Recently in App Store Category

รายงานจาก MacRumors ระบุว่า Apple ทำการยกเลิกระบบ Rate on Delete ซึ่งทำหน้าที่ถามผู้ใช้ว่าจะให้คะแนนโปรแกรมนี้กี่คะแนน เมื่อมีการลบโปรแกรมออกจากเครื่อง ซึ่งระบบดังกล่าวเริ่มมีการนำมาใช้งานในช่วง iPhone OS 2.2 คาดว่าที่มีการยกเลิกในช่วงนี้ น่าจะเป็นเพราะมีจำนวนผู้ Rating โปรแกรมผ่านทาง App Store และช่องทางอื่นมากเพียงพอแล้ว

091124-rating.jpg
ซึ่งก็ค่อนข้างสร้างความพอใจให้กับนักพัฒนาจำนวนมาก เนื่องจากโปรแกรมที่ผู้ใช้ลบส่วนนึงก็มักจะเป็นการลบเพราะไม่พอใจจะใช้ต่ออยู่แล้ว ทำให้โปรแกรมดังกล่าวได้รับคะแนนน้อย ส่วนโปรแกรมที่ผู้ใช้พอใจ ผู้ใช้ก็ไม่ลบเสียที พอผู้ใช้ไม่ได้ลบ ถ้าเขาไม่ได้ไปให้คะแนนทาง App Store โปรแกรมดังกล่าวก็ไม่ได้คะแนนเพิ่มอยู่ดี
Apple จัดทำหน้า App Store ภายใน Facebook โดยผู้ใช้งาน Facebook จะสามารถค้นหาโปรแกรม และเข้าถึงข้อมูลต่างๆใน App Store ผ่านทางหน้า App Store ใน Facebook ได้ โดยจะมีอันดับโปรแกรมยอดนิยม โปรแกรมขายดี ในหมวดต่างๆ แสดงไว้ ซึ่งก็เป็นข้อมูลเดียวกับที่เราใช้งานผ่านทาง iTunes หรือโปรแกรม App Store ในตัวเครื่อง iPhone และ iPod touch นั่นเอง

เมื่อกดที่ปุ่ม Get App มันจะพาเราไปสู่หน้า iTunes Preview ของแต่ละโปรแกรม จากนั้นก็สามารถสั่งซื้อและติดตั้งโปรแกรมได้ เป็นอีกความเคลื่อนไหวของ Apple ที่หันมาทำการตลาด โดยใช้บริการ Social Network ชื่อดังอย่าง Facebook หลังจากที่ก่อนหน้านี้ Apple ได้ใช้งาน Facebook สำหรับทำตลาดเพลง และภาพยนตร์ ต่างๆใน iTunes Pages มาก่อนแล้ว
เว็บ MacStories.net รายงานว่าได้พบหัวข้อใหม่ใน iTunes โดยหัวข้อทั้งสองมีชื่อว่า "Top Explicit Paid Software" และ "Top Explicit iPad Software" ซึ่งการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ จะเป็นทำให้มีการปรับเปลี่ยนนโยบายของ App Store ให้มีหมวดหมู่เฉพาะที่รองรับเนื้อหาที่ไปในทิศทางนั้น อันเนื่องมาจากปริมาณของโปรแกรมต่างๆ ที่มีเพิ่มมากขึ้นในช่วงหลัง

อย่างไรก็ตามยังไม่มีรายงานอย่างเป็นทางการ ว่า Apple จะนำหมวดใหม่นี้มาใช้งานเมื่อไหร่
เป็นข่าวฮือฮาเลยทีเดียวเมื่อค่ายใหญ่อย่าง Capcom ประกาศออกมาว่าจะนำเกมส์ดังอย่าง Street Fighter IV มาลง iPhone และ iPod touch โดยมีกำหนดที่จะวางจำหน่ายทาง App Store ในช่วงเดือนหน้านี้ 
street_fighter_iv.jpg
โดย Capcom ระบุว่านี่ไม่ใช่การ Port แบบลวกๆ แต่เป็นการทุ่มเทเวลาพัฒนาเพื่อให้เข้ากับ iPhone และ iPod touch อย่างจริงจัง ในส่วนของรูปร่างหน้าตาตัวละครในเกมส์นั้น จะเป็นแบบเดียวกับในเครื่องรุ่นใหญ่ แต่จะมีขนาดที่เล็กลงและลดในส่วนของรายละเอียดกราฟฟิกลงตามอุปกรณ์ ทั้งนี้ยังไม่มีรายละเอียดว่าจะมีตัวละครตัวไหนบ้าง ในเกมส์รุ่นดังกล่าว แต่พระเอกอย่างริวและเคนนั้นไม่น่าจะพลาด ต้องมีแน่ๆ

Street-Fighter-IV-Picture.jpeg
ใครเป็นแฟนเกมส์นี้อยู่ก็รอติดตามข่าวกันนะครับ อีกไม่นานจะได้เล่นกันแล้ว
iTunes Preview นั้นเป็นการแสดงข้อมูลสินค้าของ iTunes Store ทาง Browser ก่อนที่ผู้ใช้จะสามารถทำการสั่งซื้อโดยผ่านทาง iTunes ต่อไป ก่อนหน้านี้เมื่อต้นปีที่ผ่านมา Apple ได้เพิ่มให้สามารถฟังตัวอย่างเพลง 30 วินาทีผ่านทาง iTunes Preview ได้มาแล้ว และตอนนี้ Apple ได้เพิ่มฟีเจอร์ดังกล่าว ให้กับโปรแกรมใน App Store เข้ามาอีกอย่างด้วย

092827-app_store_itunes_preview.jpg

แต่เดิมนั้นเมื่อเราคลิกที่ Link ซึ่งเป็น iTunes Store ของแต่ละโปรแกรมนั้น มันจะพาเราไปยังหน้าเว็บเปล่าๆหน้าหนึ่ง จากนั้นก็จะเรียกโปรแกรม iTunes มาทำงานต่อ แต่ตอนนี้จะมีหน้าเว็บแสดงตัวอย่างและข้อมูลขึ้นมาก่อน จากนั้นเมื่อกดซื้อจะไปยังโปรแกรม iTunes ในขั้นตอนต่อไป (ตัวอย่าง)

สำหรับ iTunes Preview นั้นเริ่มเปิดตัวครั้งแรกเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2009 ที่ผ่านมา ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงข้อมูลของสินค้าต่างๆใน iTunes Store ผ่านทาง Web Browser ได้ อย่างไรก็ตามจนถึงปัจจุบันขั้นตอนการซื้อขาย จะยังไม่สามารถจบใน Browser เพียงอย่างเดียว แต่จะไปจบใน iTunes เหมือนเดิม ก็คงต้องรอดูกันต่อไปว่ามันจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรในอนาคตอีกบ้าง
24/7 Wall St. รายงานว่า Apple และนักพัฒนาโปรแกรมใน App Store น่าจะเสียรายได้ไปให้กับการละเมิดลิขสิทธิ์เป็นมูลค่าประมาณ 450 ล้านเหรียญสหรัฐ นับตั้งแต่ App Store เปิดให้บริการมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2008

โดยตัวเลขดังกล่าวเป็นการประมาณมาจากยอดการโหลดและข้อมูลต่างๆ ของ App Store เท่าที่ได้รับการเปิดเผยในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งหากเป็นไปตามตัวเลขนี้ก็เท่ากับว่าเฉพาะ Apple เอง ก็สูญเสียรายได้ไปกับการละเมิดลิขสิทธิ์ถึง 150 ล้านเหรียญเลยทีเดียว

ทั้งนี้ในช่วงที่ผ่านมานั้น Apple ยังไม่ได้เอาจริงเอาจังกับการป้องกันปัญหาในจุดนี้มากนัก อาจจะเป็นเพราะว่ารายได้หลักของ Apple นั้นมาจากยอดขาย iPhone และ iPod touch มากกว่า แต่ในอนาคตก็คงต้องมีอะไรออกมาบรรเทาความเสียหายจากการละเมิดลิขสิทธิ์ออกมาบ้างแน่นอน ไม่เช่นนั้นแล้วจะส่งผลกระทบต่อนักพัฒนาที่ถือว่าเป็น Partner กับ Apple โดยตรง
มีนักพัฒนาโปรแกรมสำหรับ iPhone จำนวนมากรายงานกันเข้ามาว่า หลังจากปีใหม่ที่ผ่านมา Apple ได้ปรับปรุงกระบวนการในการพิจารณาโปรแกรมเข้าสู่ App Store ให้มีระยะเวลาที่สั้นลง อย่างไรก็ตามยังไม่ได้มีการแจ้งใดๆอย่างเป็นทางการจาก Apple เป็นเพียงข้อมูลที่นักพัฒนาทั้งหลายมาพูดคุยกันเองตามชุมชนต่างๆเท่านั้น

Jared Judd ผู้พัฒนาโปรแกรม "Cootie Lert" แจ้งว่าโปรแกรมของเขาได้รับการอนุมัติเข้าสู่ App Store โดยใช้ระยะเวลารอคอยเพียงแค่ 48 ชั่วโมงเท่านั้น ซึ่งเร็วกว่าช่วงก่อนหน้านั้นอย่างเห็นได้ชัดเจน โดยก่อนหน้านั้นในช่วงวันที่ 23-28 ธันวาคมที่ผ่านมา Apple ได้ปิดปรับปรุงระบบ iTunes Connect และหลังจากที่เปิดให้บริการอีกครั้ง ก็มีรายงานจากนักพัฒนาจำนวนมาก ว่าประสิทธิภาพในการทำงานต่างๆ ได้รับการปรับปรุงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

น่าจะเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับ Apple และ App Store รวมถึงนักพัฒนาโปรแกรมต่างๆด้วย กับการปรับปรุงที่เกิดขึ้นนี้
เป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวแห่งความสำเร็จของ App Store เมื่อ Apple ประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่ายอดโหลดโปรแกรมของ iPhone และ iPod touch ผ่านทาง App Store นั้นทะลุเกินหลัก 3,000 ล้านครั้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นับตั้งแต่เปิดให้บริการ App Store เมื่อเดือนกรกฎาคม 2008 ที่ผ่านมา

Steve Jobs ซึ่งดำรงตำแหน่ง CEO ของ Apple กล่าวว่า ยอดโหลดกว่า 3,000 ล้านครั้ง ในระยะเวลาไม่ถึง 18 เดือน เป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน การพัฒนา App Store ทำให้ผู้ใช้ iPhone และ iPod touch ได้รับประสบการณ์ในการใช้งานที่ดี และทำให้มันแตกต่างจากอุปกรณ์พกพาแบบอื่นๆ และยังไม่มีอะไรบ่งชี้ว่าคู่แข่งจะตามมาได้ทันในระยะเวลาอันใกล้

การเติบโตของยอดโหลดโปรแกรมผ่าน App Store นั้นเป็นไปตามแผนภูมิดังต่อไปนี้
091844-app_store_growth_jan10.png
ปัจจุบัน App Store เปิดให้บริการใน 77 ประเทศ มีโปรแกรมให้บริการมากกว่า 22 กลุ่มด้วยกัน
เว็บ MobileCrunch รายงานข้อมูลจาก Flurry ซึ่งเป็นหน่วยงานวิเคราะห์ข้อมูลการใช้งานอุปกรณ์เคลื่อนที่ ระบุว่าในช่วงเทศกาลวันหยุดที่ผ่านมานั้น ยอดโหลดโปรแกรมผ่าน App Store ได้โชว์ให้เห็นว่าตัวเลขการโหลดโปรแกรมจาก iPod touch นั้นพุ่งขึ้นสูงเป็นอย่างยิ่ง ในวันคริสมาสต์นั้น มียอดเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้านั้นสูงถึงกว่าร้อยละ 1,000 เลยทีเดียว ส่งผลให้ยอดโหลดโปรแกรมจาก iPod touch แซงหน้ายอดโหลดโปรแกรมจาก iPhone ที่ปกติจะนำ iPod touch อยู่ตลอดเวลาไปได้ในเพียงชั่วเวลาข้ามคืนเท่านั้น

113518-iphone_ipod_touch_xmas_500.jpg
ปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นแนวโน้มแบบเดียวกันที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว กับช่วงเวลาเดียวกันในช่วงสิ้นปี 2008 ที่ผ่านมา แม้ว่าเกจิหลายคนจะมองว่า iPod touch นั้นเป็นสินค้าที่ไม่สมบูรณ์เมื่อเทียบกับ iPhone แต่ในความเป็นจริง iPod touch เอง ยังมีที่ยืนของตนเองในตลาดอยู่ และดูเหมือนจะเป็นพื้นที่ ๆ ไม่สามารถจะมองเพียงผ่านๆได้เสียแล้ว
รายงานจากรอยเตอร์ระบุว่า Tapulous ทีมพัฒนาที่อยู่เบื้องหลังเกมส์ยอดนิยมใน iPod touch และ iPhone  อย่าง Tap Tap Revenge ซึ่งเป็นเพียงบริษัทเล็กๆนั้น สามารถทำรายได้จากการขายเกมส์ของทีมผ่านทาง App Store ได้เดือนละเกือบ 1 ล้านเหรียญสหรัฐเลยทีเดียว แม้ว่าปัจจุบันทีมดังกล่าวจะมีผู้ร่วมงานจำนวนเพียงแค่ 20 คนเท่านั้น

Tapulous ให้ข้อมูลว่า Tap Tap Revenge นั้นถูกโหลดไปติดตั้งมากกว่า 20 ล้านครั้ง และมีการเล่นเกมส์มากกว่า 600 ล้านครั้ง ข้อมูลวิจัยจาก comScore ระบุว่าเกมส์นั้นถือว่าเป็นโปรแกรมที่มีสัดส่วนในการโหลดไปใช้งานจากผู้ใช้งาน App Store มากถึงหนึ่งในสามเลยทีเดียว

สำหรับรายได้ของ Tapulous นั้นมาจากหลายทาง ไม่ว่าจะเป็นการขาย Application ใน App Store โดยตรง รายได้จากป้ายโฆษณา และรายได้จากการขายเพลงสำหรับเล่นเพิ่มเติมจากภายในเกมส์ ปัจจุบัน Tapulous อยู่ในสถานะที่สามารถทำกำไรได้
รายงานจากเว็บ iPhoneography ระบุว่ามีผู้ใช้งาน App Store พบว่า Developer รายหนึ่งที่ชื่อว่า Molinker Inc ได้ปั่น Review ในโปรแกรมต่างๆของตน ซึ่งมีจำนวนกว่า 1,900 โปรแกรม โดยใช้ลักษณะการให้ผู้ใช้ที่รับ Promotion code โหลดโปรแกรมไป แล้วก็เขียน Review ปลอม ให้คะแนน 5 ดาวปลอม โดยมีผู้สังเกตเห็นว่าผู้ใช้เหล่านั้น Review แต่โปรแกรมของ Molinker เท่านั้น และใช้ข้อความคล้ายๆกัน ซึ่งผู้ใช้รายนี้ ก็ได้ส่งเมล์แจ้งหลักฐานต่างๆ ที่เขารวบรวมมา เข้าไปหา Phil Schiller ผู้บริหารระดับสูงของ Apple ให้ตรวจสอบ

จากนั้นไม่นานนัก เขาก็ได้รับการแจ้งกลับมาว่าโปรแกรมต่างๆของนักพัฒนารายนั้นจำนวนกว่า 1,900 โปรแกรม ได้ถูกถอดออกจาก App Store ทั้งสิ้น โดย Phil Schiller ยืนยันว่าโปรแกรมของนักพัฒนารายนี้ได้ถูกถอดออกจาก App Store ทั้งหมด

มีรายงานจากเว็บ AppFreak สอบถามนักพัฒนารายนี้ เกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นและได้รับคำตอบจากนักพัฒนารายนี้ว่า เขาได้รับจดหมายจาก Apple แจ้งว่าสัญญาของเขาได้เปลี่ยนสถานะเป็นรอรับการตรวจสอบ และเขาไมรู้ว่าเขาทำอะไรผิด และจะติดต่อกับทาง Apple เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวอีกครั้ง

ก็คงต้องสอบสวนกันไปว่าในกรณีนี้ เจ้าตัวได้ทำผิดจริงดังว่าหรือไม่ ในช่วงหลังนี้ Phil Schiller ผู้บริหารระดับสูงของ Apple ได้ลงรายละเอียดแก้ไขหลายๆปัญหา ที่เกิดขึ้นใน App Store อย่างต่อเนื่องและจริงจัง
สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานจากการประชุมกับนักลงทุนของ Gameloft ผู้พัฒนาเกมส์บนระบบ Mobile รายใหญ่ ระบุว่า Gameloft ได้ลดความพยายามในการสร้างเนื้อหาสำหรับระบบปฎิบัติการ Android ลง อันเป็นผลมาจากความไม่ประสบความสำเร็จของช่องทางจัดจำหน่ายโปรแกรมของระบบ Android พร้อมกันนั้น Gameloft ยังระบุอีกด้วยว่า ไม่เพียงแค่บริษัทตนเท่านั้น แต่นักพัฒนารายอื่น ก็พบปัญหาในรูปแบบเดียวกัน

Alexandre de Rochefort ผู้อำนวยการการเงินของ Gameloft ระบุว่า บริษัทลดการลงทุนในการพัฒนาเนื้อหาสำหรับระบบปฎิบัติการ Android เหมือนกับบริษัทอื่นๆ หนทางมันไม่สะดวกเรียบร้อยเหมือนกับบน iPhone เพราะ Google ยังไม่สามารถทำให้ผู้ซื้อซื้อผลิตภัณฑ์หรือตัวเครื่องที่ใช้ระบบปฎิบัติการ Android ได้มากนัก บนระบบ Android ยังไม่มีใครสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำได้ บน iPhone นั้นสามารถสร้างรายได้ให้กับ Gameloft ได้มากถึงร้อยละ 13 ของรายได้บริษัท ตัวเลขยอดขายโปรแกรมของ iPhone มากกว่า Android ถึงกว่า 400 เท่าเลยทีเดียว

แม้ว่า iPhone จะถูกเซียนเทพบางรายมองว่าเป็นระบบที่ปิด นักพัฒนาไม่มีอิสระในการทำงาน แต่ในทางกลับกันความสำเร็จที่เกิดจากการวางโครงสร้างดังกล่าว กลับทำให้ Apple สามารถที่จะสร้างรายได้จำนวนมาก ให้กับนักพัฒนาโปรแกรมได้ นี่จึงเป็นอีกมุมหนึ่งที่นักพัฒนาในตลาดจริงๆ ให้ความสำคัญ
Apple ประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้ง กับจำนวนของโปรแกรมใน App Store โดยครั้งนี้ ได้ประกาศว่ามีโปรแกรมใน App Store มากกว่า 100,000 โปรแกรมเรียบร้อยแล้ว !!

Phill Schiler รองประธานอาวุโสฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์ของ Apple ระบุว่า จำนวนโปรแกรมมากกว่า 100,000 โปรแกรมนี้ทำให้ iPhone และ iPod touch แตกต่างจากผู้เล่นรายอื่นอย่างชัดเจน iPhone SDK เป็น SDK ชุดแรกที่สร้าง platform ที่ดีมากสำหรับการพัฒนาโปรแกรมในอุปกรณ์พกพา ผู้ใช้งานเครื่องทั้ง iPhone และ iPod touch รักโปรแกรมที่นักพัฒนาทั้งหลายสร้างขึ้น

ในขณะที่ Travis Boatman ผู้บริหารจาก World Wide Studio ค่าย EA กล่าวว่า App Store ได้เปลี่ยนไปเป็นอุตสาหกรรมเกมส์พกพา และจะมีการพัฒนาต่อไปอีก และจากจำนวนผู้ใช้กว่า 50 ล้านเครื่อง App Store ทำให้ EA สามารถพัฒนาเกมส์ที่มีคุณภาพดี ให้กับผู้ใช้งานได้ 

Jeff Smith ผู้บริหารของ Smule ระบุว่ายอดโหลดกว่าวันละ 10,000 ครั้ง เป็นตัวเลขที่เหนือความคาดหมายของเราเป็นอย่างมาก App Store สร้างโอกาสที่เขาจะสร้างธุรกิจและทำให้มันเติบโตขึ้น คิดว่าในอนาคตน่าจะยิ่งตื่นเต้นมากกว่านี้อีก

ประมาณหนึ่งเดือนกว่าๆก่อนหน้านี้ ในช่วงปลายเดือนกันยายน Apple ระบุว่ามีโปรแกรมใน App Store มากกว่า 85,000 โปรแกรม และมียอดโหลดกว่า 2,000 ล้านครั้งด้วยกัน
Apple ส่งอีเมล์แจ้งให้นักพัฒนาที่ลงทะเบียนไว้กับ Apple ว่าตอนนี้ได้อนุญาตให้โปรแกรมที่แจกฟรี สามารถใช้งาน In App Purchase ได้แล้ว ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ Apple ได้จำกัดความสามารถดังกล่าวไว้ สำหรับโปรแกรมที่คิดเงินจากผู้ใช้เท่านั้น 

การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ ทำให้นักพัฒนาสามารถที่จะพัฒนาโปรแกรมเพียงรุ่นเดียว แล้วขายส่วนที่จะคิดเงินบางส่วนจากในโปรแกรมผ่าน API ที่ชื่อ In App Purchase นี้ได้ ไม่ต้องพัฒนาโปรแกรมแยกเป็นสองรุ่นประเภท Lite หรือ Free เหมือนที่ผ่านมาอีกต่อไป ผลจากการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้มีขึ้นแทบจะทันที เมื่อ Ngmoco ประกาศแจกฟรีเกมส์ Eliminate (แต่ผู้ใช้สามารถซื้อ Energy ในเกมส์เพิ่มได้) และ Rolando 2 ได้เปลี่ยนมาเป็นแจกฟรีสำหรับเกมส์บทแรก (และผู้ใช้สามารถซื้อบทต่อๆไปเล่นได้ถ้าต้องการ)

171402-in-app_purchasing.png
ประเด็นที่น่าสนใจก็คือว่าหลังจากนี้ Apple จะจัดการกับ อันดับ Top Free App และ Top Paid App อย่างไร และการปรับเปลี่ยนนโยบายในครั้งนี้จะส่งผลอย่างไรกับอันดับโปรแกรมทั้งสองแบบ ในอนาคต ไม่แน่ว่านี่อาจจะเป็นการเตรียมพร้อมอย่างนึงของ Apple ในการเข้าสู่อุตสาหกรรมใหม่ๆ อย่างอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ หรือสิ่งที่เป็น Content base ในอนาคตก็เป็นไปได้

นอกจากนี้ผลพลอยได้ที่อาจจะเกิดขึ้น จากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว อาจจะช่วยให้นักพัฒนาสามารถที่จะสู้กับปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์โปรแกรม ผ่านช่องทางต่างๆได้ โดยในโปรแกรมไม่จำเป็นที่จะต้องใส่ความสามารถเต็มมาทั้งหมด จากนั้นให้ผู้ใช้เลือกที่จะชำระเงินเพื่อเปิดใช้งานส่วนต่างๆ ที่มีให้เลือกซื้อได้

ในเบื้องต้นคาดว่าจำนวนโปรแกรมใน App Store น่าจะลดลงพอสมควร จากการที่โปรแกรมไม่จำเป็นจะต้องมีเวอร์ชั่น Lite หรือ Free ออกมาจำนวนมากเหมือนที่ผ่านมา ;-)
ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีรายงานข่าวเกี่ยวกับ App Store เล็กๆน้อยๆ ประเด็นแรกคือเรื่องของชื่อโปรแกรม มีนักพัฒนาหลายรายพบว่า ชื่อโปรแกรมที่ตนเองต้องการใช้นั้น มีการจองชื่อไปแล้ว โดยที่ยังไม่มีโปรแกรมใดๆออกมา ทั้งนี้โปรแกรมใน App Store นั้นมีข้อกำหนดว่า แต่ละโปรแกรมจะต้องมีชื่อที่ไม่ซ้ำกับโปรแกรมอื่น ประเด็นนี้เป็นประเด็นที่พึ่งพบเพิ่มขึ้นในช่วงนี้ หลังจากที่ App Store เริ่มมีโปรแกรมเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก

มีนักพัฒนาหลายรายห่วงว่าปัญหาดังกล่าวจะเป็นเหมือนกับ ปัญหาเรื่องชื่อโดเมนของเว็บไซต์ ที่มีผู้หัวใสไปจดชื่อหลักๆไว้ เพื่อหวังจะขายต่อในราคาสูงภายหลัง ซึ่ง Apple คงต้องหามาตรการจัดการกับเรื่องนี้เตรียมไว้แก้ไขปัญหาในอนาคต

ทั้งนี้สาเหตุที่นักพัฒนาสามารถมาจองชื่อไว้ก่อน แม้จะยังไม่มีการส่งโปรแกรมเข้า App Store เป็นเพราะชื่อโปรแกรมจะต้องถูกนำไปใช้ในขึ้นตอนการพัฒนา หากพัฒนาจนเสร็จแล้วมาแก้ไขข้อมูลภายหลัง บางครั้งอาจจะเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายนักก็เป็นไปได้

นักพัฒนางอนปรับราคาโปรแกรมจาก 3 เหรียญเป็น 40 เหรียญ หลังจากมีผู้บ่นกันมาก

นักพัฒนาโปรแกรม Alchemize ได้ปรับราคาโปรแกรมของตนใน App Store จาก 2.99 เหรียญสหรัฐ เป็น 39.99 เหรียญสหรัฐ หลังจากที่ผู้ใช้บ่นกันเข้ามามากว่าโปรแกรมดังกล่าวราคาแพงเกินไป ทำให้ตอนนี้โปรแกรมดังกล่าวได้กลายเป็นเกมส์ที่แพงที่สุดใน App Store ไปเรียบร้อยแล้ว 

ทั้งนี้ทางนักพัฒนาได้ประกาศไว้ว่าราคาจะขึ้นชั่วคราว และรายได้จากช่วงนี้จะนำไปบริจาค การขึ้นราคาครั้งนี้ เป็นการตอบโต้เสียงบ่น จากผู้ซื้อที่มักจะมองว่าโปรแกรมต่างๆ จะต้องแจกฟรี หรือมีราคาเท่านั้นเท่านี้ ส่วนผลของการงอนในครั้งนี้จะออกมาเป็นอย่างไรก็คงต้องรอดูกันไปอีกสักระยะ

Pages

OpenID accepted here Learn more about OpenID
จำนวนผู้รับข่าว

รับข่าวทางอีเมล์



Endless Motion Streamer
รับงานถ่ายวีดีโอ ถ่ายทำ VTR , Presentation , ภาพยนตร์โฆษณา , MV , ถ่ายวีดีโอ งานหมั้น งานแต่งงาน งานบวช งานเลี้ยง , ถ่าย OB งานประชมสัมนา งานเปิดตัวสินค้าต่างๆ ราคากันเอง สนใจรายละเอียดคลิกชมได้ที่นี่

About this Archive

This page is an archive of recent entries in the App Store category.

Article is the next category.

Back to Main index or look in the archives to find all content.