื่อจะใช้กับ Tablet ของตน

ทำให้คาดกันต่อไปว่าเจ้าผลิตภัณฑ์ใหม่นี้ อาจจะออกมาสองแบบ​โดยมีรุ่นที่เป็นจอ LCD และ OLED โดยก่อนหน้านี้ก็เคยมีกระแสข่าวว่า Tablet ตัวนี้จะออกมาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลแบบ OLED อย่างไรก็ตามจอ OLED เองก็ยังคงมีปัญหากับการใช้งานในที่ๆมีแสงมาก จึงอาจเป็นสาเหตุให้ Apple อาจจะเลือกใช้จอ LCD หรือออกมาเป็นสองรุ่นแตกต่างกัน

นอกจากนั้น ก่อนหน้านี้ก็มีรายงานจาก T3 อ้างว่า Apple สั่งซื้อจอขนาด 7 นิ้วจำนวนมากทำให้ชิ้นส่วนดังกล่าวขาดตลอด ตอนนี้เลยกลายเป็นว่ากระแสข่าวลือที่ออกมาไม่เพียงแต่ Apple ออกมาทั้งจอ 7 นิ้ว และ 10 นิ้ว แต่จะออกมาทั้ง LCD และ OLED ... ไปกันใหญ่

ทั้งนี้หากวิเคราะห์จากแนวทางการออกผลิตภัณฑ์ของ Apple ที่ผ่านมา คาดว่าการที่จะออกมาเป็นสองรุ่น โดยมีความต่างกันเพียงเล็กน้อยนั้น ไม่น่าจะเป็นไปได้

สำหรับเรื่องกล้องนั้น John Gruber จาก Daring Fireball อ้างแหล่งข่าวของเขาระบุว่าผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ที่ว่า จะไม่มีกล้อง ไม่ว่าจะเป็นกล้องความละเอียดเท่าไรก็ตาม ที่ค่อนข้างน่าสนใจก็คือที่ผ่านมา John Gruber นั้นค่อนข้างจะให้ข่าวที่ค่อนข้างมีความแม่นยำอยู่ในระดับต้นๆ
และแล้วในที่สุดเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาเว็บ Fingerworks.com ของบริษัท Fingerworks ก็ปิดตัวลงอย่างสงบ สำหรับบริษัท Fingerworks นั้นเป็นบริษัทที่พัฒนาผลิตภัณฑ์ในระบบ Multi-touch ซึ่งในภายหลังได้ถูก Apple ซื้อกิจการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ Apple และมีการนำเทคโนโลยี Multi-touch มาใช้ในผลิตภัณฑ์ต่างๆ อย่างแพร่หลาย เรียกว่าใช้กันจนคุ้มค่าเลยทีเดียว

หลังจาก Apple ซื้อ Fingerworks ไปแล้ว เว็บไซต์ของบริษัทก็ยังออนไลน์ และมีข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของบริษัทอยู่ ไม่ว่าจะเป็นคีย์บอร์ด Multi-touch หรือแป้น Multi-touch (ดูภาพประกอบด้านล่าง) และอื่นๆ
155434-frontlp_300.jpg
155500-iGesture-Pad.jpg
ปัจจุบัน Apple นำเทคโนโลยีดังกล่าวไปใช้ในผลิตภัณฑ์แทบทุกตัวที่นำไปใช้ได้ ไม่ว่าจะเป็น iPod touch , iPhone , MacBook , MagicMouse นอกจากนี้ Wayne Westerman ผู้ก่อตั้ง Fingerworks ยังมีชื่อเป็นผู้ประดิษฐ์ในสิทธิบัตรที่เกี่ยวกับ Gesturing อีกหลายตัวของ Apple ในปัจจุบันอีกด้วย
ผลการทดสอบจาก MOTO labs ซึ่งได้ทำการทดสอบระบบสัมผัสโทรศัพท์มือถือที่ใช้หน้าจอสัมผัสแบบ Capacitive จากผลิตภัณฑ์ต่างๆมาแล้วหลายรุ่น เป็นระยะเวลาหลายปี ระบุว่าแม้ว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะมีระบบสัมผัสที่รองรับการใช้งานหลายนิ้วเหมือนกัน ใช้ตัวตรวจวัดแบบ Capacitive เหมือนกัน แต่ก็มีประสิทธิภาพในการใช้งานที่แตกต่างกัน

จากการทดสอบรูปแบบต่างๆ (ดูตามภาพประกอบ) พบว่า iPhone นั้นทำงานได้แม่นยำกว่า ในการลากเส้นทำได้เที่ยงตรงใกล้เคียงกว่า ไม่ว่าจะเคลื่อนที่นิ้วด้วยความเร็วช้าขนาดไหนก็ตาม หรือออกแรงมากน้อยต่างกันเท่าไร ซึ่งในส่วนนี้มาจากองค์ประกอบที่แตกต่างกันหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นขนาดของเซ็นเซอร์ อัตราการเก็บข้อมูลของตัวเซ็นเซอร์ และอัลกอริทึม ในการทำงาน

diytouchscreenanalysis3.jpg
โดยสรุปแล้วก็จะพบว่าระบบสัมผัสหน้าจอของ iPhone นั้นทำได้ดีกว่า Droid ทั้งสามรุ่นที่ยกมาเทียบในการทดสอบค่อนข้างมาก ซึ่งในการใช้งานเป็นประจำต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานพอสมควร จะรู้สึกได้ถึงความแตกต่างที่ว่า
รอยเตอร์รายงานอ้างข้อมูลจากผู้ผลิตชิ้นส่วนให้กับ Apple ระบุว่าผลิตภัณฑ์หน้าจอสัมผัสตัวใหม่ที่ลือกันมานานนั้น กำลังอยู่ในกระบวนการผลิตอยู่ และชิ้นส่วนที่จะใช้เป็นตัวเครื่องภายนอกนั้นก็จะเป็นอะลูมิเนียม และจะเริ่มผลิตในเดือนหน้านี้ ส่วนระยะเวลาที่คาดว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะแล้วเสร็จ จะอยู่ในช่วงไตรมาสที่สองของปีนี้

ก่อนหน้านี้ The Wall Street Journal รายงานต่างกันเล็กน้อย​ โดย WSJ นั้นระบุว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะออกขายในช่วงเดือนมีนาคม และมีวัสดุที่เป็นตัวเครื่องสองแบบ ที่กำลังเลือกอยูว่าจะใช้อะไร ยิ่งใกล้วันที่ลือกันว่า Apple จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่เท่าไหร่ ยิ่งมีกระแสข่าวลือซัดกันมาเป็นระลอกๆ ก็ต้องมาดูกันต่อไป ว่าจะมีข่าวไหนจริง ข่าวไหนวืดกันต่อไปอีกที
New York Times รายงานโดยอ้างการให้ข้อมูลจากอดีตพนักงาน Apple ระบุว่า Apple กำลังพัฒนารูปแบบการใช้งาน Multi-touch แบบใหม่ๆ ซึ่งก็ไม่น่าแปลกอะไร เพราะที่ผ่านมาก็มี Gesture (รูปแบบการใช้งาน) แบบต่างๆ ออกมาให้ใช้กันเต็มไปหมด แต่มีประเด็นที่น่าสนใจก็คือมีการระบุว่า Apple กำลังพัฒนาการ iWork ให้ใช้งานร่วมกับระบบ Multi-touch ได้ และมันอาจจะเป็น iWork รุ่นที่ออกแบบมาเพื่อทำงานบนอุปกรณ์ Tablet แต่มันจะออกมาในรูปแบบไหนนั้น ยังไม่ชัดเจน

ในข่าวกล่าวว่ามันจะเป็นการออกแบบมาเพื่อให้เราสามารถใช้งาน สร้างเอกสารได้โดยสะดวก ไม่ใช่แค่เน้นการดูเอกสารเหมือนในอุปกรณ์ขนาดเล็กเท่านั้น

ช่วงนี้กระแสข่าวลืออุปกรณ์ Tablet ของ Apple เริ่มออกตามๆกันมาเป็นระลอกๆ โดยข่าวลือหลักนั้นคาดกันว่า Apple จะเปิดตัวอุปกรณ์ใหม่ดังกล่าวในวันที่ 27 มกราคมนี้
Imagination Technologies บริษัทผู้ผลิตชิปผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของอุปกรณ์พกพา โทรศัพท์มือถือไฮเทคหลายรุ่น และแน่นอน iPhone และ iPod touch ก็ใช้ชิปของ PowerVR อยู่ด้วย สำหรับ iPhone 3GS  และ iPod touch 3rd Generation นั้น มีการใช้ชิป PowerVR SGX543 ซึ่งมีความสามารถในการแสดงภาพ Polygons สูงถึง 28 ล้านชิ้นต่อวินาที

และเมื่อคืนวานที่ผ่านมา Imagination Technologies ได้เปิดตัวชิปรุ่นใหม่ เป็นรุ่น PowerVR SGX545 ซึ่งมีความสามารถในการแสดงภาพได้มากกว่าเดิม โดยสามารถแสดงได้ถึง 40 ล้านชิ้นต่อวินาที นอกจากนั้นยังรองรับ DirectX 10.1 และ OpenGL 3.x รวมไปถึง OpenCL อีกด้วย ทำให้แม้ไม่ได้เล่นเกมส์ หรือใช้งานโปรแกรมที่ใช้ระบบกราฟฟิก เราก็ยังสามารถใช้ขุมพลังในการประมวลผลจาก PowerVR SGX545 มาช่วย CPU ในการประมวลผลแบบขนานได้

ประเด็นที่น่าสนใจคือ Imagination Technologies นั้นระบุว่าแบบของชิปดังกล่าว ได้รับการทดสอบและได้รับการออกใบอนุญาตให้กับ  "Lead partner" ซึ่งไม่ได้ระบุว่าคู่ค้าที่กล่าวถึงคือใคร แต่หลายฝ่ายก็คาดว่าเป็น Apple ซึ่งนอกจากจะเป็นผู้ถือใบอนุญาตแล้วยังถือหุ้นลงทุนใน Imagination Technologies จำนวนมากอีกด้วย
AppleInsider อ้างแหล่งข่าวรายงานว่า Apple กำลังมองหาผู้ผลิตชิ้นส่วน LED Camera Flash เพื่อสั่งซื้อเป้นจำนวนมาก ซึ่งหากเป็นเรื่องจริง ก็พอจะทำให้เราคาดได้ว่า iPhone รุ่นถัดไปนั้นจะมีการเพิ่ม Flash เข้ามาเป็นอีกหนึ่งคุณสมบัติแน่ๆ และมีสัญญาณบางอย่างระบุว่า iPod touch รุ่นใหม่ที่น่าจะออกมาในช่วงเดือนกันยายนนั้น จะมีกล้องติดมาด้วย

ก่อนหน้านี้ไม่นานมีข่าวลือว่า Apple ได้ทำคำสั่งซื้อชิ้นส่วนกล้อง 5 ล้านจุดจาก OmniVision มาแล้ว ปัจจุบันกล้องใน iPhone 3GS เป็นกล้องความละเอียด 3.2 ล้านจุด ในขณะที่คู่แข่งนั้นใช้กล้อง 5 ล้านจุดพร้อมทั้งมี Flash ในตัวกันไปแล้ว ค่อนข้างแน่นอนว่าอย่างไรเสีย iPhone รุ่นใหม่ที่จะออกในปีนี้ อย่างน้อยก็ต้องออกมาพร้อมกับกล้อง 5 ล้านจุดแน่ๆ
greener-apple-computer-logo-recycled-paper-ewaste-electronics-sustainability-environmental-new-wave-go-green-mercury-arsenic-chemicals-toxic-gadgets-steve-jobs-image.jpgApple ได้รับการประเมินจาก Greenpeace หน่วยงาน NGO ที่เคลื่อนไหวทางด้านสิ่งแวดล้อมมาหลายปี ให้เป็นผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ ให้ความสำคัญกับการรักษาสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างดี โดย Apple นั้นได้คะแนน 4 ดาวทองถึงสี่หัวข้อด้วยกันคือ คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ , คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ก , โทรศัพท์มือถือ และจอภาพคอมพิวเตอร์ โดยระบุว่าสินค้าของ Apple นั้นปราศจากสารพิษ และเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

เรื่องราวของ Apple และ Greenpeace นั้นมีมายาวนาน โดยก่อนหน้านี้ในช่วงปี 2006 นั้น Apple ได้รับการตำหนิจาก Greenpeace อย่างมาก ในเรื่องการไม่รักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่ง Apple ได้ใช้วิกฤตศรัทธาต่อสินค้าของตนจากหน่วยงาน NGO ให้เป็นโอกาสในการวางนโยบาย มุ่งหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ ให้ไปในทิศทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จนได้รับคะแนนจาก Greenpeace ดีขึ้นเรื่อยๆ มาโดยตลอด
ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา Apple ได้เพิ่มตัวอย่างเพลงความยาว 30 วินาที ให้ฟังได้ในหน้าเว็บ iTunes Preview ซึ่งเป็นหน้าเว็บที่สามารถเข้าชมได้ผ่านทางเว็บเบราเซอร์ทั่วไป โดย iTunes Preview นั้นเป็นหน้าเว็บที่สอดแทรกอยู่กับหน้าเว็บต่างๆ ที่เกี่ยวกับการขายเพลงทาง iTunes ของ Apple เช่นจากหน้า iTunes Chart เมื่อคลิกเข้าไปจะพบกับหน้ารายละเอียดของแต่ละเพลง หรือแต่ละอัลบั้ม ซึ่งเราสามารถที่จะฟังตัวอย่างได้จากหน้าเว็บนั้นโดยไม่ต้องเข้าไปยัง iTunes เหมือนแต่ก่อน
itunespreview.png

อย่างไรก็ตามการทำงานอื่นๆ ยังคงส่งต่อไปยัง iTunes เหมือนที่ผ่านมา เป็นการขยับอีกก้าวจากการขายเพลงผ่าน iTunes Store ซึ่งเป็นพื้นที่ยึดครองของ Apple มายาวนาน เข้าสู่สมรภูมิการขายเพลงบนเว็บ ก็ต้องคอยติดตามดูกันต่อไปว่า ก่อนหน้านี้ที่ Apple ได้ซื้อกิจการของ Lala Media มาแล้วนั้น จะมีการนำมาพัฒนาร่วมกับบริการอื่นๆ ในลักษณะไหนกันต่อไป
เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมามีรายงานว่า Apple ได้ปล่อย Mac OS X Snow Leopard 10.6.3 Build 10D522 ให้กับนักพัฒนาจำนวนหนึ่ง นำไปทดลองใช้งานแล้ว ก่อนที่จะปล่อยตัวเต็มของรุ่นอัพเดตนี้ออกมาให้ผู้ใช้งานโดยทั่วไปในภายหลัง โดยตัวอัพเดตดังกล่าวมีขนาดประมาณ 666MB มีการแก้ไขในข้อบกพร่องจุดต่างๆ ประมาณ 225 จุด

อย่างไรก็ตามในรุ่นทดสอบตัวล่าสุด ก็ยังมีจุดที่ Apple ระบุไว้ว่าเป็นข้อบกพร่องที่ทราบปัญหาแล้ว อยู่ถึง 4 จุด โดยเป็นข้อบกพร่องที่มีผลกับการ update Application , Display preference , iTunes และ ColorSync Utitliy

โดย Mac OS X 10.6.3 นี้มีข่าวมาตั้งแต่ช่วงปลายเดือนธันวาคมแล้วว่า Apple ได้เริ่มพัฒนาอยู่ และคาดว่าจะออกมาให้ผู้ใช้ทั่วไปได้อัพเดตกันในช่วงเดือนมกราคม 2010 สำหรับ Mac OS X 10.6.2 นั้นออกมาให้อัพเดตกันไปครั้งก่อน เมื่อประมาณ 2 เดือนก่อนหน้านี้
มีกระแสข่าวจากเว็บ All Things D อ้างว่างานแถลงข่าวที่ Apple จะจัดขึ้นเพื่อเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่ลือกันว่าจะจัดขึ้นในวันที่ 26 นั้น จะจัดขึ้นในวันพุธที่ 27 โดยสถานที่เป็นสถานที่เดิมคือ Yerba Buena Center ซึ่ง Apple ใช้จัดงานลักษณะนี้อยู่บ่อยๆ และสินค้าจะมีขายในช่วงเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้

จนกว่าจะใกล้ถึงช่วงดังกล่าว ก็คงต้องรอดูกันอีกครั้ง ว่าสุดท้ายแล้ว Apple จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ดังกล่าววันไหน
เป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวแห่งความสำเร็จของ App Store เมื่อ Apple ประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่ายอดโหลดโปรแกรมของ iPhone และ iPod touch ผ่านทาง App Store นั้นทะลุเกินหลัก 3,000 ล้านครั้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นับตั้งแต่เปิดให้บริการ App Store เมื่อเดือนกรกฎาคม 2008 ที่ผ่านมา

Steve Jobs ซึ่งดำรงตำแหน่ง CEO ของ Apple กล่าวว่า ยอดโหลดกว่า 3,000 ล้านครั้ง ในระยะเวลาไม่ถึง 18 เดือน เป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน การพัฒนา App Store ทำให้ผู้ใช้ iPhone และ iPod touch ได้รับประสบการณ์ในการใช้งานที่ดี และทำให้มันแตกต่างจากอุปกรณ์พกพาแบบอื่นๆ และยังไม่มีอะไรบ่งชี้ว่าคู่แข่งจะตามมาได้ทันในระยะเวลาอันใกล้

การเติบโตของยอดโหลดโปรแกรมผ่าน App Store นั้นเป็นไปตามแผนภูมิดังต่อไปนี้
091844-app_store_growth_jan10.png
ปัจจุบัน App Store เปิดให้บริการใน 77 ประเทศ มีโปรแกรมให้บริการมากกว่า 22 กลุ่มด้วยกัน
Quattro Wireless ซึ่งเป็นบริษัทที่ดำเนินกิจการโฆษณาในอุปกรณ์เคลื่อนที่ และโทรศัพท์มือถือ ได้ประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่าบริษัทได้ถูกเข้าซื้อกิจการโดย Apple แล้ว โดยมีรายงานว่า Apple ใช้เงินในการซื้อกิจการของ Quattro Wireless เป็นมูลค่า 275 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยประกาศดังกล่าวเป็นประกาศจาก Andy Miller ผู้บริหารของ Quattro ซึ่งได้เปิดเผยภายหลังว่าเขาได้เข้าทำงานที่ Apple ในตำแหน่ง รองประธานกรรมการสายงาน Mobile Advertising

ก่อนหน้านี้เคยมีข่าวลือว่า Apple จะซื้อกิจการ AdMob อย่างไรก็เมื่อข่าวออกมาจริงๆ กลับกลายเป็น Google ที่เข้าซื้อ AdMob ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2009 ที่ผ่านมา กระนั้นการเข้าซื้อกิจการดังกล่าวของ Google ก็ยังไม่เรียบร้อยเสียทีเดียว ยังต้องรอการตรวจสอบจากหน่วยงานควบคุมการค้าของสหรัฐเสียก่อน

เป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ Apple ได้เข้าซื้อกิจการหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น Lala Media ผู้ให้บริการเพลงออนไลน์แบบ Streaming  หรือการเข้าซื้อ Placebase ผู้ให้บริการแผนที่ออนไลน์ รวมถึงก่อนหน้านี้ที่ Apple จดสิทธิบัตรระบบปฎิบัติการที่มีการแสดงโฆษณา รอดูกันต่อไปว่า Apple จะนำจิ๊กซอว์หลากหลายชิ้นเหล่านี้ มารวมกันเป็นอะไรให้เราได้ใช้กันในอนาคตบ้าง
จากข้อมูลสัดส่วนการใช้งาน Web Browser จาก Net Application ในปี 2009 ที่ผ่านมาพบว่า Safari นั้นมีสัดส่วนการใช้งานที่เพิ่มขึ้นสูงถึงร้อยละ 30 เลยทีเดียว!!! แต่เดี๋ยวก่อน เมื่อพิจารณาโดยละเอียดจะพบว่าช่วงต้นปี 2009 มีสัดส่วนการใช้งานอยู่ที่ประมาณร้อยละ 3.4 และปิดท้ายปีมีสัดส่วนการใช้งานในเดือนธันวาคมอยู่ที่ร้อยละ 4.46 กล่าวคือมีสัดส่วนการใช้งานเพิ่มขึ้นมาได้เพียงร้อยละ 1 เท่านั้นเมื่อเทียบกับสัดส่วนรวมของทุก Browser ก็คงเป็นการบ้านของ Apple ว่าหากต้องการให้ Safari กลายเป็น Browser ที่เป็นกระแสหลักมากกว่านี้ จะต้องทำอย่างไร หรือว่า Apple พอใจแล้วกับสัดส่วนการใช้งานดังกล่าว

ส่วน Browser อื่นๆนั้น FireFox หลังจากที่ปีที่แล้วขยับพ้นเส้นร้อยละ 20 มาได้แล้ว ปีนี้ก็ยังคงมีสัดส่วนการใช้งานเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปิดท้ายปลายปีมีสัดส่วนอยู่ที่ร้อยละ 24.61 ในปี 2010 นี้จึงไม่ใช่เรื่องยากเลยที่เราจะเห็นว่า FireFox จะมีสัดส่วนการใช้งานเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 25 จนถึงร้อยละ 30 ซึ่งจะเท่ากับว่า FireFox จะมีส่วนแบ่งถึง 1 ใน 4 และ 1 ใน 3 ในตลาด Web Browser เลยทีเดียว จากนี้ไป FireFox จะเป็น Browser หลักที่นักพัฒนาเว็บทั้งหลายจะต้องให้ความสนใจ ในการพัฒนาโปรแกรมบนเว็บของตนให้มากขึ้น

Chrome ซึ่งเป็น Browser หน้าใหม่ในปีก่อน ผ่านไป 1 ปี Chrome ก้าวกระโดด มีส่วนแบ่งแซงหน้า Safari ไปเรียบร้อย ล่าสุดมีสัดส่วนการใช้งานอยู่ที่ร้อยละ 4.63 ทั้ง Chrome และ Safari นั้นใช้ Engine สำหรับการแสดงผลหน้าเว็บตัวเดียวกันคือ WebKit เมื่อรวมสัดส่วนของทั้งสองโปรแกรมเข้าด้วยกัน ในปีหน้า WebKit จะมีสัดส่วนการใช้งานเกินร้อยละ 10 แล้ว นักพัฒนาเว็บก็คงต้องให้ความสนใจให้มากขึ้นกว่าเดิมบ้างแน่
ปีก่อนมีรายงานจากแหล่งข่าวหลายแหล่ง อ้างข่าวจากระบบของ Rogers Wireless ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในแคนาดา ระบุว่า iPhone 3GS กำลังจะออกขนาดความจุ 8GB อย่างไรก็ตามในภายหลังทาง Rogers ได้ออกมาปฎิเสธพร้อมระบุว่าเป็นข้อผิดพลาดในการกรอกข้อมูล หลังจากนั้นก็มีรายงานออกมาว่า AT&T กำลังเตรียม iPhone 3GS ความจุ 8GB ออกมาเตรียมทำตลาดก่อนช่วงเทศกาลคริสมาตร์ที่ผ่านมา แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ล่าสุดมีรายงานใหม่จากเว็บภาษาเยอรมัน ระบุว่ามีผู้ที่สั่งซื้อ iPhone 3G ขนาดความจุ 8GB แบบ refurbished ไป แต่ประเด็นมันมาเกิดตรงที่กล่องที่ส่งมาจาก Apple นั้นกลับเป็นกล่องที่มีข้อความระบุว่า "iPhone 3GS v2.2 , 8GB" ดังรูป แม้ว่ารหัสผลิตภัณฑ์รุ่น A1241 และรหัสชิ้นส่วน MB490DN/A นั้นจะเป็นรหัสของรุ่น 3G แต่บนกล่องก็มีข้อความจุดอื่นๆ ที่พิมพ์เป็น 3GS อีกทำให้เกิดความสงสัยกันว่า iPhone 3GS จะออกรุ่นที่มีขนาดความจุ 8GB ออกมา และ Apple จะเลิกจำหน่าย iPhone 3G ขนาดความจุ 8G ในอนาคตอันใกล้

102810-iphone_3gs_8gb_label.jpg

ไม่ทราบแน่ชัดว่าเว็บ Apple ภาคภาษาไทยนั้นเปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อไหร่ แต่มีรายงานจากเพื่อนสมาชิกชาวเว็บ Thai Mac Club (ลิงค์ต้องสมัครสมาชิกก่อนถึงอ่านได้) แจ้งกันเข้ามาว่าหน้าเว็บ Apple ภาคภาษาไทยนั้นได้เปิดให้บริการเป็นไทยเต็มตัวแล้ว โดยก่อนหน้านี้ข้อมูลต่างๆ ในหน้าเว็บจะยังเป็นภาษาอังกฤษ และไม่มีการเลือกประเทศจำเพาะเจาะจงได้ว่า ประเทศไทย ปัจจุบันจากที่เข้าไปเยี่ยมชม พบว่ามีการเปลี่ยนข้อความต่างๆ เป็นภาษาไทย และมีตัวเลือกธงชาติไทย ให้เลือกเป็นอีกหนึ่งประเทศในเว็บ Apple แล้ว

แม้ว่าจะเป็นความเปลี่ยนแปลงเล็กๆน้อยๆ แต่ก็เป็นหนึ่งสัญญาณที่แฟนๆผลิตภัณฑ์ Apple ชาวไทยทั้งหลาย รู้สึกดีว่าอย่างน้อยก็มีความเปลี่ยนแปลง และ Apple ให้ความสำคัญกับตลาดในประเทศไทย (รวมถึงประเทศอื่นๆที่เพิ่มขึ้นมาพร้อมๆกันด้วย) มากขึ้นแล้ว หลายคนยังคงรอคอย Apple Store Thailand และ iTunes Store Thailand แบบเต็มๆกันอยู่

สถานการณ์ปัจจุบัน ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ในประเทศไทย ยังคงมีความพยายามที่จะสร้างช่องทางการจัดจำหน่ายเพลงในรูปแบบ Digital เป็นของตนเองอยู่ ไม่ว่าจะ GMM Grammy หรือ RS สำหรับ GMM Grammy นั้นมีการนำเอาเพลงไทย ไปขายอยู่ใน iTunes Store US อยู่บ้างแล้ว ความเปลี่ยนแปลงที่พบในปัจจุบันก็คือไม่เป็นเพียงการนำเพลงไทยเก่าๆ ไปขายเท่านั้น แต่ยังมีเพลงไทยใหม่ๆที่ออกในช่วงปีหรือไม่กี่ปี ไปจัดจำหน่ายด้วยเช่นเดียวกัน

Pages

OpenID accepted here Learn more about OpenID
จำนวนผู้รับข่าว

รับข่าวทางอีเมล์



Endless Motion Streamer
รับงานถ่ายวีดีโอ ถ่ายทำ VTR , Presentation , ภาพยนตร์โฆษณา , MV , ถ่ายวีดีโอ งานหมั้น งานแต่งงาน งานบวช งานเลี้ยง , ถ่าย OB งานประชมสัมนา งานเปิดตัวสินค้าต่างๆ ราคากันเอง สนใจรายละเอียดคลิกชมได้ที่นี่

About this Archive

This page is an archive of entries from January 2010 listed from newest to oldest.

December 2009 is the previous archive.

February 2010 is the next archive.

Back to Main index or look in the archives to find all content.